หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique - AST บทที่ 207 - เมืองหลวงเมฆามรกต อีกด้านหนึ่งของชางห่ายหมิงเยวี่ย

  1. หน้าแรก
  2. เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique
  3. AST บทที่ 207 - เมืองหลวงเมฆามรกต อีกด้านหนึ่งของชางห่ายหมิงเยวี่ย
Prev
Next

ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique

บทที่ 207 – เมืองหลวงเมฆามรกต อีกด้านหนึ่งของชางห่ายหมิงเยวี่ย

หลังจากกลับขึ้นบนหลังวิหคเพลิง ชิงสุ่ยยังคงเงียบ ห่าวหยุนลิ่วลี่เองก็รับรู้ได้ถึงความเศร้าโศก ในขณะที่ชางห่ายหมิงเยวี่ยเองที่มักจะมองชิงสุ่ยด้วยความอยากกระด้างแต่ในครั้งนี้เธอกลับรู้สึกว่า เขานั้นอ่อนแอกว่าผู้ใด กลายเป็นคนไร้อำนาจ ราวกับทุกอย่างถูกแช่แข็งภายในใจของเขา

" 2 ปี………….อีกไม่เกิน 2 ปี ท่านแม่และข้าจะไปรับเจ้ากลับมา และข้าจะตอบแทนไอ้พวกที่มันทำให้เจ้าต้องทุกข์ทรมาน ให้พวกมันได้รับรู้ความทรมานที่แท้จริงนับร้อยพันเท่า"ชิงสุ่ยปลอบโยนตัวเองอย่างเงียบๆ

การเดินทางในครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ชิงสุ่ยได้เปิดหูเปิดตามองเห็นโลกกว้างของดินแดน 9 มหาทวีป เพียงการเดินทางโดยการบินจากอาณาจักรชางหลางเข้าสู่มหาทวีปเมฆามรกตกินเวลามากถึง 2 เดือน

ซึ่งถ้าหากเขาใช้การเดินทางโดยกระทิงเหล็กแบบเดียวกับตอนที่เขาเดินทางเข้าสู่อาณาจักรชางหลาง เขายังต้องใช้เวลาเกือบ 2 เดือน เพื่อเดินทางสำรวจเพียงครึ่งอาณาจักร และถ้าหากเขาใช้มันเพื่อเดินทางผ่านเมืองมากกว่า 60 เมือง มันคงเป็นเวลาที่ไม่อาจประเมินได้

มหาทวีปเมฆามรกตมีเมืองโดดเด่นที่รู้จักกันดีในชื่อเมืองเมฆามรกต ในตอนนี้ชิงสุ่ยยืนอยู่บนที่ราบของเมืองเมฆามรกต เขารับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่ลึกลับภายในดินแดนที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน มันทำให้เขารู้สึกสงบ และพึงพอใจ

แต่ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงของมหาทวีป สิ่งแรกที่เขาไม่รู้เลยคือความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งสิ่งที่ชิงสุ่ยเห็น มันทำให้เขาประหลาดใจในทันที ในตอนนี้ผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียนปรากฏตัวขึ้นมากมาย พวกเขาอยู่เต็มไปทั่วทุกสถานที่

9 มหาทวีปในปัจจุบัน มีสุดยอดจอมยุทธกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง โดยเฉพาะสถานที่มั่งคั่ง สถานที่ที่มีครอบครัวหรือตระกูลที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่ ซึ่งมันจะทำให้พวกเขามีพลังในการเติบโตที่มีประสิทธิภาพ

"ไปบ้านข้ากันเถอะ ที่แห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ที่เจ้าไม่รู้จัก"ชางห่ายหมิงเยวี่ยมองไปที่ชิงสุ่ยพร้อมเผยรอยยิ้มเล็กๆที่เกิดขึ้นได้ยาก รอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่เธอได้กลับคืนสู่ถิ่นฐานของเธอ

"มันคงไม่ดีนัก เดี๋ยวข้าจะไปหาที่พักของข้าเอง"

"ชิงสุ่ย!!!"ห่าวหยุนลิ่วลี่มองไปที่ชิงสุ่ย

"นี่เป็นคำเชิญครั้งแรกของข้าที่มีต่อผู้อื่น ถ้าหากไม่ใช่เพราะลิ่วลี่ ข้าก็คงไม่พูดคำเหล่านั้นออกมา"ชางห่ายหมิงเยวี่ยมองไปที่ชิงสุ่ยในขณะที่เธอขมวดคิวเล็กน้อย

ชิงสุ่ยจึงตอบตกลง พวกเขาลงสู่พื้นดินบริเวณจัตุรัสใหญ่ใจกลางเมืองหลวงของมหาทวีป ชิงสุ่ยมองดูพื้นที่ขนาดแห่งนี้และพบว่ามันมีชื่อว่า จัตุรัสเมฆามรกต

หลังจากที่มองดูโดยรอบ ชิงสุ่ยก็เพราะว่าอสูรน้อยใหญ่มากมายต่างรวมตัวกันอยู่ที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรที่กำลังจะบินออกนอกเมือง  หรือกำลังจะบินเข้าสู่สถานที่แห่งนี้

มีสัตว์อสูรขนาดใหญ่มากมายที่ชิงสุ่ยไม่รู้จักกำลังบินพาดผ่านผืนนภาที่กว้างใหญ่ ไม่มีใครรู้เลยว่าชนชั้นสูงและสถานที่แห่งนี้มีมากเท่าไหร่ รวมถึงตระกูล และครอบครัวมหาอำนาจที่อาศัยอยู่ด้วย มันคงเหมือนกับคำกล่าวที่ว่า ยอดนักปราชญ์มักจะปรากฏตัวอยู่ในที่ๆดีที่สุด

มันคงคล้ายกับเมืองร้อยไมล์ที่มีเหวินเหรินอูซวงและผู้นำตระกูลซือถูที่คอยหลบซ่อนความแข็งแกร่ง ใครจะสามารถรับรู้ได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีผู้แข็งแกร่งแฝงตัวอยู่มากเพียงใดอีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นจุดที่สำคัญที่สุดของมหาทวีป

เมืองหลวงแห่งนี้เป็นสถานที่ที่น่าทึ่ง กว้างใหญ่ เจริญรุ่งเรือง และเต็มไปด้วยถนนหลายพันหลายหมื่นเส้น มีการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายและงดงามมากมาย ทุกสถานที่ที่ปรากฏขึ้นนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกน่าเกรงขาม

"นี่คือเขตแดนของเมืองเมฆามรกต มันยังมีกว่า 5 แห่งที่มีลักษณะเหมือนจัตุรัสเมฆามรกตแห่งนี้ และยังมีจัตุรัสเมฆามรกตขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ซึ่งแต่ละอันเปรียบได้กับหนึ่งอาณาจักร ส่วนที่ที่ใหญ่ที่สุดนั้นจะถูกเรียกว่าแกนกลางของเมืองเมฆามรกต สถานที่ทั่วไปจะไม่อนุญาตให้สักใหญ่หยุดหรือสร้างความวุ่นวายเว้นเสียแต่พวกมันจะลงสู่พื้นดินบริเวณจัตุรัสเมฆามรกต มันจึงทำให้จัตุรัสเมฆามรกตกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอีกด้วย" ชางห่ายหมิงเยวี่ยกล่าวจบ เธอก็นำชิงสุ่ยและห่าวหยุนลิ่วลี่ไปอีกทางหนึ่ง

"หรือว่าพวกเราจะต้องเดินเท้าไปที่บ้านของท่าน? มันไกลแค่ไหนกัน?"ชิงสุ่ยมองไปที่ด้านหลังของชางห่ายหมิงเยวี่ยผู้ซึ่งสร้างแรงดึงดูดทางสายตาของผู้คนที่อยู่รอบข้าง

" พวกเราจะเดินทางด้วยรถม้า มันจะทำให้พวกเราเดินทางได้อย่างรวดเร็ว"

ชิงสุ่ยถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นรถม้าของที่แห่งนี้ มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำมืดมีลักษณะเช่นเดียวกับม้า ซึ่งทุกคนต่างขนานนามมันในชื่อม้ามังกรทมิฬ

ม้ามังกรทมิฬดำตัวยาวมากกว่า 5 เมตร และสูงอีกกว่า 2 เมตร ลำตัวสีดำสนิท อีกทั้งกะโหลกยังมีขนาดใหญ่คล้ายคลึงกับรูปลักษณ์มังกร จนมีคนเคยกล่าวไว้ว่าม้ามังกรทมิฬเคยมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับมังกรทมิฬ แต่ความแข็งแกร่งของมันนั้นไม่อาจเอามาเปรียบเทียบกับสัตว์อสูรได้ และแทบไม่ใกล้เคียงกับระดับของสัตว์อสูรไร้แก่น ด้วยความรวดเร็วที่มันมีและความอดทนที่สูงมา มันจึงเป็นข้อได้เปรียบที่จะสามารถฝึกสอนมันให้เชื่อง แนะนำมันมาใช้งานในการขนส่งและเดินทางในแต่ละวัน

"ม้ามังกรทมิฬมีอยู่เฉพาะในเมืองเมฆามรกตแห่งนี้หรือไม่?"พวกเขาเริ่มกล่าวถามชางห่ายหมิงเยวี่ยหลังจากที่ขึ้นรถม้า

"โดยหลักการแล้ว ม้ามังกรทมิฬจะอาศัยอยู่เฉพาะในสันเขามังกรทมิฬเท่านั้น ซึ่งข้าเองก็รู้ว่าเมืองหลวงอื่นๆก็มีม้ามังกรทมิฬพวกนี้อยู่ด้วย"ชางห่ายหมิงเยวี่ยตอบกลับ

มันจะทำให้สัตว์ตัวนี้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเดินทางบนท้องถนน แล้วมันก็เหมาะสมสำหรับทุกตระกูลอีกด้วย แม้กระทั่งผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียนบางคนยังเลือกใช้มันแทนกัน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ใช้มันในการทำการค้าการขนส่ง ซึ่งถ้าหากไม่เป็นเพราะดินแดนหยกยุพราชอมตะ ชิงสุ่ยก็คงไม่มีวันที่จะได้มีสัตว์อสูรเป็นของตนเอง

ม้ามังกรทมิฬเป็นสัตว์ที่วิ่งเร็วมากดุจสายลมแต่เสียงเท้านั้นเบามาก บนถนนโบราณในเมืองเมฆามรกต ถูกสร้างขึ้นด้วยหินเหล็ก มันถึงทำให้เสียงของกีบเท้ามากระแทกกับพื้นได้ยินเสียงอย่างชัดเจน

"การเดินทางไปบ้านของท่านต้องใช้เวลามากแค่ไหน? และอีกอย่างข้าก็อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองเมฆามรกตแห่งนี้ด้วย"ชิงสุ่ยถามชางห่ายหมิงเยวี่ยที่กำลังเงียบ

"อีกประมาณ 1 ชั่วโมง ข้าจะบอกสิ่งที่ข้ารู้ให้แก่เจ้า ในเมืองแห่งนี้ ซึ่งคงไม่มีใครกล้าที่จะบอกว่าเขารู้ทุกอย่าง และคงไม่มีใครสามารถเข้าใจเมืองที่มีประชากรเกินกว่าพันล้านคนได้ ในตอนนี้เราอยู่ทางทิศใต้ของเมือง ในพื้นที่ทางทิศใต้นี้ พลัง อำนาจคือความวุ่นวาย"

เมื่อวิเคราะห์คำพูดของชางห่ายหมิงเยวี่ย มันก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกใบก่อนของชิงสุ่ย แม้แต่พื้นที่เล็กๆ ก็ยังสนใจอำนาจ เล่นพรรคเล่นพวกเพื่อเอาชนะเจ้าของเดิม มันคล้ายคลึงกับสถานที่แห่งนี้ เมืองหลวงของมหาทวีป มันเกิดจากการผสมผสานวัฒนธรรม และเมื่อวันเวลาผ่านไปมันก็เริ่มอย่างรากลึกจนกลายเป็นเรื่องปกติ

"เจ้าจะต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับ 3 ขุมพลังใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ราชนิกูลจักรพรรดิอสูร นิกายสราญรมย์ และนิกายเทพกระบี่ เพราะเจ้ายังคงห่างไกลจากพวกเขามากนัก" ชางห่ายหมิงเยวี่ยกล่าวช้าๆ

"นิกายสราญรมย์? มันมีความสัมพันธ์ใดเกี่ยวข้องกับอาณาจักรชางหลางอย่างนั้นหรือ?"ชิงสุ่ยกล่าวถามด้วยความไม่มั่นใจ

"ถูกต้อง นิกายสราญรมย์ที่ปรากฏอยู่ในอาณาจักรชางหลางคือนิกายสาขาเท่านั้น ซึ่งคนจากอาณาจักรชางหลางพวกเขาได้มาฝึกฝนที่นิกายสราญรมย์หลักจากนั้นพวกเขาจึงรวมตัวกันเพื่อสร้างนิกายสราญรมย์สาขาขึ้นที่อาณาจักรชางหลางก็เท่านั้น"

มันทำให้ชิงสุ่ยนึกหวนคืนกลับไปถึงตอนที่เขาต้องเผชิญกับสุดยอดโฉมงามจากนิกายสราญรมย์ เขาได้ยินมาว่าเธอเป็นหญิงที่งดงามที่สุดในนิกาย  มันทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

ถนนโบราณสายหลักเต็มไปด้วยความเรียบง่าย แต่ก็ยังมีถนนย่อยมากมายที่สามารถทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกถึงความตื่นตาตื่นใจ ถนนเส้นนี้กว้างมากถึง 200 เมตร

หลังจากนั่งบนรถม้ามาสักพัก ชิงสุ่ยเริ่มตระหนักได้ว่าตอนนี้มันได้หยุดลงที่เบื้องหน้าของคฤหาสน์ที่มีความวิจิตรงดงาม จากภายนอกมองเห็น 1 ศาลา 1 ระเบียง และมีหอคอยหยกตั้งตระหง่าน……..

เมื่อเขามองไปยังตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนอย่างเรียบง่ายบนประตูทางเข้า

ชางห่าย!!!!

การจัดเรียงของคฤหาสน์เบื้องหน้าชิงสุ่ยเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดตราบเท่าชีวิตเขาจะเคยผ่านมา มันเกิดจากสถาปัตยกรรมขั้นสูงที่ไม่ค่อยก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาโดยอาศัยความเชี่ยววชาญในงานไม้ และงานหิน

เมื่อมองเข้าไปในคฤหาสน์ก็ไม่พบพ่อบ้านมีแต่คนเดียว ชางห่ายหมิงเยวี่ยนำชิงสุ่ยและห่าวหยุนลิ่วลี่ตรงไปที่เนินเขาที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลสาบขนาดเล็กในป่าใหญ่เบื้องหลังของพวกมันทั้งหมดนั้นปรากฏเป็นศาลาพักผ่อนที่แสนสะดวกสบาย ในเมื่อพวกเขาทั้งสองคนเดินลงไปข้างล่าง

คู่ชายหญิงอายุราวๆ 31 กำลังฝึกฝน ฝั่งชายชาตรีเป็นหนุ่มหล่อเหลา บรรยากาศบริเวณโดยรอบถูกบีบอัดตามความแข็งแกร่งของเขา เช่นเดียวกับดวงตาที่ดูเป็นผู้ใหญ่และแฝงไปด้วยความฉลาด

ส่วนฝั่งหญิงสาวเป็นหญิงรูปร่างดี ความงดงามของเธอนั้นทำให้ผู้คนที่มองดูต้องตกอยู่ใน ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางงดงามดั่งภาพ ดวงตาที่ลุ่มลึกมีความคล้ายคลึงกับชางห่ายหมิงเยวี่ย

"นี่มันช่างน่าอัศจรรย์พวกเขารักเปรียบดังคู่รักจากสรวงสวรรค์!!!"ชิงสุ่ยแสดงความคิดเห็นด้วยน้ำเสียงของเขา

ดูเหมือนว่าฝ่ายของชายจะมีการได้ยินที่เป็นเลิศ ดวงตาของเขาสว่างขึ้นเช่นเดียวกับฝั่งหญิงสาว ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะหันไปมองชิงสุ่ย

หลังจากนั้น ชิงสุ่ยก็มองเห็นชางห่ายหมิงเยวี่ยวิ่งไปที่หญิงสาวด้วยท่าทางที่มีความสุข พร้อมทั้งขอกอดเธอเอาในขณะที่เธอกล่าวออกมาว่า "ท่านแม่!!!"

หลังจากนั้นเธอก็โผกอดชายรูปร่างสง่างาม "ท่านพ่อ!!"

ซึ่งพวกเขาทั้งสองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขจึงหันมามองชางห่ายหมิงเยวี่ย!!

"เจ้าเด็กน้อย เจ้าไม่เหนื่อยบ้างหรือที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนแบบนี้?"ชายคนนั้นกล่าวขึ้นและเอื้อมมือไปจับที่จมูกของชางห่ายหมิงเยวี่ย

ตอนนี้ชิงสุ่ยดูแล้วชางห่ายหมิงเยวี่ยถึงไม่คิดจะมองชายใด เพราะเธอนั้นมีพ่อจะเป็นดัง ชายชาตรีที่มาจากสรวงสวรรค์ มันถึงทำให้เธอมักจะเปรียบเทียบชายคนอื่นกับพ่อของเธอเสมอ ซึ่งในสายตาของชิงสุ่ยยังไม่เคยเห็นใครเลยที่ใกล้เคียงกับชายคนนี้ แม้แต่กงซุนซานเซียนจากนิกายกระบี่นภาก็ยังไม่อาจเปรียบได้

"ลูกไม่เหนื่อยเลย ลูกคิดถึงพวกท่านทั้งสองตลอดเวลา"ชางห่ายหมิงเยวี่ยตอบกลับ

ชิงสุ่ยเองก็ค่อนข้างตกใจ ผู้หญิงที่มีท่าทางหยิ่งยโสตลอดเวลา ในตอนนี้กลับแสดงท่าทางที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูราวกับเป็นเด็กหญิงตัวน้อยๆ

"เยวี่ยเยวี่ย ลูกจะไม่แนะนำเพื่อนของลูกให้พวกเรารู้จักหน่อยเหรอ? ดูเหมือนว่าลูกจะไม่เคยคิดพาใครเข้าบ้านมาก่อนเลย"หญิงโฉมงามจับมือของชางห่ายหมิงเยวี่ย

เสียงของสุภาพสตรีมีความแตกต่างจากเสียงของสุภาพบุรุษเป็นอย่างมาก เสียงของเธอนั้นเต็มไปด้วยความไพเราะและสร้างบรรยากาศแห่งความรักอันแสนบริสุทธิ์ออกมาจนน่าตกใจมันช่างคล้ายคลึงกับชางห่ายหมิงเยวี่ย

"อ่า ลูกเกือบลืมเลย"

"เยวี่ยเยวี่ย มันยากที่จะเชื่อเลยว่านี่คือชื่อเล่นของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและความโดดเดี่ยวอ้างว้าง"ชิงสุ่ยคิดพิจารณาเรื่องตัวตนของเธอ

"นี่คือลูกศิษย์ของลูกเอง ห่าวหยุนลิ่วลี่ เธอช่างงดงามจริงๆใช่ไหมท่านพ่อท่านแม่? ส่วนนี่ก็คือชิงสุ่ย!!"ชางห่ายหมิงเยวี่ยตอบอย่างมีความสุข

"ผู้หญิงคนนี้สามารถแปรเปลี่ยนขั้วจิตใจเป็น 2 ด้านได้อย่างไร?"ชิงสุ่ยคิดเกี่ยวกับชางห่ายหมิงเยวี่ยอย่างเงียบๆ

ในขณะที่ชิงสุ่ยกำลังคิดเขาก็หันไปทางคู่รักจากสรวงสวรรค์ "ข้าน้อยขอคารวะ"

"ฮ่าๆๆๆ ไม่เลว ไม่เลวเลย ดูเหมือนลูกสาวของข้าจะมีสายตาที่หลักแหลมยิ่งนัก!!"สุภาพบุรุษคนนั้นกล่าวอย่างสุภาพต่อชิงสุ่ยและหัวเราะอย่างจริงใจ

คำพูดของชายคนนั้นทำให้ชางห่ายหมิงเยวี่ยและหญิงโฉมงามมองไปที่ชิงสุ่ย หลังจากนั้นชางห่ายหมิงเยวี่ยก็ร้องตะโกนออกมาในทันที "ท่านพ่อ ท่านกำลังพูดเรื่องอะไรกัน?"

แม้ว่าชางห่ายหมิงเยวี่ยจะกล่าวออกมาเช่นนั้น แต่เธอเองก็ค่อนข้างตกใจที่พ่อของเธอนั้นประเมินชิงสุ่ยเช่นนั้น มันจึงเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของเธอ และนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินคำพูดชื่นชมจากปากพ่อของเธอ

"ฮ่าๆๆๆ ท่านผู้อาวุโสเปรียบดังเทวาจากสรวงสวรรค์ ข้าน้อยคิดว่าข้าน้อยไม่คู่ควรต่อคำชมเช่นนั้น"

 

การตอบสนองอย่างเหมาะสมที่ชิงสุ่ยได้แสดงออกไปนั้น เป็นเพราะว่าเขารู้สึกว่าพลังอำนาจที่สุภาพบุรุษคนนี้ครอบครองเกินกว่าสิ่งที่เขาจะเข้าใจ แม้แต่พลังงานที่ชางห่ายหมิงเยวี่ยถือครองนั้นจะอยู่ในจุดสูงสุดของระดับเทวะเซียนเทียน ตัวเขายังคงรับรู้ได้ อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่อาจตรวจพบพลังงานใดๆจากสุภาพบุรุษคนนี้ นั่นก็หมายถึงว่ามีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือ ตัวของชายคนนี้นั้นควรจะอยู่ในระดับพลังไม่ต่ำกว่าระดับปราณเทวะกษัตริย์ อย่างแน่นอน

อาณาจักรพลังปราณเทวะกษัตริย์!!!!

"ท่านอาจารย์ พ่อแม่ของท่านช่างดูเยาว์วัยยิ่งนัก ข้าควรจะกล่าวอย่างไรดี?"ห่าวหยุนลิ่วลี่ ขจัดความน่าเป็นห่วงและเสน่ห์ของเธอออกไป จนเหลือเพียงความเป็นเด็กที่ไร้เดียงสา……..

"เด็กหนุ่มคนนี้ช่างมีภาษาการเล่นลิ้นที่ยอดเยี่ยม เจ้าคือชิงสุ่ยใช่หรือไม่ ฮ่าๆๆ ด้วยพลังและอายุ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้เห็นเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์เช่นเจ้า" หญิงโฉมงามกล่าวด้วยความสบายใจ

ชิงสุ่ยรู้สึกได้ว่าพลังของหญิงโฉมงามคนนี้มีมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าชางห่ายหมิงเยวี่ยถึง 2 เท่า

หรือว่าเธอเพิ่งจะบรรลุในระดับปราณเทวะกษัตริย์?

"ท่านผู้อาวุโส อยากได้กล่าวสรรเสริญข้าอีกเลย ข้ารู้สึกละอายใจ นี่ก็เป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่แล้วที่ข้าได้พบกับตระกูลของท่าน ในตอนนี้ข้ารู้สึกว่าทุกอย่างมันช่างสำคัญหรือเกิน"ชิงสุ่ยยิ้มตอบ

"เผ่าพันธุ์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ข้าเองก็ตามหาหญิงสาวที่มีเผ่าพันธุ์ที่ดีในเวลาที่ข้าได้แต่งงาน ลูกสาวของข้านั้นประสบความสำเร็จมากมาย และเธอเองก็พยายามฝึกฝนอย่างหนักมาเป็นเวลามากกว่า 20 ปีอีกด้วย"

"ฮ่า ฮ่า เจ้าว่าลูกสาวข้าเป็นอย่างไรบ้าง?"ชายรูปร่างสง่างามกล่าวล้อเล่น

"ท่านพ่อ ท่านกล่าวล้อเล่นอีกแล้วนะ"ชางห่ายหมิงเยวี่ยกล่าวออกมาพร้อมทำท่าร้องไห้สะอึกสะอื้น

"ฮ่าๆๆ มันไม่ง่ายเลยที่ข้าจะได้เห็นสีหน้าเช่นนี้ของลูกสาวข้า เอาเป็นว่าหลังจากนี้ข้าจะคอยสนับสนุนเจ้า ถ้าหากเจ้ายังอยู่ที่เมืองเมฆามรกต และวันใดที่เจ้าได้ประสบปัญหาใดๆ เพียงแค่เจ้ากล่าวชื่อของข้าพวกเขาทั้งหมดจะต้องไว้หน้าเจ้าในทันที"

" ข้าน้อยขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสเป็นอย่างยิ่ง"ชิงสุ่ยส่งสายตาตอบกลับชายสง่างาม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนรอยยิ้ม มันทำให้ชางห่ายหมิงเยวี่ยรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังถูกขายอยู่

ซึ่งสุภาพบุรุษคนนี้มีนามว่า ชางห่าย ชางห่าย !!! ชิงสุ่ยรู้ว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่ดีและมีพลังซึ่งมันก็เหมาะสมแล้วกับชายคนนี้

"ไปดื่มอะไรกันเถอะ ข้ามีสุราที่บ่มมานานเก็บเอาไว้อยู่ที่นี่!!"ชายคนนั้นพูดอย่างร่าเริงโดยไม่สนใจสายตาตำหนิใดๆของหญิงโฉมงาม

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "AST บทที่ 207 - เมืองหลวงเมฆามรกต อีกด้านหนึ่งของชางห่ายหมิงเยวี่ย"

4 15 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

คุณพ่อยอดเชฟที่ต่างโลก Stay-at-home Dad’s Restaurant In An Alternate World
คุณพ่อยอดเชฟที่ต่างโลก Stay-at-home Dad’s Restaurant In An Alternate World
มีนาคม 12, 2022
-4
ดวงตาเทพเหนือโลก
มีนาคม 18, 2025
บุรุษที่ถูกทิ้ง
มีนาคม 12, 2022
600
ที่หลบภัยของฉัน อัพเลเวลไม่จำกัด
ตุลาคม 7, 2022
Complete Martial Arts Attributes คุณสมบัติแห่งนักสู้
Complete Martial Arts Attributes คุณสมบัติแห่งนักสู้
มีนาคม 12, 2022
ราชันบัลลังก์เลือด
ราชันบัลลังก์เลือด
มีนาคม 12, 2022
Tags:
กำลังภายใน
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz