เทพมังกรสงครามอหังการ - Dragon Marked War God ตอนที่ 169 การตื่นขึ้นของหวงต้า
แปลไทยโดย Takumi Kun
ตรวจทาน Takumi Kun
======================================
เมืองสุริยันสีชาดอึกทึกด้วยเสียงและความตื่นเต้น ภายใต้การนำของจางเจิ้น ชาวเมืองทั้งหมดกำลังยุ่งกับการสร้างอนุสาวรีย์สำหรับเจียงเฉิน
อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ใจกลางจตุรัสเมืองสุริยันสีชาด เมื่อเจียงเฉินและอีกสองคนได้มาถึง สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือฉากที่กำลังชาวเมืองกำลังทำงานอย่างยุ่งเหยิง
"นายน้อยเจียงกลับมาแล้ว!"
มีบางคนเห็นเจียงเฉินจึงตะโกนออกมาทันที ตอนนี้ชาวเมืองกว่าพันคนต่างคารวะอย่างลึกซึ้งต่อเจียงเฉินผู้ที่กำลังลอยอยู่บนฟ้า มันเหมือนราวกับว่าพวกเขากำลังบูชาเทพของพวกเขาอยู่
แม้ว่ามันเป็นเพียงแค่ครึ่งวันที่เขาได้ออกจากเมืองสุริยันสีชาดและกลับมา ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของเขานั้นได้ฝังลึกลงในใจของชาวเมืองเหล่านี้ และมันไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้
"น้องชาย ข้าไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าจะชื่อเสียงอย่างมากในเมืองสุริยันสีชาด! กระทั่งท่านผู้นำนิกายมาด้วยตนเองยังไม่ได้รับการต้อนรับเช่นเดียวกับเจ้า!นี่คงเป็นเรื่องปกติล่ะนะ เจ้าได้สังหารปีศาจโลหิตทั้งหมด นอกจากนั้นในฐานะหนึ่งในผู้ช่วยชีวิตพวกเขา ผู้คนในเมืองสุริยันสีชาดไม่อาจที่จะลืมความช่วยเหลือของเจ้าไปอีกหลายยุคสมัย"
กั๋วฉานผงกหัวและกล่าว เขารู้รายละเอียดว่าเจียงเฉินได้สังหารปีศาจโลหิต หากไม่ใช่เพราะเจียงเฉิน ชาวเมืองทั้งหมดคงจะตกตายหมดแล้ว ความเมตตาอันยิ่งใหญ่เช่นนี้เกินพอที่จะทำให้ชาวเมืองบูชาเจียงเฉินราวกับเทพ
"ปีศาจโลหิตทั้งชั่วร้ายและโหดเหี้ยม ทุกๆคนมีส่วนรับผิดชอบในการที่จักสังหารพวกมัน"
เจียงเฉินโบกมือให้ชาวเมืองแล้วเขาบินตรงไปยังคฤหาสน์ของเขา
หลังจากที่เจียงเฉินออกจากเมืองสุริยันสีชาด จางเจิ้นได้ออกคำสั่งมิให้ผู้ใดเข้าใกล้คฤหาสน์ของเจียงเฉิน นี่เป็นครั้งแรกที่กั๋วฉานได้มายังคฤหาสน์ของเจียงเฉิน และเขาไม่ได้ตกใจเกินเหตุแต่อย่างใด ไม่มีสิ่งใดเป็นพิเศษสำหรับที่นี่ และมันไม่อาจเทียบกับเรือนที่พักที่นิกายทมิฬได้
เจียงเฉินได้เปิดประตู และทั้งสามได้พบกับหวงต้าที่กำลังนอนบนเบาะ มีแสงสีทองกระพริบจากร่างของมัน เมื่อเห็นเช่นนั้นดวงตาของเจียงเฉินส่องประกาย
"นี่มันสัตว์ประหลาดผิดปกติอันใดกัน!"
เจียงเฉินพูดไม่ออก เขาพบว่าระดับพลังงานของหวงต้าเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่า และทั้งหมดเกิดขณะที่เจียงเฉินได้ออกไปเพียงครึ่งวัน
"ข้าได้ยินมาว่าหวงต้าได้สนับสนุนอย่างมากในภารกิจสังหารราชันย์จันทราโลหิต แต่ดูเหมือนว่ามันได้รับบาดเจ็บเช่นกัน"
เมื่อกั๋วฉานเห็นหวงต้านอนอยู่บนเบาะ ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกช็อค ในตอนนี้ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถสัมผัสถึงความสามารถอันน่าอัศจรรย์ของเจ้าหมาตัวนี้
"ถูกต้องแล้ว หวงต้ากล้าหาญโดยแท้และอาจหาญ แม้ว่าเขาจะประสบกับผลย้อนกลับมาก็ตาม มันเหมือนกับว่าได้รับพรในการปิดบัง เมื่อมันตื่นขึ้นข้าคิดว่ามันอาจทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ขั้นปลาย"
เจียงเฉินถอนหายใจออกมา หนทางที่หวงต้าเลื่อนระดับนั้นไม่สามารถที่จะตัดสินได้ด้วยสามัญสำนึก สายเลือดสมบูรณ์ของสัตว์เทวะไม่อาจนำไปเปรียบกับสัตว์อสูรทั่วไปได้
"น้องชาย เส้นเลือดแหล่งพลังงานอยู่ที่ใดกันล่ะ?"
กั๋วฉานถาม แหล่งพลังงานใต้ดินได้ถูกรูปแบบของเจียงเฉินปิดผนึกไว้อยู่ และหากไม่มีความช่วยเหลือของเจียงเฉิน ไม่มีผู้ใดสามารถที่จะสัมผัสเส้นเลือดแหล่งพลังงานได้ แม้ว่าคนผู้นั้นจะอยู่ด้านบนเบาะเอง
"เส้นเลือดแหล่งพลังงานได้เชื่อมต่อโดยตรงกับหวงต้า และตอนนี้มันได้ดูดซับแหล่งพลังงานอยู่ ด้วยสิ่งนี้ หวงต้าก็จะตื่นขึ้นเร็วๆนี้ ข้าต้องการความช่วยเหลือของมันในการเดินทางไปยังเขาสายหมอก"
เจียงเฉินพูดต่อ "พี่กั๋ว จื่อฮัน มีอีกสองสามห้องอยู่ที่นี่ พวกเจ้าสามารถเลือกห้องที่ชอบได้เลย จากนั้นข้าจะช่วยเชื่อมต่อห้องนั้นกับแหล่งพลังงานใต้ดิน ข้าหวังว่าทั้งสองคนใส่ใจโอกาสนี้และใช้มันในการทะลวงขั้นให้ไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
"ฟังดูดีนี่!"
กั๋วฉานและจื่อฮันมองกันและกัน พวกเขาทั้งคู่ได้พบกับสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากอยู่ด้านตรงข้าม ความแตกต่างระหว่างแบ่งแหล่งพลังงานกันสามคนกับการแบ่งพลังงานให้แก่พันคนนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ผลประโยชน์ที่กั๋วฉานและอี้จื่อฮันจะได้รับนั้นแน่นอนว่าไม่สามารถจินตนาการได้เช่นกัน
กั๋วฉานและอี้จื่อฮันไม่ต้องการที่จะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ พวกเขาได้เลือกห้องแยกกัน หลังจากนั้นเจียงเฉินใช้ข้ามมิติและเดินทางลงไปยังใต้ดินอีกครั้ง จากนั้นเขาใช้รูปแบบสร้างปมขึ้นมาอีกสองปมที่เส้นเลือดแหล่งพลังงาน จากนั้นเขาเชื่อมต่อกับห้องของกั๋วฉานและอี้จื่อฮันที่ได้เลือกมา
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น กั๋วฉานและอี้จื่อฮันได้นั่งบนเบาะของพวกเขา เมื่อพวกเขารู้สึกได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ได้ไหลออกมาจากภายใต้พื้นดินที่พวกเขาอยู่ ท่าทางของพวกเขาได้เปลี่ยนไปในทันที และท่าทางของพวกเขานั้นฮึกเหิมอย่างมาก
"พลังงานที่มันช่างบริสุทธิ์นัก!ไม่เพียงแค่มีมากมายเท่านั้น คุณภาพของมันไม่ใช่สิ่งที่นิกายทมิฬสามารถเทียบได้เลย! ข้าไม่คิดมาก่อนว่าจะมีเส้นโลหิตพลังงานซุกซ่อนอยู่ภายในเมืองสุริยันสีชาดและไม่ถูกนิกายใหญ่ทั้งสี่ค้นพบ! น้องเจียงเป็นคนที่โชคดีมาก มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถที่จะค้นพบขุมทรัพย์มหาศาลเช่นนี้"
กั๋วฉานตกตะลึงอย่างแท้จริง ในความคิดของเขา เจียงเฉินเป็นผู้ที่สามารถทำทุกอย่างได้สำเร็จ แม้ว่าเส้นโลหิตพลังงานจะถูกหวงต้าเป็นผู้พบ เมื่อหวงต้าตามเจียงเฉินไปพวกเขานั้นเป็นทีมเดียวกัน ดังนั้นหวงต้าเองก็เป็นโชคดีของเจียงเฉินเช่นกัน อีกด้านหนึ่งอี้จื่อฮันตาลุกวาว เขาตกตะลึงเช่นกัน
"เมืองสุริยันสีชาดอยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลอี้ แต่พวกเราไม่เคยรู้ว่ามีเส้นเลือดแหล่งพลังงานซุกซ่อนอยู่ภายใต้ที่นี่ หากตระกูลอี้ได้ครอบครองแหล่งพลังงานนี้ ความแข็งแกร่งของตระกูลอี้แน่นอนว่าจะระเบิดทะยานขึ้นไป แน่นอนว่าด้วยกำลังในตอนนี้ไม่เพียงแค่พวกเราไม่อาจใช้เส้นเลือดแหล่งพลังงานได้ พวกเราอาจดึงดูดสิ่งร้ายแรงตามมาด้วย ข้าจักติดตามเจียงเฉินไปด้วยความบริสุทธิ์ใจในอนาคต และจะเก็บความลับนี้เพื่อเขาไม่ว่าอย่างไรก็ตาม!"
อี้จื่อฮันถอนหายใจออกมา
"หลังจากที่ทะลวงขั้นแล้ว ให้กลับนิกายทมิฬเมื่อนั้น"
เจียงเฉินได้ทิ้งข้อความให้พวกเขาผ่านสัมผัสเทวะในมือของกั๋วฉานและมือของอี้จื่อฮัน ในเวลาเดียวกันเขาก็ทิ้งข้อความไว้สำหรับหวงต้า หลังจากนั้นเขาก็บินไปยังนิกายทมิฬ
เขาไม่อาจจะละเลยความปลอดภัยของหยานเฉินหยู่และฮันหยานได้อีก ที่สำคัญกว่านั้นเจียงเฉินจำเป็นต้องใช้เวลาหนึ่งในการทำการเก็บตัวบ่มเพาะ
หลังจากได้สังหารเฟินคุนไป ทักษะร่างแปลงมังกรได้ประสบในการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งที่ทำให้เจียงเฉินได้รับประโยชน์อย่างมาก เขาต้องการเวลาระยะหนึ่งในการจำแนกความสามารถที่ได้รับมาใหม่ โดยเฉพาะเพลิงมังกรแท้จริงและฝ่ามือมังกรแท้จริง ทั้งคู่เป็นทักษะเฉพาะของมังกรตัวจริง ส่งผลให้เจียงเฉินเป็นดั่งพยัคฆ์ติดปีก
กลับไปยังนิกายทมิฬ เจียงเฉินตรงไปยังเขาของกั๋วฉาน หลังจากที่เขาตรวจสอบหยานเฉินหยู่และฮันหยานแล้ว เขาจึงเก็บตัวบ่มเพาะ
เสียงเปรี๊ยะๆออกมาจากรอบตัวเจียงเฉิน ชั้นเพลิงสีทองพุ่งเข้าออกจากร่างกายของเขาดั่งอสรพิษ ส่งผลให้อากาศโดยรอบปะทุและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างมาก
"เพลิงมังกรแท้จริงเป็นพลังที่แท้จริง!เป็นราชาแห่งเพลิงในหมู่เพลิงของสัตว์อสูร และมันสามารถแผดเผาได้ทุกสิ่งในโลก!ด้วยเปลวเพลิงนี้การปรุงยานั้นได้ง่ายขึ้นสำหรับข้า แต่แย่หน่อย ด้วยพลังยุทธของข้าในตอนนี้ ข้าไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้ การบ่มเพาะทักษะร่างแปลงมังกรได้มอบเพลิงมังกรแท้จริงและฝ่ามือมังกรแท้จริงแก่ข้า ทักษะนี้ไม่ได้ง่ายเลย…..หากว่าการคาดเดาของข้าถูกต้อง ทักษะนี้จักต้องเป็นสิ่งสืบทอดที่ทรงพลังจากมังกรที่แท้จริง และหากข้าทำตามที่มันเปลี่ยนแปลงไปนั้น ข้าจักได้รับผลประโยชน์มากกว่านี้ในอนาคต"
เจียงเฉินได้ประหลาดใจกับมัน เขามีประสบการการบ่มเพาะของเซียน ดังนั้นการตัดสินของเขาย่อมดีกว่าของคนอื่นคนใด
ในตอนแรกเขาคิดว่าทักษะร่างแปลงมังกรเป็นทักษะที่ทรงพลังเรียบง่ายทักษะหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนความคิด มันอาจเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากมังกรที่แท้จริง และผู้ที่สามารถทำการบ่มเพาะได้จะต้องได้รับการยอมรับจากมัน นั้นเป็นส่วนที่น่ากลัวที่สุดเมื่อทักษะร่างแปลงมังกรได้เริ่มขึ้น
เจียงเฉินได้ประมาณการว่าหากเขาทำการบ่มเพาะมันแล้ว ทักษะร่างแปลงมังกรจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นและสายเลือดของเขานั้นได้ประสบกับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน
ด้วยการคิดในใจของเขา กรงเล็บมังกรสีชาดได้ปรากฎขึ้นบนท้องฟ้า ในเวลาเดียวกัน ฝ่ามือของเขาเองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน มันปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดง และมันส่องประกายด้วยแสงสีแดง เมื่อเขาทำการปลดปล่อยฝ่ามือมังกรแท้จริง ตราประทับมังกรทั้งสามร้อยดวงในร่างเขาสั่นสะเทือน และส่งผลให้เจียงเฉินได้ปลดปล่อยพลังปริมาณมากออกมา ทำให้เขาดูเหมือนสัตว์บรรพกาลที่มีพลังอันน่าสะพรึงกลัว
"ฝ่ามือมังกรแท้จริง เป็นทักษะยุทธของมังกรอย่างแท้จริง มันเป็นสิ่งสืบทอดจากยุคบรรพกาล และทักษะลับที่แท้จริงที่มีเพียงมังกรแท้จริงเท่านั้นที่สามารถเรียนมันได้ ตอนนี้ข้าได้เรียนทักษะนี้แล้ว พลังยุทธของข้าได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยการสนับสนุนจากตราประทับมังกรสามร้อยดวง ข้าสามารถที่จะสังหารผู้เชี่ยชวาญแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นคนใดได้ด้วยฝ่ามือมังกรแท้จริงได้"
เจียงเฉินตาลุกวาว ด้วยตราประทับมังกรสามร้อยดวง หากเพียงกล้ามเนื้ออย่างเดียวเขาสามารถปลดปล่อยแรงได้ถึงสามล้านจิน แรงมหาศาลเช่นนั้นสามารถที่จะแยกภูเขาเป็นส่วนๆได้อย่างง่ายดาย
"ฮึ่ม!ข้าสงสัยว่าหนานเป่ยเฉาจะทะลวงเข้าขอบเขตแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์หรือยัง!หากเขายังไม่ทะลวงผ่าน ข้าสามารถที่จะสังหารเขาได้ในตอนนี้"
เจียงเฉินแค่นเสียงเย็นชา ไม่ต้องสงสัยเลยหนานเป่ยเฉาเป็นอัจฉริยะไร้ผู้เปรียบ แต่เจียงเฉินไม่เชื่อว่าหนานเป่ยเฉาจะแข็งแกร่งกว่าเขาตลอด เขาเป็นเซียนที่กลับชาติมาเกิด และตอนนี้เขาได้ทำการบ่มเพาะทักษะนิรันดร์บรรพกาล ทักษะร่างแปลงมังกร หากว่าหนานเป่ยเฉายังอยู่ขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ขั้นสูงสุด เจียงเฉินมั่นใจว่าเขาสามารถที่จะสังหารหนานเป่ยเฉาได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตามเขายังเหลือเวลากว่าปีก่อนที่จะสู้กับหนานเป่ยเฉา ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบ เจียงเฉินยังอยู่ในช่วงที่เติบโตได้อย่างรวดเร็ว และสิ่งที่เขาต้องการคือเวลา นอกจากนี้ด้วยพรสวรรค์และศักยภาพของหนานเป่ยเฉา เขาอาจจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์แล้วตอนนี้
นอกจากนี้สิ่งที่เจียงเฉินให้ความสนใจไม่ใช่หนานเป่ยเฉา เป้าหมายของเขาคือภูเขาสายหมอกภายในแคว้นเฉียน เขาต้องการที่จะค้นหาหมูป่าหนามเพลิงที่อยู่ระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง และนั่นทำให้เขาต้องปวดหัวตอนนี้ ด้วยระดับขั้นแก่นแท้สวรรค์ขั้นกลางในตอนนี้ไม่มีทางที่เขาจะเป็นคู่มือให้กับหมูป่าหนามเพลิงได้เลย
สามวันให้หลัง คนสองคนได้ปรากฎขึ้นที่เขาของกั๋วฉาน พวกเขาคือกั๋วฉานและหวงต้า ในเวลาเดียวกันเจียงเฉินได้ตื่นขึ้นจากการเก็บตัวบ่มเพาะ ในเวลาสามวันเขาได้ประสบความสำเร็จในการควบคุมฝ่ามือมังกรแท้จริงและเพลิงมังกรแท้จริงได้อย่างสมบูรณ์และสร้างเสถียรภาพพลังยุทธของเขา
เมื่อเจียงเฉินได้เห็นหวงต้าและกั๋วฉาน เขาพบว่ากั๋วฉานได้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลาง สำหรับหวงต้ามันได้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ขั้นปลาย อยู่เหนือเจียงเฉินหนึ่งขั้น
เจียงเฉินไม่ได้แปลกใจสถานการณ์เช่นนี้ ด้วยการใช้พลังหกสุริยันและเส้นเลือดแหล่งพลังงาน หากว่ากั๋วฉานไม่อาจทะลวงผ่านได้ ตอนนี้การฆ่าตัวตายคงเป็นสิ่งที่ควรทำแล้วล่ะ
สำหรับหวงต้า ไม่ว่ามันจะทะลวงขั้นอย่างไรก็ตาม เจียงเฉินไม่รู้สึกแปลกใจอีก เขามีความสุขมากกว่าผู้ใดที่หวงต้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ขั้นปลาย ยิ่งหวงต้าแกร่งขึ้นเท่าใด มันก็สามารถช่วยเจียงเฉินได้ดียิ่งขึ้น
"บัดซบ คู่หู พวกเขาบอกข้าว่าขณะที่บิดาเจ้าอาการสาหัสอยู่ เจ้าได้ทำสิ่งร้ายแรงสำหรับนิกายทมิฬงั้นรึ? มันทำให้ข้าหงุดหงิดจริงๆ ข้าไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนั้นเลย! ข้าบิดาเจ้าได่เสียโอกาสที่จะแสดงถึงความน่าเกรงขาม หากไม่เช่นนั้นข้าก็คงเป็นศูนย์กลางความสนใจอย่างแน่นอน!ลองคิดดูสิ…..เฮ้อ……แย่จริงๆ เสียเปล่าอะไรเช่นนี้….เฮ้อ…"
หวงต้าต่อว่าเจียงเฉินทันทีเมื่อพบ
******************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป………..