เทพมังกรสงครามอหังการ - Dragon Marked War God ตอนที่ 170 นิกายวิหารมรกต
แปลไทยโดย Subaru-Kyun
ตรวจทานโดย Subaru-Kyun
=================================
หวงต้าดูหม่นหมองลง กั๋วฉานได้บอกว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในสามวันที่มันยังไม่ได้สติ
หลังจากที่มันได้ทะลวงเข้าสู่แก่นแท้สวรรค์ขั้นปลาย มันวางแผนที่จะแสดงความสามารถต่อหน้าเจียงเฉิน และกดดันเขาเล็กน้อย แต่เมื่อมันได้ยินจากกั๋วฉานว่าเจียงเฉินได้สังหารผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น มันก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาในทันที แต่ด้วยการบ่มเพาะของหวงต้าในตอนนี้ มันก็สามารถกำจัดผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นได้เช่นกัน
หลังจากที่มันได้ครอบครองสายเลือดของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์โดยสมบูรณ์ จะต่อสู้และกำจัดใครสักคนที่มีระดับการบ่มเพาะเหนือกว่ามัน ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
"หวงต้า ไม่ต้องเป็นห่วง ในอนาคตยังมีโอกาสให้เจ้าได้แสดงความสามารถอีกถมไป"
เจียงเฉินหัวเราะพร้อมแสยะยิ้มออกมา หวงต้าไม่ได้อยู่รอบตัวเขาเพียงแค่ไม่กี่วัน เขาก็รู้สึกเหมือนขาดเสียงหัวเราะไป ในตอนนี้หวงต้าได้ทะลวงเข้าสู่แก่นแท้สวรรค์ขั้นปลาย มันคงจะช่วยเหลือได้มากในการเดินทางไปหุบเขาสายหมอกในครั้งนี้
"ข้าได้ยินว่าหยู่น้อย บาดแผลเลวร้ายมาก บัดซบ! เฟินคุนมันดันตายไปเสียก่อน! มิเช่นนั้นนายท่านหมาผู้นี้จะฉีกมันเป็นล้านๆชิ้น แก้แค้นให้หยู่น้อย ! มันกล้าดียังไงถึงได้มารังแกหยู่น้อยของข้า นี่มันไร้สาระสิ้นดี!"
หวงต้าพูดอย่างโกรธแค้น มันรู้สึกเป็นกังวลอย่างมากเมื่อได้ทราบอาการของหยานเฉินหยู่ ในการเดินทาง มันและหยานเฉินหยู่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง และในตอนนี้ หยานเฉินหยู่บาดเจ็บหนัก อาการสาหัส ชัดเจนว่าทำไมหวงต้าถึงได้โกรธแค้นเป็นอย่างมาก
"เฟินคุนตายไปแล้ว แต่เฟินจงถังมันยังคงมีชีวิต ข้าจะสังหารมันภายหลัง"
เมื่อกล่าวถึงเฟินจงถัง ประกายความดุร้ายได้ปรากฏข้างในดวงตาของเจียงเฉิน หลังจากนั้นเขาก็หันไปหากั๋วฉานและพูดว่า "พี่กั๋ว เมื่อท่านทะลวงเข้าสู่แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง ด้วยทักษะพลังหกสุริยันต์ที่ทรงพลัง ข้าเชื่อว่าท่านสามารถต่อสู้อย่างยุติธรรมกับเฟินจงถังได้ ตอนนี้หวงต้ากับข้าจะเดินทางไปยังหุบเขาสายหมอก ข้าขอฝากทุกอย่างไว้ที่ท่าน"
"ไม่ต้องเป็นห่วงน้องชาย แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าจะปกป้องหยู่น้อยด้วยทั้งหมดที่ข้ามี! ข้าจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นซ้ำสองเป็นอันขาด!"
กั๋วฉานพูดด้วยความแน่วแน่ สำหรับเขา สิ่งที่เกิดขึ้นกับหยานเฉินหยู่และฮันหยานเป็นความอัปยศครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา จนกลายมาเป็นปมในใจเขา สิ่งที่เขาต้องการทำในตอนนี้เพื่อชดใช้ในสิ่งที่เขาเคยทำผิดพลาด นั่นสามารถกำจัดความรู้สึกผิดในใจเขาได้
นอกจากนั้น กั๋วฉานถือว่าเจียงเฉินเป็นผู้มีพระคุณของเขา หรือบางทีอาจเป็นแม้กระทั่งอาจารย์ของเขา เขาได้เรียนรู้ศาสตร์การปรุงยาจากเจียงเฉิน และเจียงเฉินยังให้ทักษะรากวิญญาณยอดเยี่ยมและพลังหกสุริยันต์แก่เขา ทั้งสองเป็นทักษะที่ล้ำค่า หายาก และขั้นสูง
"สหาย การสังหารหมูป่าหนามอัคคีและเอาดวงจิตวิญญาณอสูรของมันมาไม่ใช่เรื่องง่าย ข้าได้ยินมาว่าเจ้าต้องการปล่อยธงโลหิตไว้สำหรับฮันหยาน แต่ในความคิดของข้า เจ้าควรนำธงโลหิตไปกับเจ้าด้วย การเดินทางไปยังแคว้นเฉวียนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และธงนั่นเป็นอาวุธที่ทรงพลัง เราสามารถใช้มันในเวลาฉุกเฉินได้ อย่างน้อย มันสามารถเป็นไพ่ตายสำหรับพวกเรา"
หวงต้าเตือนเจียงเฉิน มันได้รู้จากกั๋วฉานว่าเจียงเฉินจะทำอะไรต่อไป
"พวกเราไม่จำเป็นต้องพึ่งมันอีก ข้าในตอนนี้มีทั้งฝ่ามือมังกรแท้จริงและเปลวเพลิงมังกรแท้จริง ด้วยทักษะเหล่านี้ ข้าสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นโดยปราศจากความช่วยเหลือจากธงโลหิต นอกจากนี้พี่หยานยังจำเป็นต้องใช้สภาพแวดล้อมภายในธงโลหิตช่วยเหลือจริงๆ หากข้าศัตรูถูกผนึกเข้าไปในธง มันจะยิ่งส่งผลร้ายต่อเขา ข้าจึงปล่อยมันไว้ที่นี่"
เจียงเฉินโบกมือของเขา เขาไม่ได้นำธงโลหิตไปกับเขาด้วย ฮันหยานถูกผนึกไว้ภายในธง หากเขาใช้มันโจมตีศัตรู มันจะยิ่งส่งผลเสียต่อฮันหยาน นอกจากนี้เป้าหมายของเขาคือหมูป่าหนามอัคคีที่ทรงพลัง หากธงโลหิตได้รับความเสียหายระหว่างการต่อสู้ มันจะเป็นอันตรายต่อชีวิตฮันหยาน
นอกจากนี้ การทิ้งหยานเฉินหยู่และฮันหยานไว้ในนิกายทมิฬ ย่อมปลอดภัยกว่าอยู่ใกล้ตัวเขา การเดินทางไปยังแคว้นเฉวียนนั้นยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การที่จะพาพวกเขาไปด้วยเป็นความคิดที่แย่มาก
ความจริง หลังจากที่เจียงเฉินได้เรียนรู้ทักษะเปลวเพลิงมังกรแท้จริงและฝ่ามือมังกรแท้จริง พละกำลังการต่อสู้ของเพิ่มมากขึ้น และสิ่งนี้ทำให้เขามั่นใจที่จะเผชิญกับความไม่แน่นอนได้
"ตามแต่เจ้า"
หวงต้ากระดิกหางของมัน
"มันช้ามากแล้ว ตอนนี้พวกเราต้องไปยังแคว้นเฉวียนแล้ว"
หลังจากพูดเช่นนั้น เจียงเฉินได้บินขึ้นมุ่งหน้าไปยังแคว้นเฉวียน ภารกิจในแคว้นเฉวียนครั้งนี้มิใช่เรื่องง่าย ศัตรูของเขาแข็งแกร่งอย่างมาก เพื่อที่จะเอาดวงจิตวิญญาณอสูรหมูป่าหนามอัคคีมาให้ได้ เขาต้องใช้ความคิดของเขา
หวงต้าหอนออกมา ได้แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีทองและไล่ตามหลังเจียงเฉินไป เจ้าหมานี่ไม่สามารถอยู่เป็นสุขได้ หากไม่มีเรื่องตื่นเต้นสำหรับมัน มันต้องเป็นบ้าอย่างแน่นอน การเดินทางไปต่อสู้กับหมูป่าหนามอัคคีที่หุบเขาสายหมอก ได้ทำให้มันตื่นเต้นเสียจริง
"คู่หู ดาบหักของข้าอยู่ที่ไหน?"
หลังจากที่ออกจากนิกายทมิฬได้ไม่นาน หวงต้าได้ถามเจียงเฉินถึงดาบหักของมันอย่างเร่งรีบ นี่พิสูจน์ได้ว่าดาบหักสำคัญกับมันมากแค่ไหน
"หวงต้า เจ้าบอกข้าหน่อยว่าดาบหักของเจ้าเป็นสมบัติประเภทไหน?"
ดวงตาของเจียงเฉินส่องประกายขึ้น เขาสนใจในดาบหักเป็นอย่างมาก บางสิ่งที่แม้แต่เขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร แน่นอนมันได้ดึงดูดความสนใจของเขา
"ข้าไม่รู้เหมือนกัน แต่ความสามารถเฉพาะตัวของข้าสามารถสัมผัสถึงลักษณะเฉพาะของสมบัติใดๆก็ได้ ดาบหักนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่มาจากดินแดนแห่งนี้ แม้ว่ามันจะหัก แต่พลังของมันนั้นยังคงยอดเยี่ยม ข้ามีสายเลือดของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงสามารถปลดปล่อยพลังของมันออกมาได้"
หวงต้าไม่ได้ปิดบังอะไรกับเจียงเฉินเวลานี้ มันบอกเจียงเฉินในทุกสิ่งที่มันรู้เกี่ยวกับดาบหักเล่มนั้น มันไม่รู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของมันมากนัก
การล่าสมบัติ เป็นหนึ่งในความสามารถเฉพาะตัวของหวงต้า ตราบที่มันยังมีสมบัติหายากและล้ำค่า มันก็จะสามารถสัมผัสถึงของเหล่านั้นได้ มันสามารถถึงความหายากของสมบัติจากความแรงของสัมผัสมันได้ ความสามารถเฉพาะนี้สุดยอดเป็นอย่างมาก
"ไม่ใช่สิ่งที่มาจากดินแดนนี้….มันหมายความว่ามันได้ร่วงหล่นมาจากโลกอมตะ?"
เจียงเฉินพึมพัมกับตัวเอง เขาไม่สงสัยในคำพูดของหวงต้า หากต้นกำเนิดของดาบหักมาจากต้นกำเนิดเซียน เขาก็จะสามารถบอกได้
หากดาบหักเป็นสิ่งของจากโลกอมตะแท้จริง มันก็เป็นสมบัติที่หายากอย่างมากที่เจียงเฉินต้องการจากโลกอมตะมาโดยตลอด ต้นกำเนิดเซียนเป็นแค่เพียงดินแดนด้อยค่าในยุคบรรพกาล การเชื่อมต่อระหว่างต้นกำเนิดเซียนกับโลกอมตะได้ถูกปิดผนึกโดยสมบูรณ์
มันได้ปิดผนึกเส้นทางของเซียนทั้งหมดในต้นกำเนิดเซียน เมื่อเซียนทุกคนที่ถึงจุดสูงสุด พวกเขาจะอยู่ในช่วงเวลาที่จะเข้าสู่โลกอมตะ และเจียงเฉินก็เป็นหนึ่งคนที่อยู่ในช่วงเวลานั้น นั่นเป็นเหตุว่าทำไมเขาถึงได้ใช้ดาบของเขาฟาดฟันต่อสวรรค์ เปิดประตูเข้าสู่โลกอมตะ แต่น่าเสียดาย ที่เขาไม่สามารถเข้าไปที่นั่นได้
นี่คือสิ่งที่เจียงเฉินเสียใจมากที่สุดในชีวิตที่แล้วของเขา ในชีวิตนี้เขามุ่งมันจะก้าวผ่านไปยังโลกอมตะ เขาตั้งใจแน่วแน่ที่จะกำจัดความเสียใจของเขาออกไป
"คู่หู ส่งดาบหักคืนบิดาเจ้ามา ในตอนนี้เจ้าไม่สามารถใช้มันได้!"
หวงต้าเตรียมพุ่งกระโจนใส่เจียงเฉิน
"เอาคืนไป ไอ้ขี้งกเอ้ย"
เจียงเฉินโยนดาบหักคืนหวงต้าไป เขาลองใช้มันอยู่หลายหน แต่เขาไม่อาจปลดปล่อยพลังของมันออกมาได้ นั่นก็หมายความว่าเขามีระดับการบ่มเพาะพลังไม่เพียงพอที่จะใช้มัน มีเพียงหวงต้าเท่านั้นที่สามารถใช้ดาบหักนี่ได้อย่างดี
หวงต้าเปิดปากของมันออกกว้าง และกลืนดาบหักเข้าไปในทันที ท้องของหวงต้าเปรียบเสมือนมิติเก็บของขนาดใหญ่ มันจึงกล้าที่จะกลืนกินทุกสิ่ง
"คู่หู ข้าได้ยินมาว่าหมูป่าหนามอัคคีมีระดับการบ่มเพาะที่แข็งแกร่ง เป็นถึงสัตว์อสูรแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง และนั่นเป็นเหตุว่าทำไมมันถึงสามารถครอบครองอาณาเขตทั่วทั้งหุบเขาโดยไม่มีผู้ใดกล้าท้าทายมัน เจ้าพอจะมีความคิดดีๆที่จะต่อกรกับมันหรือไม่?"
หวงต้าถามออกมา
"พวกเราสามารถทำได่เพียงใช้ความคิดของพวกเราในการต่อกรกับหมูป่าหนามอัคคี พวกเราไม่สามารถใช้กำลังสู้กับมันได้ ด้วยระดับการบ่มเพาะของพวกเราในปัจจุบัน แม้แต่ต่อสู้ร่วมกัน พวกเราก็จะถูกมันจัดการลงอย่างง่ายๆ และเป็นการพาตัวของพวกเราไปตาย ในตอนนี้ข้ายังไม่มีความคิด พวกเราทำได้แต่เพียงก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น เช่นนั้นก็ไปยังแคว้นเฉวียนกันก่อนเป็นอันดับแรก"
เจียงเฉินยักไหล่ของเขา เขาในตอนนี้อับจนหนทางเกี่ยวกับแคว้นเฉวียนและหุบเขาสายหมอก และเขายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหมูป่าหนามอัคคี ไม่มีทางที่เขาจะสามารถคิดหาทางแก้ที่ดีได้ในตอนนี้
แคว้นเฉวียนและแคว้นฉีต่างเชื่อมต่อซึ่งกันและกัน ระหว่างแคว้นเฉวียนและแคว้นฉีมีพื้นที่รกร้างขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาได้แยกออกจากกัน มันได้พาเจียงเฉินและหวงต้าบินตลอดทั้งวันก่อนที่พวกเขาจะข้ามพื้นที่รกร้างไปถึงในแคว้นเฉวียน
"อย่าเสียเวลาเปล่าเลย รีบไปที่หุบเขาสายหมอกให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้"
หลังจากพูดเช่นนั้น เจียงเฉินก็บินตรงไปยังทิศทางของหุบเขาสายหมอก
หุบเขาสายหมอก มีพื้นที่โดยรอบกว่าหนึ่งหมื่นไมล์ มันเป็นแนวเขาขนาดใหญ่มีรูปร่างคล้ายกับมังกร และถูกปกคลุมด้วยหมอกเลือนลางตลอดทั้งวัน นั่นเป็นเหตุว่าทำไมมันถึงได้ชื่อว่าหุบเขาสายหมอก มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งจำนวนนับไม่ถ้วนอาศัยภายในและมันยังเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์
เมื่อเจียงเฉินกับหวงต้าได้มาถึงรอบนอกของหุบเขาสายหมอก เวลาได้ล่วงเลยมาถึงช่วงบ่าย วิสัยทัศน์ของพวกเขา แม้พวกเขาอยู่ในท้องฟ้าและไกลจากหุบเขา พวกเขายังสามารถเห็นฝูงชนจำนวนมากเดินตามหลังภายใต้คนทั้งสี่
"มีคนมากมายอยู่ที่นี่ ข้าจะไปตรวจสอบก่อน"
หลังจากพูดจบ เจียงเฉินและหวงต้าได้ลงมาที่รอบนอกหุบเขาสายหมอก เจียงเฉินสามารถเห็นผู้คนเดินออกจากหุบเขาสายหมอก หลายคนต่างก่นด่าและสบถสาปแช่งออกมาด้วยความไม่พอใจ
"โธ่เว้ย มันน่าโมโหชะมัด! นิกายวิหารมรกตคิดว่าพวกมันแข็งแกร่งแล้วพวกมันจะทำอะไรก็ได้ที่พวกมันต้องหรือไร ! พวกมันไม่ต้องการให้สำนักเล็กอย่างเราอยู่รอดได้!"
"ฮึ่ม! หุบเขาสายหมอกเป็นหุบเขาสาธารณะของแคว้นเฉวียน เมื่อมันเข้ามาก็เป็นอาณาเขตของมันเช่นนั้นหรือ?! ถึงได้มาขวางทางพวกเราไม่ให้เข้าไปข้างในหลายวัน? นี่มันไม่อุกอาจเกินไปหน่อยหรือ!"
"ใช่แล้ว ศิษย์นิกายวิหารมรกตมาฝึกฝนในหุบเขาสายหมอกทุกเดือน และทุกครั้งพวกมันกีดกันทุกคนที่จะเข้าไปข้างใน ! กองคาระวานจำนวนมากต่างถูกมันไล่ล่า!"
………………………………………………………………..
ผู้คนเหล่านั้นทั้งหมดมีท่าทีโกรธแค้นและไม่พอใจอย่างมาก แต่ไม่มีใครกล้าพูดเสียงดัง ชัดเจนว่าพวกเขาเกรงกลัวนิกายวิหารมรกต
เจียงเฉินได้ยินในสิ่งที่พวกเขาพูดออกมา แต่เขายังไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาจึงเรียกชายคนหนึ่งที่ผ่านมา
"พี่ชาย ข้าขอถามอะไรพวกท่านสักหน่อยได้ไหม?"
เจียงเฉินมายืนต่อหน้าชายคนนั้น ตอนนี้ชายคนนั้นอารมณ์ไม่ดี หลังจากที่เขาได้เห็นชายหนุ่มมายืนขวางทางเขา เขาก็โบกมือของเขาและพูดว่า "ไสหัวไป ตอนนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี!"
"พี่ชาย ข้าเพิ่งจะมาแคว้นเฉวียน ข้าอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่แห่งนี้"
ขณะที่พูดเช่นนั้น เจียงเฉินได้นำยาฟื้นพลังมนุษย์ ยี่สิบเม็ดและวางพวกมันลงที่ฝ่ามือของชายคนนั้น เมื่อชายคนนั้นเห็นเม็ดยา ดวงตาของเขาก็ส่องประกายขึ้น
"น้องชาย… เช่นนั้นนี่คงเป็นครั้งแรกที่เจ้ามาแวะเวียนที่แคว้นเฉวียน! ไม่ต้องกังวลไป หากเจ้าอยากรู้เรื่องอะไรถามข้ามาได้เลย ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่รู้!"
ท่าทีของชายคนนั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง พร้อมกับรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงเฉิน เงินสามารถไปได้รอบโลก เขามาที่หุบเขาสายหมอก และเขาต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้และหมูป่าหนามอัคคี ตลอดจนนิกายวิหารมรกตที่มาปิดกั้นหุบเขาสายหมอก
===================================
โปรดติดตามตอนต่อไป…