เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique - AST บทที่ 203 - โฉมงามกับการนวด
ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย
https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique
บทที่ 203 – โฉมงามกับการนวด
"ท่านอาจารย์ ข้าสามารถทำเช่นนั้นได้จริงๆหรือ?"ห่าวหยุนลิ่วลี่ถาม ขณะคว้าแขนของชางห่าย หมิงเยวี่ย ซึ่งสายตาของเธอก็เหลือบมองชิงสุ่ยด้วย
"อาจารย์เคยโกหกเจ้าเมื่อไหร่กัน? หรือว่าอาจารย์ไม่เคยบอกเจ้ามาก่อนว่าหม้อหุงข้านั้นแท้จริงแล้วอยู่ในมหาทวีปเมฆามรกต ซึ่งเจ้าเองก็เป็นเพียงศิษย์คนเดียวของข้า ดังนั้นข้าจึงคิดว่าค่าควรใช้โอกาสนี้ในการพาเจ้าไปที่บ้านของข้า เพื่อแนะนำให้ทุกคนรู้จักเจ้า"ชางห่ายหมิงเยวี่ยกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น
"คนในครอบครัวของอาจารย์มีทั้งหมดกี่คน?" ห่าวหยุนลิ่วลี่ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ไม่เห็นท่าทางของห่าวหยุนลิ่วลี่ที่แสดงออกมาอย่างน่ารักน่าชัง ชางห่ายหมิงเยวี่ยจึงยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แม้กระทั่งชิงสุ่ยที่เคยเจอสุดยอดสาวงามอย่างอีเย่เจี้ยนเก้อ เขายังถึงกับอึ้งตะลึงหลังจากที่ได้มองความงามที่ไร้ขอบเขต อย่างช่วยไม่ได้
"ข้าเป็นบุตรคนเดียวในครอบครัว และครอบครัวของข้าก็มีเพียงแค่คน 3 คนเท่านั้น ข้าและบิดามารดาของข้า พวกเขาเป็นคนที่ดีมากและข้ามั่นใจว่าเมื่อพวกเขาได้พบเจ้าพวกเขาจะต้องยินดีอย่างแน่นอน"ชางห่ายหมิงเยวี่ยยิ้มขณะกล่าว
ภาพรอยยิ้มและความยิ้มแย้มของเธอส่งผลโดยตรงต่อจังหวะและความรู้สึกจากหัวใจ แค่เพียงเธอยิ้มผู้คนรอบข้างก็จะมีความสุข แต่ถ้าหากเธอเศร้าผู้คนรอบข้างก็จะรับรู้ถึงความเศร้าในทันที
ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์และอาจารย์ของคนทั้งสองนี้เป็นความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม
"ชิงสุ่ย พวกเราจะออกเดินทางกันในวันพรุ่งนี้!!!"ห่าวหยุนลิ่วลี่กล่าวขณะที่เธอหันมามอง แม้ว่าเธอจะพยายามหลีกเลี่ยงสายตาที่มองกลับมาของชิงสุ่ย
ชางห่ายหมิงเยวี่ยกำลังมองดูลูกศิษย์ของเธอกำลังมองชายที่ดูดีและมีสง่า เธอเองก็ไม่เคยรู้สึกถึงความรักและก็ยังไม่รู้จักเรื่องเหล่านั้น ได้ยังไงซะเธอก็รู้สึกถึงความแปลกประหลาดในตัวชายที่ชื่อว่าชิงสุ่ย ไม่เป็นไรเธอไม่อาจประเมินระดับพลังในการบ่มเพาะได้ อีกทั้งยังเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มอายุน้อยมากๆ
"เข้าใจล่ะ ว่าแต่เจ้าจะทำอย่างไรต่อไปกับดินแดนสุริยะโลกแห่งนี้?"ชิงสุ่ยยิ้มและกล่าวอย่างนิ่มนวล
" ข้าเชื่อว่าไม่มีใครในอาณาจักรชางหลางแห่งนี้จะกล้าเผชิญปัญหาที่ข้าเคยเผชิญ ยกเว้นเสียแต่ เหยียนเสวีย(แม่ครัว) ข้าคงจะมอบอำนาจในการดูแลให้กับนางก่อนที่ข้าจะกลับมาบริหารมันเองอีกครั้ง"
"พวกเจ้าทั้งสองสนทนากันต่อไปเถิด ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน!!"ชางห่ายหมิงเยวี่ย มองไปที่ห่าวหยุนลิ่วลี่ด้วยสายตาที่อบอุ่น หลังจากที่เธอกล่าว เธอก็หันหลังมุ่งหน้าตรงไปยังห้องของห่าวหยุนลิ่วลี่ เสื้อคลุมยาวสีดำ ที่สวมอยู่ด้านหลังของเธอนั้นช่วยเสริมสร้างลักษณะความเป็นราชินีซึ่งมันยิ่งทำให้เธอดูมีบารมีอำนาจมากยิ่งขึ้น
"เออ นางเป็นอาจารย์ของเจ้าสินะ"ชิงสุ่ยเบี่ยงเบนเป็นสายตากลับมามองที่ห่าวหยุนลิ่วลี่
"ทำไมกัน หรือว่าเจ้าเคยเจอกับอาจารย์ของข้ามาก่อน?" ห่าวหยุนลิ่วลี่มองไปที่ชิงสุ่ยด้วยความรู้สึกงุนงง
" ในวันแรกที่ข้าเดินทางมาถึงอาณาจักรชางหลางแห่งนี้ ข้าเห็นนางยืนอยู่บนแร้งอัสนีปิกทองคำ ซึ่งข่าเองก็รับรู้ถึงความแข็งแกร่งจากตัวของนางในทันที แต่ข้าไม่คิดเลยว่านางจะเป็นอาจารย์ของเจ้าและยังเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรชางหลางอีกด้วย ในตอนที่ข้าเห็นข้าเองก็เชื่อว่านางคงจะไม่ใช่คนที่มาจากอาณาจักรชางหลางแห่งนี้อย่างแน่นอน"ชิงสุ่ยกล่าว
"ข้าคิดว่าอาจารย์ของข้าคงจะเปรียบดังนางอัปสรที่อยู่เหนือสรวงสวรรค์ เพราะข้าเองก็ไม่เคยเห็นหญิงคนใดเลยที่งดงามกว่าเธอ"ห่าวหยุนลิ่วลี่เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ขณะมองไปที่ชิงสุ่ย คำพูดของเธอนั้นมิอาจปกปิดความภาคภูมิใจและความเคารพที่เธอมีต่ออาจารย์
"เจ้าก็ไม่ได้แย่กว่าอาจารย์เจ้าหรอก อย่าลดมาตรฐานในตัวของเจ้าลงเลย มีปัจจัยมากมายที่ส่งเสริมให้เจ้ามีความงดงามเหนือกว่าอาจารย์ของเจ้า แต่ยังไงซะข้าก็ต้องเคารพในมุมมองของแต่ละบุคคล"ชิงสุ่ยกล่าวพร้อมทั้งหัวเราะ
เมื่อห่าวหยุนลิ่วลี่ได้ยินคำพูดของชิงสุ่ย เธอก็ถูกเติมเต็มไปด้วยความสุข แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ลดเสียงอิสานลงเล็กน้อยด้วยความเขิลอาย "ชิงสุ่ย ดูเหมือนเจ้าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่เจ้าต้องการอยู่ในมหาทวีปเมฆามรกตแห่งนี้สินะ?"
"ไม่หรอก ข้าเพียงต้องการเผชิญกับโลกภายนอก มันมิอาจเปรียบเทียบกันได้ระหว่างการอ่านหนังสือพันเล่มกับการออกเดินทางพันลี้ ดังนั้นทางที่ดีข้าควรจะออกไปเชิญมันด้วยตัวเอง"ชิงสุ่ยยิ้ม พร้อมกล่าวออกมา
"ถ้าอย่างนั้น ก็มีแผนจะทำสิ่งใดต่อไปล่ะ?"ห่าวหยุนลิ่วลี่คว้าแขนของชิงสุ่ยขนาดที่กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังชั้นบนสุด
"ข้าเองยังไม่มี ค่าคงจะทำอะไรที่เสี่ยงๆไปเรื่อยๆ บางทีก็อาจจะโชคดีได้รับเคล็ดวิชาในการฝึกฝนระดับตำนาน จนสุดท้ายข้าคงจะมีสาวงามล้อมรอบซึ่งมันคงทำให้ค่ามีความสุขอย่างยิ่ง……"
ห่าวหยุนลิ่วลี่ฟังเรื่องตลกที่ชิงสุ่ยเราออกมา จนสุดท้ายเธอเองก็ไม่อาจกั้นเสียงหัวเราะได้อีกต่อไป " ว่าทำไมเจ้าถึงพยายามใฝ่หาพลังอำนาจ ที่แท้อ้อมแขนของเจ้าก็ต้องการสาวงามสินะ? ว่าแต่สาวงามเป็นสิ่งที่แสดงออกถึงผู้ที่มีพลังอำนาจจริงๆหรือ?"
ชิงสุ่ยถูจมูกด้วยความเขิลและกล่าวว่า "นี่เป็นเพียงวลีที่น้องชายของข้าชอบใช้ ข้าแค่ให้ยืมใช้บ้างก็เท่านั้นเอง" ชิงสุ่ยยิ้มอย่างอึดอัดใจ
การแสดงออกของชิงสุ่ยทำให้ห่าวหยุนลิ่วลี่หัวเราะออกมาอย่างมีเสน่ห์และน่าหลงใหล มันยิ่งกระตุ้นให้ชิงสุ่ยอยากเข้าไปกอดเธอ
เมื่อพวกเขาทั้งสองขึ้นไปสู่ชั้นดาดฟ้า ดวงอาทิตย์ยามบ่ายของฤดูหนาวแม้จะทอแสงไม่สว่างมากนัก แต่ยังคงให้ความอบอุ่น ครึ่งหนึ่งของชั้นดาดฟ้าเป็นพื้นที่โล่งกว้าง ในขณะอีกครึ่งหนึ่งมีผ้าคลุมพร้อมทั้งโต๊ะไม้และเบาะนั่งรวมทั้งเตียง มันเป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับพักผ่อนในที่ร่มรวมทั้งยังสามารถเพลิดเพลินกับแสงแดดในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูหนาวได้อีกด้วย
บนดาดฟ้าของสถานที่แห่งนี้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามได้โดยรอบ พวกเขาสามารถมองได้ทั้งบริเวณใกล้จนกระทั่งภูผาที่ห่างไกล ชิงสุ่ยยังคงจ้องมองห่าวหยุนลิ่วลี่ที่ยืนอย่างเงียบสงบใกล้ๆเขา " เมื่อเจ้าไปถึงมหาทวีปเมฆามรกต เจ้าวางแผนที่ทำสิ่งใดต่อไป? ตัวข้านั้นคงจะออกท่องเที่ยวไปในทุกหนแห่ง แล้วเจ้าล่ะ เจ้าจะเดินทางติดตามอาจารย์ของเจ้าหรือไม่?"
ห่าวหยุนลิ่วลี่ตกตะลึงชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะลดศีรษะของเธอลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาบาง "เจ้าคงไม่อยากให้ข้าติดตามเจ้าไปสินะ? เจ้าคงกลัวว่าข้าจะเป็นตัวถ่วงของเจ้า"
"ปล่าวเลย ข้าแค่กังวลว่าการเดินทางในครั้งนี้มันจะต้องทำให้เจ้าเหนื่อยอย่างมาก ข้าไม่อยากให้โฉมงามที่บอบบางอย่างเจ้าต้องทรมาน" ชิงสุ่ยถูจมูกของเขาพร้อมทั้งกล่าวและเผยรอยยิ้มที่ข่มขื่น
"ข้าเองก็เป็นถึงผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียน อย่าทำให้ข้ารู้สึกว่าข้านั้นเป็นเพียงผู้หญิงที่อ่อนแอ ข้าเองสามารถดูแลตัวเองได้และข้าเองก็ยังดูแลเจ้าได้อีกด้วย ถ้าหากเจ้ายอมให้ข้าอยู่เคียงข้างเจ้า"ห่าวหยุนลิ่วลี่กล่าวด้วยความเขินอาย
"เจ้าสามารถปรุงอาหารได้หรือไม่?"ชิงสุ่ยยิ้มและกล่าวอย่างจริงจัง
"เออ….ข้าไม่!! "ห่าวหยุนลิ่วลี่ตอบกลับด้วยความอับอาย ถ้าหากไร้ซึ่งผลสุคนธ์มอมเมา อาหารที่เธอทำรสชาติของมันนั้นเรียกได้ว่าแทบจะกินไม่ได้กันเลยทีเดียว
"แล้วเจ้าซักผ้าได้หรือเปล่า?"
"ข้าเรียนรู้ที่จะทำมันได้"เสียงตอบกลับของเธอเริ่มนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น
"แล้วตอนนี้เจ้าได้เรียนรู้อะไรบ้าง? เล่าให้ข้าฟังหน่อย ข้าอยากรู้มากว่าโฉมงามเช่นเจ้าจะใช้วิธีใดในการดูแลผู้อื่น ข้าเองเริ่มที่จะอยากรู้แล้วสิ"ชิงสุ่ยมองดูความเขินอายบนใบหน้าของห่าวหยุนลิ่วลี่และกล่าวถามออกมา
"ข้ารู้วิธีนวด…………"หลังจากที่เธอกล่าว เธอก็รู้สึกอึ้งทึ่งในตัวเองซึ่งตัวของชิงสุ่ยเองก็เริ่มรู้สึกสับสนวุ่นวาย
ห่าวหยุนลิ่วลี่นึกฟื้นความจำเรื่องราวเก่าๆกลับมา เธอนึกถึงภาพตอนที่ชิงสุ่ยกำลังนวดให้กับเธอ เธอเริ่มคิดได้ว่าเธอจะทำได้ดีกว่าเขาได้อย่างไร? ในเวลาเดียวกันเธอยังคิดถึงภาพที่น่าตกตะลึงจนทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหว
"โอ้ การนวดเป็นสิ่งที่ดีที่ แต่ข้าก็ไม่เคยลองมาก่อนนะ เราจะรู้ได้ไงว่าเจ้าจะสามารถนวดได้ดีจริงๆ?"ชิงสุ่ยยิ้มและกล่าวออกมาในขณะที่เขามองไปทางห่าวหยุนลิ่วลี่ด้วยดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ใบหน้าของห่าวหยุนลิ่วลี่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนที่เธอจะกล่าวว่า "ในอดีตอาจารย์ของข้าชอบใช้ในข้านวดหลายครั้งมากๆ ดังนั้นข้าจึงคิดว่าข้าสามารถทำมันได้ แต่ว่ามันยังคงห่างไกลจากเทคนิคของเจ้า…….ที่เจ้าใช้ในวันนั้น"
"ข้าคิดว่ามันต้องยอดเยี่ยมมาก ถ้าเช่นนั้นข้าขอลอองกับตัวข้าก่อนได้หรือไม่?"ชิงสุ่ยมองห่าวหยุนลิ่วลี่ 'ด้วยความปรารถนาที่แรงกล้า'ก่อนที่เขาจะกล่าวออกมา
"อืม!!"ห่าวหยุนลิ่วลี่ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา
"ไปตรงนั้นกันเถอะ!! "ห่าวหยุนลิ่วลี่คว้าแขนของชิงสุ่ยและเดินตรงไปยังเตียงที่อยู่ใกล้ๆมันเป็นเตียงที่มีผ้าปูที่นอนสีม่วงพร้อมด้วยผ้าห่ม
ชิงสุ่ยยิ้มและจ้องมองไปที่ห่าวหยุนลิ่วลี่ที่กำลังยืนอยู่ด้านข้าง ก่อนที่เขาจะนอนคว่ำหน้าลงบนเตียงและค่อยๆยืดแขนยืดขาออก!!!
ห่าวหยุนลิ่วลี่กัดฟันและค่อยๆนั่งลงข้างเตียง เธอค่อยๆเอื้อมมืออันเรียวนุ่มที่กำลังสั่นเครือของเธอและลงบนไหล่ของชิงสุ่ย และค่อยๆนวดให้เขา
เมื่อมือของเธอแตะไหล่ของชิงสุ่ย เขาร้องด้วยความสบายอย่างช่วยไม่ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับการรักษาอย่างเพลิดเพลิน โดยเฉพาะจากโฉมงามที่ไร้คนเทียบเทียม
มือของห่าวหยุนลิ่วลี่สัมผัสเข้ากับร่างของชิงสุ่ย แม้มันจะถูกขัดขว้างด้วยชั้นเสื้อผ้าที่หนา แต่มันยังคงให้ความรู้สึกอบอุ่นจากการสัมผัส และเธอยังได้กลิ่นหอมที่สดชื่นจากชายคนหนึ่งที่ทำให้เธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่สงบ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการปรากฏตัวของชายคนนี้ได้สร้างแรงจูงใจบางอย่างทำให้จิตใจของเธอไม่อาจสงบลงได้
มือที่เรียวและอ่อนนุ่มค่อยๆเคลื่อนที่จากไหล่ข้างหนึ่ง ไปสู่อีกข้างหนึ่ง เธอคือค่อยกด บีบ นวด และขย้ำ ซึ่งมันทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกสบายอย่างถึงที่สุด มันรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังแสดงเข็มลงบนจุดต่างๆที่อยู่บนแผ่นหลังของเขา
ตามตำราการแพทย์แผนจีน การนวดจะช่วยปลุกปั่นพลังที่อยู่ภายใต้ผิวหนังตามจุดต่างๆ ทั้งกล้ามเนื้อ ข้อต่อ เส้นประสาท เส้นเลือด รวมทั้งต่อมเลือดต่างๆ นอกจากนี้มันยังช่วยปรับปรุงการไหลเวียนโลหิตและช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย มันยังช่วยปรับปรุงร่างกายให้มีความอดทนต้านทานมากยิ่งขึ้น ลดอาการบาดเจ็บ บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ผ่อนคลายเส้นเลือดและช่องลมปราณ ลดการอุดตันทางเส้นเลือด ซึ่งมันเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความเจ็บป่วยต่างๆ และเป็นอย่างดี มันคล้ายคลึงกับ "ฝ่ามือปรับแต่งกระดูก"ของชิงสุ่ยที่เขาได้นวดให้กับห่าวหยุนลิ่วลี่เป็นตอนแรก ซึ่งมันเป็นเคล็ดวิชาชั้นสูงที่นำทฤษฎีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ผสมผสานกับการโคจรพลังปราณของเคล็ดวิชากายาบรรพกาล
ชิงสุ่ยรู้สึกสบายอย่างยิ่งจนเหมือนว่าเขากำลังนอนหลับอยู่ แต่เขาไม่อาจทนการกระทำเช่นนี้ได้ เขารู้สึกว่ามันมือที่เรียวเล็กและอ่อนนุ่มหนีกดลงบนเตียงของเขาลากับพลังของปีศาจที่ยั่วยวน เธอค่อยๆกดและนวดคลึงอย่างช้าๆ
ลมหายใจของชิงสุ่ยเริ่มถี่และหนักขึ้น โดยที่ห่าวหยุนลิ่วลี่ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังจะทำให้เขาสูญเสียตัวตน ถ้าหากเธอยังคงทำเช่นนั้นและเคลื่อนไหวต่ำลงไปเรื่อยๆ มันจะทำให้เขา……….
ตอนนี้มือของเธอนั้นใกล้เคลื่อนที่ไปถึงบริเวณบั้นท้ายของชิงสุ่ย แม้มันจะทำให้เขารู้สึกสบายตัวมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกในหัวใจของเขานั้นกำลังสับสนวุ่นวายเขารู้สึกเหมือนเขากำลังจมดิ่งจนใกล้ถึงหรือนรก
ห่าวหยุนลิ่วลี่เริ่มกัดฟันอีกครั้ง เธอวางมือของเธอลงบนบ้านท้ายของชิงสุ่ยและเริ่มนวดคลึงมันอย่างเบาๆ ชิงสุ่ยเริ่มร้องครวญครางออกมาด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น
เสียงนั้นทำให้ห่าวหยุนลิ่วลี่แปรเปลี่ยนใบหน้าเป็นสีแดงและถอนมือของเธอออกจากบริเวณบั้นท้ายของเขา ผิวของเธอแม้แต่บริเวณคอก็ตามเริ่มปกคลุมไปด้วยสีชมพู ภาพเห็นมันทำให้ชิงสุ่ยถึงกับต้องกลืนน้ำลาย