หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 792 วัตถุเซียนเป็นอิสระ

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 792 วัตถุเซียนเป็นอิสระ
Prev
Next

ตอนที่ 792 วัตถุเซียนเป็นอิสระ

 

เลือดไหลออกมาจากมุมปากของเจี้ยนเฉิน เจี้ยนเฉินชำเหลือบมองเซียนผู้คุมกฎนับสิบอย่างเย็นชา เขาจับกระบี่สังหารมังกรขึ้นด้วยสองมือพร้อมกับถ่ายเทพลังบรรพกาลลงไปในกระบี่อย่างไม่หยุดหย่อน

เขารู้ดีว่าการจะหนีในวันนี้เป็นเรื่องยากมากสำหรับเขา เขาไม่มีความสามารถที่จะหลบหนีจากเซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ 8 มีทางเลือกเดียวเท่านั้นคือสู้กับตาย

“แปดตระกูล แม้ว่าข้าจะตายวันนี้ แต่เจ้าจะได้รู้ว่ามันไม่ง่ายนัก” เสียงของเจี้ยนเฉินเย็นชามาก กระบี่สังหารมังกรปลดปล่อยแสงสีดำเข้มออกมา ผนวกกับพลังแห่งการทำลายล้างเริ่มทวีมากขึ้นและทรงพลังมากขึ้น

เจี้ยนเฉินไม่เก็บออมพลังไว้อีกต่อไป เขาถ่ายเทพลังงานจำนวนมหาศาลสำหรับการจู่โจมที่ทรงพลังที่สุด พลังงานบรรพกาลภายในตันเถียนถูกถ่ายเทเข้าไปในกระบี่สังหารมังกรอย่างต่อเนื่อง ภายในตันเถียน เม็ดพลังบรรพกาลขนาดเท่าหัวแม่มือกำลังหดตัวลงด้วยอัตราความเร็วที่มองเห็นได้

เม็ดพลังบรรพกาลคือแหล่งกำเนิดขุมพลังของเจี้ยนเฉิน หากว่าใช้พลังงานบรรพกาลมากเกินไป เม็ดพลังก็จะหดตัวจนกระจัดกระจายหายไป เมื่อเม็ดพลังหมดลง เจี้ยนเฉินก็จะสูญเสียการใช้พลังงานบรรพกาล

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งการทำลายล้างที่เพิ่มขึ้นทุกขณะในยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎ หัวหน้าตระกูลทั้งแปดต่างเริ่มค่อนข้างเคร่งขรึม ทันใดนั้นบางคนก็โห่ร้องออกมาว่า “พวกเราไม่สามารถปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้ต่อไปได้ ผู้อาวุโสฮีเรส มันจะดีกว่าน่ะหากท่านจบชีวิตหยางยู่เทียนเร็ว ๆ ก่อนที่อะไรก็ตามจะเกิดขึ้น”

ฮีเรสกล่าวอย่างไม่แยแส “ไม่มีปัญหา ถึงแม้พลังของหยางยู่เทียนจะแปลกประหลาด แต่เขาอ่อนแอเกินไป แม้ว่าเขาสามารถสำแดงความแข็งแกร่งของเซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ 5 เมื่อใช้ยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎได้ แต่เขาก็ไม่อาจคุกคามข้าได้อยู่ดี ข้าอยากจะดีนักว่าไพ่ใบสุดท้ายของหยางยู่เทียนคืออะไรและมันจะทรงพลังมากแค่ไหน” ดวงตาฮีเรสมองเจี้ยนเฉินปรากฏร่องรอยความดูแคลนเล็กน้อย เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “หยางยู่เทียน ข้าจะให้โอกาสครั้งหนึ่งแก่เจ้าเพื่อโจมตี หลังจากนั้น ข้าจะปลิดชีวิตของเจ้า”

เจี้ยนเฉินไม่กล่าวโต้ตอบ เขาควบคุมพลังบรรพกาลทั้งหมดในตันเถียน แล้วถ่ายเทเข้าสู่กระบี่ เนื่องจากพลังบรรพกาลถูกใช้ปริมาณมหาศาล ทำให้เม็ดพลังในตันเถียนหดตัวอย่างรวดเร็ว จากขนาดเท่าหัวแม่มือลดลงมาเหลือขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลือง

กระบี่สังหารมังกรในสองมือของเจี้ยนเฉินถูกห่อหุ้มด้วยไอพลังบรรพกาลทั่วดาบทั้งเล่ม ระลอกคลื่นพลังงานนั้นทรงพลังมาก กดทับช่องว่างมิติ ทำให้ช่องว่างมิติบิดเบือน ขณะเกิดรอยแตกสีดำปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ

แกรก !

ทันใดนั้น มีเสียงแตกร้าวเกิดขึ้นในฉันพลับ เจี้ยนเฉินจู่ ๆ ดวงตาก็หรี่แคบลง ถึงแม้เขาไม่สามารถมองเห็นมันได้ แต่เขาสามารถรู้สึกถึงมันได้ รอยแตกขนาดเล็กเกิดขึ้นบนกระบี่ พลังบรรพกาลจำนวนมากที่รวมตัวกันในกระบี่ ทำให้ยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎถึงขีดจำกัดที่จะทนทานต่อพลังได้แล้ว

เศษเสี้ยวความเหี้ยมโหดแวบผ่านนัยน์ตาเจี้ยนเฉิน เขาไม่ได้ยับยั้งพลังงาน ซ้ำยังบังคับพลังบรรพกาลให้พรั่งพรูเข้าไปในกระบี่รุนแรงมากยิ่งขึ้นแทน พลังงานของกระบี่เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

เสียงรอยแตกดังขึ้นเรื่อย ๆ รอยแตกบนกระบี่แผ่ขยายไปเรื่อย ๆ จนเกิดรอยแตกระแหงขนาดเล็กปกคลุมกระบี่ทั้งเล่ม ในที่สุดเจี้ยนเฉินก็เหนี่ยวรั้งพลังไว้ เขาควงกระบี่ด้วยสองมือและชูมันขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะตวัดลงด้วยพลังที่แยกภูเขาได้

ดาบฉีกกระชากพุ่งผ่านช่องว่างมิติและทำลายช่องว่างความว่างเปล่าได้อย่างง่ายดาย ต่อหน้าช่องว่างมิติ มันเชือดเฉือนช่องว่างมิติราวกับตัดเต้าหู้ ฉีกกระชากจนถึงจุดที่ช่องว่างมิติไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ทัน หลังจากนั้นไม่นาน กระบี่สังหารมังกรที่มีพลังงานบรรพกาลจำนวนมหาศาลได้ก่อตัวเป็นรังสีดาบขนาดใหญ่เสร็จสมบรูณ์ ดาบฉีที่น่าสะพรึงกลัวก็ถูกยิงออกไป

การตวัดนี้ไม่เพียงใช้ออกความแข็งแกร่งที่สูงที่สุดของเจี้ยนเฉินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพลังบรรพกาลส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในร่างกายของเขาอีกด้วย การตวัดครั้งนี้นั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่าเซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ 9 ที่ใช้ออกด้วยข้อกำหนดทางความแข็งแกร่ง ดังนั้นจะเห็นได้ว่ายุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎจึงไม่สามารถทนต่อพลังขนาดนี้ได้

ปราณกระบี่ขนาดใหญ่พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง เหล่าเซียนผู้คุมกฎจากแปดตระกูลที่ล้อมอยู่รอบ ๆ ต่างพากันตื่นตระหนก

“โอ้ พระเจ้า! รวมมือกันต้านมันเร็วเข้า ! ” ฮีเรสตะเบ็งออกมา เพื่อเรียกเซียนผู้คุมกฎทั้งหมดร่วมมือกันเข้าต้านปราณกระบี่ ในตอนนี้ เหล่าเซียนสีหน้าน่าเกลียดอย่างมาก พละกำลังการตวัดของเจี้ยนเฉินเหนือกว่าที่พวกเขาคาดคิดไปมาก พวกเขาไม่อาจเข้าใจว่าเจี้ยนเฉินสามารถสร้างการจู่โจมที่ทรงพลังแบบนั้นได้ยังไง ไม่ว่าพวกเขาจะครุ่นคิดยังไง พวกเขาก็ไม่เข้าใจ ต่อให้เป็นพวกเขาก็ไม่สามารถสร้างการจู่โจมที่ทรงพลังแบบนั้นได้

เซียนนับสิบยกมือขึ้นเพื่อกางม่านพลัง ในตอนนั้นเอง ม่านพลังก็ถูกสร้างขึ้น ปราณกระบี่ยักษ์กับม่านพลังปะทะกันเสียงดัง ม่านพลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนที่จะเริ่มแตกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างรวดเร็ว

พุ ! เลือดสด ๆ กระอักออกมาจากปากของเซียนคนหนึ่ง พลังการตวัดนี้ถูกสร้างจากพลังบรรพกาลส่วนใหญ่ของเจี้ยนเฉิน ดังนั้นความแข็งแกร่งของมันมีถึงระดับชั้นที่น่าสะพรึงกลัว มันเหนือยิ่งกว่าเซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ 9 และอาจทรงพลังถึงเซียนราชา ฮีเรสเป็นผู้ทรงพลังที่สุดท่ามกลางพวกเซียนที่นี่ และเขาเป็นคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในชั้นสวรรค์ที่ 8 พวกเขาไม่สามารถต้านทานปราณกระบี่ได้ แม้ว่าพวกเขาจะร่วมมือกันก็ตาม

ปราณกระบี่ขนาดใหญ่ทำให้ม่านพลังแตกเป็นเสี่ยง ๆ ราวกับมีดร้อน ๆ ที่ตัดผ่านเนย และพุ่งไปหาเหล่าเซียนผู้คุมกฎ พวกเขาไม่สามารถที่จะหลบมันได้

ในนาทีวิกฤติ ฝ่ามือยักษ์จู่ ๆ ปรากฏ ราวกับกำแพงที่ลอยอยู่ในท้องฟ้า มันตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้าเหล่าเซียนผู้คุมกฎและปกป้องพวกเขา

บูม ! ปราณกระบี่ยักษ์ที่ถูกควบรวมจากพลังบรรพกาลเข้าปะทะกับฝ่ามือทำให้เสียงดังกึกก้อง ระลอกคลื่นพลังงานขนาดใหญ่สร้างความหายนะไปทั่วทุกที่ เกิดการทำลายช่องว่างมิติและสร้างหลุมสีดำมืดดูดกลืนทุกสิ่งอย่างเข้าไป

ฝ่ามือราวกับโล่ที่มิอาจผ่านได้ มันปกป้องการจู่โจมของปราณกระบี่ไว้ได้อย่างสมบรูณ์ และช่วยชีวิตเหล่าเซียนผู้คุมกฎจากแปดตระกูลไว้ได้ทั้งหมด

ในที่สุด พลังงานของปรารกระบี่ก็ถูกผลาญไปทั้งหมดและหายไปในกลางอากาศ หลังจากนั้น ฝ่ามือยักษ์ก็จางหายไปอย่างช้า ๆ ก่อนที่จะสลายหมดไป ตอนนั้นเองก็ปรากฏชายชราเสื้อคลุมสีน้ำเงินและผู้หญิงวัยกลางคนเสื้อคลุมสีม่วงในท่าทางที่มือของนางถูกกางออก

“พวกเราทักทายผู้อาวุโสทั้งสอง ! ”

ไม่นานเหล่าเซียนกล่าวกับบุคคลทั้งสองที่ปรากฏ เหล่าเซียนทั้งหมดคุกเข่าลงในท้องฟ้า สีหน้าของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง

ผู้หญิงถอนมือเรียวบางของนางกลับอย่างช้า ๆ และจ้องมองรอบ ๆ อย่างไม่แยแส นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าระหว่างที่ไปเยือนตระกูลผู้พิทักษ์ เมืองจะวุ่นวายแบบนี้ หากข้าไม่กลับมาในตอนนี้ บางทีพวกเจ้าทั้งหมดคงไปเยี่ยมยมบาลแล้ว”

“ตรงตามที่ผู้อาวุโสว่าไว้ พวกเราขอขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิตเรา” บรรพบุรุษทั้งหมดกล่าว เศษเสี้ยวความหม่นหมองปรากฏบนสีหน้าของพวกเขา การจู่โจมที่ตรงหน้าของพวกเขาทำให้พวกเขาทั้งหมดล้วนตกใจกลัว ประสบการณ์เฉียดตายเมื่อครู่นี้ ไม่ได้บังเกิดกับพวกเขามาหลายปีแล้ว

สายตาผู้หญิงมองที่เจี้ยนเฉินก่อนจะเห็นเสือขาวบนคอของเจี้ยนเฉิน กระตุ้นความสนใจของนาง แล้วนางกล่าวอย่างไม่แยแสว่า “เจ้าคงเป็นหยางยู่เทียนใช่หรือไม่ ? ”

เจี้ยนเฉินไม่ได้กล่าวสิ่งใด เขารู้สึกเคร่งขรึมมาก ผู้หญิงคนนี้ป้องกันการจู่โจมที่ใช้พลังบรรพกาลมากที่สุดของเขาได้สบาย ๆ ดังนั้นไม่มีอะไรให้ต้องสงสัยนางต้องเป็นเซียนราชาและต้องเป็นหนึ่งในเซียนราชาที่แข็งแกร่งที่สุดของที่แห่งนั้น

“ผู้อาวุโส เขาคือหยางยู่เทียน” เซียนผู้คุมกฎคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ด้านหลังนาง

“ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะต่อสู้ได้ดีถึงปานนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เจ้าจำเป็นต้องปล่อยสัตว์อสูรโบราณข้างหลังนั้น เห็นทีจะเป็นพยัคฆ์ปีกเทวะ”ไม่นานที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเสร็จ มิติรอบตัวเจี้ยนเฉินจู่ ๆ ถูกแช่แข็ง มิติที่แช่แข็งนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าของคนอื่น ๆ ที่เขาเคยพบในอดีตเสีย ดูเหมือนการสกัดกั้นนี้จะเป็นสาระสำคัญของธาตุเหล็กที่กักขังเขาอยู่ภายใน เขาไม่สามารถแม้แต่ขยับนิ้วได้ด้วยซ้ำ

ผู้หญิงคนนั้นปรากฏกายข้างหน้าเจี้ยนเฉินโดยไร้ซุ่มเสียง และกางมือขาวอันเรียวบางของนางไปยังเสือขาว

บูม !

ในตอนนั้นเอง เสียงกึกก้องรุนแรงจู่ ๆ ดังกระหึ่มในระยะไกล ๆ เสียงฟ้าร้องและผืนดินสะเทือน ทำให้เมืองทั้งเมืองสั่นไหวอย่างรุนแรง

มือของผู้หญิงคนนั้นที่กำลังจะมาถึงเสือขาวได้ชะงักกลางอากาศในทันที นางพลันหันศีรษะไปทางสำนักงานใหญ่สมาคม ขณะที่ดวงตาของนางหดแคบลงพลางจ้องมองอย่างไม่แยแส

เสียงโจมตีในฉันพลันได้ดึงดูดความสนใจของทุกคน ประธานและผู้อาวุโสสูงสุดก็หันหน้าไปทางที่มาของเสียง และไม่แปลกใจ ที่สำนักงานใหญ่สมาคมจะมุ่งหน้ามา

จู่ ๆ สีหน้าของประธานก็แปรเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาโห่ร้องออกมา “มันคือวัตถุเซียน บัดซบ วัตถุเซียนออกมา” ริ้วแสงสีทองพุ่งมาแต่ไกล ๆ ตรงเข้าไปในมือของเจี้ยนเฉิน มันคือหอคอยสีทอง สูงเพียง 3 นิ้วเท่านั้น

“มันคือวัตถุเซียน วัตถุเซียนของสมาคมเรา ทำไมวัตถุเซียนถึงออกมา ? ” สีหน้าของประธานแปรเปลี่ยนอีกครั้งและจ้องมองด้วยความไม่อยากเชื่อ

ผู้หญิงคนนั้นตกใจกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในฉันพลัน อย่างไรก็ตาม นางก็ได้สติกลับมาหลังจากนั้นไม่ช้า และจ้องมองที่หอคอยขนาดเท่าฝ่ามือที่บินด้วยตนเองเข้าสู่มือของเจี้ยนเฉิน ประกายความแปลกใจแวบผ่านนัยน์ตาของนาง และนางจู่ ๆ ก็กางมือออกเหยียดมือไปยังมัน

ทันทีที่มือของนางเเอื้อมถึงมัน ทันใดนั้นกำปั้นขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาจากความว่างเปล่าแล้วบินตรงไปยังผู้หญิงคนนั้น

สีหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างมากและมือของนางที่เอื้อมถึงหอคอยหยุดชะงัก เพื่อใช้ต้านรับหมัดที่เต็มไปด้วยชั้นหนาแน่นของพลังงานโลก

ปัง !

ทันใดนั้น เสียงดังราวฟ้าผ่า กำปั้นกระแทกกับมือของผู้หญิงคนนั้น ทำให้ห้วงมิติรอบ ๆ สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

หลังจากการจู่โจมนั้น สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นพลันเปลี่ยนไป นางพลันพุ่งถอยและจ้องไปที่กำปั้นด้วยท่าทีตกใจ นางโห่ร้องออกมาว่า “เซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 9 ! ”

ชายวัยกลางคนร่างเปลือยอกปรากฏกายอย่างช้า ๆ เขาร่างกำยำล่ำสัน ไหล่กว้างและหนา และร่างกายของเขาได้แผ่กลิ่นอายความเข้มแข็งออกมา เขาชายตามองผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่แยแสก่อนจะละความสนใจ เขาแหงนหน้าไปที่ท้องฟ้าก่อนจะพลันก้มลงมองพื้นดิน เขาเริ่มตื่นเต้นมากขึ้นและมากยิ่งขึ้น เขาสั่นสะท้านเบา ๆ และกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ว่า “ข้าได้ออกมาแล้ว ข้าได้ออกมาแล้ว ในที่สุดข้าได้ออกมาแล้ว ในที่สุดข้าจะได้กลับไปโลกบรรพบุรุษของข้า ! ”

ชายวัยกลางคนคือสัตว์อสูรเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ภายในวัตถุเซียน มังกรทองเทวะยาว 300 เมตร

หลังจากชายคนนั้น ก็มีร่างอีกนับสิบร่างโผล่ออกมาอย่างช้า ๆ ในท้องฟ้า พวกเขาล้วนแผ่กลิ่นอายความแข็งแกร่งออกมา ส่งแรงกดดันเหล่าเซียนผู้คุมกฎที่อยู่ที่นี่จนถึงจุดที่ทำให้พวกเขาต่างหายใจได้ยากลำบาก

“ในที่สุดก็ได้ออกมา ในที่สุดพวกเราก็ได้ออกมา นับแต่จากนั้นไป พวกเราเป็นอิสระ พวกเราไม่ต้องติดอยู่ในห้วงมิติโลหิตอีกต่อไป”

“ในที่สุดข้าก็ได้ออกมา ข้าเป็นอิสระ…”

“ในที่สุดข้าก็ได้กลับคืนสู่โลกที่บรรพบุรุษของข้าจากมา…”

สัตว์อสูรระดับ 8 ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากวัตถุเซียนคำรามจนผืนดินสะท้านดังก้องไปทั่วท้องฟ้า เสียงของพวกมันเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก และมีหลายคนที่กระทั่งเริ่มหลั่งน้ำตาออกมา เป็นน้ำตาแห่งความสุข

สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นเริ่มน่าเกลียดมากขึ้นและนางโห่ร้องออกมาอย่างรินโรยว่า “ทำไมเซียนราชานับสิบถึงโผล่ออกมาที่นี่ ? หนึ่งในพวกเขาอย่างน้อยก็เซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 9 ไม่ ไม่ถูกต้อง นี้ไม่ใช่ตัวตนของมนุษย์ พวกมันทั้งหมดแท้จริงแล้วเป็นสัตว์อสูรระดับสูง” ผู้หญิงคนนั้นจู่ ๆ สีหน้าเริ่มซีดเผือด

ในเวลานี้ราชาเสือในปัจจุบันกำลังพักผ่อนอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ในมหาสมุทรทางเหนือ พลันลุกขึ้นยืน มันจ้องมองไปในทิศทางทวีปเทียนหยวนด้วยนัยน์ตาสีเลือดพลางกล่าวว่า “ทำไมตัวตนของสัตว์อสูรระดับ 8 นับสิบถึงจู่ ๆ ปรากฏกาย ? พวกเขาเป็นใคร ? ”

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 792 วัตถุเซียนเป็นอิสระ"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
มีนาคม 12, 2022
เทพสงครามสายเลือดมังกร
เทพสงครามสายเลือดมังกร
มีนาคม 12, 2022
วันสิ้นโลก
วันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
คัมภีร์มัจจุราช
คัมภีร์มัจจุราช
มีนาคม 12, 2022
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มีนาคม 12, 2022
อหังการ์การล้างแค้น
อหังการ์การล้างแค้น
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz