หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 742: เจตนาฆ่าบนเรือ (2)

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 742: เจตนาฆ่าบนเรือ (2)
Prev
Next

ตอนที่ 742: เจตนาฆ่าบนเรือ (2)

 

เจี้ยนเฉินมองไปที่กวานหยูไค่อย่างประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่ากวานหยูไค่คนที่หน้าหนาและเชื่อถือไม่ได้ จะมีความแข็งแกร่งมากถึงขนาดไปท้าแข่งกับสิบอันดับแรกเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงระดับ 6 ได้

เป็นครั้งแรกที่ความคิดของเจี้ยนเฉินที่มีให้กับกวานหยูไค่นั้นเปลี่ยนไป เขาอดไม่ได้ที่จะเชื่อว่าสิ่งที่กวานหยูไค่พูดกับหลินไป่เกี่ยวกับว่าเขาได้บรรลุทักษะธาตุแสงแล้วเล็กน้อยเป็นเรื่องจริง แต่มันก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อได้เห็นเจี้ยนเฉินทำท่าทีเฉยเมย กวานหยูไค่ก็เผยรอยยิ้มออกมาเพราะเขาเชื่อว่ามันน่าหลงไหลและหัวเราะคิกคักไปที่เจี้ยนเฉิน “เป็นไงบ้าง น้องหยางยู่เทียน ? เจ้าเชื่อข้าหรือยังทีนี้ ? ข้า กวานหยูไค่ นั้นไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่เจ้าอธิบายไว้ ถ้าเจ้าพูดคุยปรึกษากับข้าที่เป็นเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงระดับ 6 ที่น่าเคารพ ไม่เพียงแต่เจ้าจะไม่เสียหายอะไรเท่านั้น เจ้ายังจะได้รับประโยชน์มากมายจากข้า เจ้าจะไม่เก็บเอาไปคิดให้มากกว่านี้หน่อยหรือ ? ”

เจี้ยนเฉินส่ายหัวแล้วยิ้มเล็กน้อย เขาไม่ได้พูดอะไร แล้วเขาก็คิดกับตัวเอง “เจ้ากวานหยูไค่ยังพูดซ้ำซากเกี่ยวกับทักษะธาตุแสงที่ยอดเยี่ยมทั้งสามอยู่อีก”

“สามเดือนที่ผ่านมานั้น ข้าได้ยินมาว่าน้องหยางยู่เทียนมีพรสวรรค์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนมาก่อนและยังเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับยุคนี้อีกด้วย ไม่เพียงแต่เจ้าจะสำเร็จระดับ 6 ด้วยอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น แต่ความสามารถในการฝึกทักษะธาตุแสงยังเข้าใกล้ระดับ 7 อีกด้วย ในตอนนี้ มันก็ไกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แล้วสำหรับวันแห่งการต่อสู้เพื่อโอกาสในการสำเร็จระดับ 7 การแข่งขันเพื่อคัดเลือกจะเริ่มในอีกเดือนที่จะถึงนี้ ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าน้องหยางยู่เทียนมั่นใจแค่ไหนในการติดอันดับหนึ่งในสิบ ? ” ชายชราที่ใส่ชุดหรูหราพูด เขาเป็นคนที่ควบคุมตระกูลฮัวอยู่ เขาเป็นเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงระดับ 6

สมาชิกที่เหลือของตระกูลซึ่งอยู่ที่โต๊ะทั้งหมดมองไปที่เจี้ยนเฉิน พวกเขาอยากฟังมากว่าเจี้ยนเฉินจะตอบคำถามนี้อย่างไร

เมื่อได้ยินคำถามของหัวหน้าฮัว กวานหยูไค่ก็แสดงท่าทีประหลาดใจออกมา เขาจ้องเขม็งไปที่เจี้ยนเฉินและประหลาดใจในอายุและความสามารถของเจี้ยนเฉิน อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้สติในไม่ช้าและคิดกับตัวเอง “ไม่สงสัยเลยว่าทำไมหยางยู่เทียนนี้ถึงได้ทำลายสิ่งที่หุ้มทักษะธาตุแสงทั้งสามเหล่านั้นได้ ความสามารถในทักษะธาตุแสงของเขานั้นใกล้เคียงกับระดับ 7 แล้วจริง ๆ แต่ข้ายังสงสัยเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้และเขาสามารถใช้ทักษะธาตุแสงได้ในระดับไหน”

เจี้ยนเฉินยิ้ม “หัวหน้าฮัวใจดีเกินไปแล้ว มันแค่เป็นเพราะข้าโชคดีเท่านั้นที่สำเร็จระดับ 6 ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันการคัดเลือกที่จะถึงในอีกเดือนหนึ่งนี้ ข้าไม่มั่นใจว่าข้าจะติดหนึ่งในสิบ แต่ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ”

“ข้า เจิ้งเจียน เชื่อว่าน้องหยางยู่เทียนต้องติดหนึ่งในสิบแน่ เพราะว่าความสามารถของหยางยู่เทียนในทักษะธาตุแสงเกือบจะทัดเทียมเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงระดับ 7 ซึ่งเกินกว่าพวกเราไปมากแล้ว ข้ามั่นใจเหลือเกินว่าตำแหน่งหนึ่งในสิบนั้นคงไม่ยากเกินไปสำหรับน้องหยางยู่เทียน ทีนี้เรามาฉลองล่วงหน้าในกับน้องหยางยู่เทียนในการติดอันดับหนึ่งในสิบภายใต้ชื่อของตระกูลเจิ้ง” ชายวัยกลางคนที่สุภาพเรียบร้อยของตระกูลเจิ้งพูด ในขณะที่เขายกจอกสุราหันไปทางเจี้ยนเฉิน

หลังจากดื่มสุรา เจิ้งเจียนก็พูดต่อ “น้องหยางยู่เทียน ข้ามีข้อเสนอ ในการแข่งคัดเพื่อคัดเลือกที่จะถึงในอีกเดือนหนึ่งนี้ ทำไมเราไม่มาร่วมมือกันล่ะ ? แบบนั้น โอกาสที่พวกเราทั้งคู่จะติดหนึ่งในสิบจะเพิ่มขึ้นมาก ข้าสงสัยเหลือเกินว่าน้องหยางยู่เทียนคิดเห็นเช่นไร ? ”

“น้องหยางยู่เทียน ข้อเสนอของเจิ้งเจียนนั้นค่อนข้างดี แต่ถ้าเราร่วมมือกัน โอกาสในการติดหนึ่งในสิบของพวกเราจะต้องเพิ่มมากขึ้น” หลังจากที่เจิ้งเจียนสิ้นสุดสิ่งที่เขากำลังพูด ชายชราก็พูดออกมาต่อ

หัวหน้าฮัวเริ่มหัวเราะ “เมื่อไรก็ตามที่มีการแข่งขันเพื่อการคัดเลือกเกิดขึ้น ตระกูลใหญ่ทั้งแปดของเมืองแห่งเทพเจ้าส่วนมากจะร่วมมือกันเสมอ น้องหยางยู่เทียน ทำไมเจ้าไม่มาร่วมมือกับพวกเราล่ะ ? แบบนั้นโอกาสที่จะรอดในการแข่งขันจะมากกว่าตอนที่เจ้าตัวคนเดียวนะ”

หลังจากนั้น คนที่เหลือจากตระกูลต่างต่างก็พูดเพื่อเชิญให้เจี้ยนเฉินเข้าร่วมกับพวกเขา พวกเขารู้ว่าความสำเร็จของเจี้ยนเฉินในอนาคตต้องเกินกว่าพวกเขาไปแน่ ถ้าดูจากความสามารถของเขา

เจี้ยนเฉินไม่ได้ตอบรับคำเชิญของคนจากตระกูลทั้งแปดตระกูลใหญ่ เขาลังเลสักครู่ในตอนนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำที่ท่านประธานเคยกล่าวไว้ว่า “ในตอนนี้ จักรวรรดิไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาที่สงบสุข ดังนั้นมันจะดีที่สุดถ้าหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดเกินไปกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสามตระกูลใหญ่”

เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ เจี้ยนเฉินก็ตัดสินใจได้ เขาพูดอย่างขอโทษกับทุก ๆ คน “ข้าเข้าในดีว่าทุกคนนั้นหวังดี แต่ในการต่อสู้ที่จะถึงในอีก 1 เดือนนี้ ข้ามีแผนการของข้าแล้ว ดังนั้นข้าจะเข้าร่วมกับทุกคนไม่ได้”

สิ่งที่เจี้ยนเฉินพูดทำให้หลายคนที่อยู่ที่โต๊ะเปลี่ยนท่าที แม้แต่บรรยากาศที่แสนดีก็เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นแทนที่ในเวลานี้ ดาดฟ้าเรือเงียบขึ้นอย่างผิดปกติ และแม้แต่เสียงเข็มตกลงพื้นก็ยังสามารถได้ยินได้

สักพักถัดมา บรรยากาศที่หนักอึ้งก็ได้ถูกทำลายลง “น้องหยางยู่เทียน เจ้าต้องคิดให้ดีนะ การที่เจ้าตัวคนเดียวนั้นมันอันตรายมาก ทำให้มันยากมากที่จะติดหนึ่งในสิบในตอนท้าย” มันเป็นชายชราที่พูดขึ้นมา เขามาจากตระกูลเทพเจ้าแห่งไฟ

เจี้ยนเฉินปฏิเสธเขาไปโดยไม่ลังเล “ข้าขอบคุณในความหวังดีของทุก ๆ คนมาก แต่ข้าได้ตัดสินใจแล้ว ดังนั้น ไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกแล้ว”

ที่โต๊ะทานอาหารนั้น ท่าทีของคนสองสามคนเกรงขึ้นเมื่อสังเกตเห็นสายตาที่เย็นชาของคนอื่น ๆ

ในตอนนี้ เสือขาวที่กำลังนั่งหลับอยู่ที่ไหล่ของเจี้ยนเฉินอยู่ดี ๆ ก็ลืมตาขึ้นมา และจ้องเขม็งไปที่ผิวของแม่น้ำ

ทันใดนั้นเอง ผิวน้ำที่สงบนิ่งก็กระจายออก คน 30 คนในชุดดำพุ่งออกมา และพุ่งมาที่โต๊ะด้วยความเร็วดุจสายฟ้าในขณะที่แสงที่เปล่งออกมาของพวกเขาแต่ละสีมาจากพลังเซียนแต่ละธาตุ ไม่มีใครไม่เป็นเป้าหมาย แม้แต่เจี้ยนเฉิน กวานหยูไค่ และคนของตระกูลใหญ่ทั้งแปดล้วนเป็นเป้าหมายทั้งนั้น

“ปกป้องหัวหน้าฮัว ! ”

“ปกป้องนายน้อย ! ”

…

บนเรือนั้น ผู้คุ้มกันของตระกูลใหญ่ทั้งแปดได้พุ่งขึ้นไปที่ดาดฟ้าแล้วถอยไปรวมตัวอย่างรวดเร็วที่นายของพวกเขา ในขณะที่บางคนพุ่งขึ้นไปปะทะกับชายในชุดดำในการต่อสู้ที่ดุเดือด

“บ้าเอ้ย เซียนสวรรค์ตั้ง 30 คน ! ช่างมายมายอะไรแบบนี้ ! ” กวานหยูไค่ร้องเตือนออกมา บอลเมฆสีขาวถูกสร้างขึ้นมาใต้ขาของเขา และเขาก็ได้หายไปในพริบตาเดียว เขาหนีไปเร็วเสียยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก

ในเซียนสวรรค์ทั้ง 30 คนนั้น ประมาณ 20 คนพุ่งเป้าหมายไปที่ตระกูลใหญ่ทั้งแปด ที่เหลือทั้งหมดพุ่งเป้าหมายไปที่เจี้ยนเฉิน ตระกูลใหญ่ทั้งแปดทั้งหมดมีเซียนสวรรค์คอยคุ้มกันนายของพวกเขาอย่างแน่นหนาและรวมกันอยู่ที่ดาดฟ้า ในขณะที่พวกเขาคอยป้องกันการโจมตีของชายชุดดำ

ทุกคนจากแปดตระกูลแสดงท่าทีเคร่งครึม พวกเขาพาเซียนปฐพีมาด้วยเป็นจำนวนมาก แต่มันก็มีเซียนปฐพีแค่สิบกว่าคน ซึ่งจำนวนนั้นแตกต่างมากจากพวกที่พยายามที่จะมาฆ่าพวกเขา ไม่นานหลังจากที่การต่อสู้เริ่มขึ้น คนจากตระกูลทั้งแปดก็ถูกกดดันอย่างช้า ๆ จนร่นถอยกลับมาในเรือ มีผู้คุ้มกันจำนวนมากที่เลือดอาบและได้รับบาดเจ็บจากการโจมตี

ทันใดนั้นเอง ลูกบอลแสงก็ได้ส่องสว่างจ้าขึ้นบนท้องฟ้าที่ดำสนิท ทำให้ท้องฟ้าสีดำหายไปเกือบทั้งหมด เซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงระดับ 6 2-3 คนของตระกูลก็ออกมา แต่ละคนร่ายทักษะธาตุแสงออกมาจากมือของพวกเขาและมุ่งหมายไปที่ชายชุดดำ

ในตอนนี้ ผู้คนจากตระกูลทั้งแปดถูกกดดันให้ถอยลงมาใต้ดาดฟ้าของเรือจากนักฆ่าทั้ง 20 คน ในขณะที่เจี้ยนเฉินยังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารอย่างสงบนิ่งและเก็บข้อมูล ในขณะที่เขาพอใจกับสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ รอบ ๆ ตัวของเขา มีชายสิบกว่าคนหมายตามาที่เขาและพุ่งเข้ามาใกล้เขาด้วยความเร็วดั่งสายฟ้า

หลังที่มหาศาลกระเพื่อมขึ้นที่ข้างหลังของเขา นักฆ่าสามคนเข้ามาใกล้เจี้ยนเฉินก่อนและพุ่งเข้าไปที่เขา ด้วยอาวุธเซียนที่ส่องแสงไปตามสีของธาตุ มันเต็มไปด้วยพลังเซียน

มุมปากของเจี้ยนเฉินยิ้มย่างเยาะเย้ย เขาเอียงหัวของเขาแล้ววางจอกสุราชั้นดีลง เขาไม่มองไปข้างลังเลย เขาพูดเบาเบา “โล่พลังเซียนธาตุแสง ! ”

พลังเซียนธาตุแสงรอบ ๆ เริ่มที่จะมารวมตัวที่เจี้ยนเฉินด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อและก่อตัวเป็นโล่สีเงินเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตรซึ่งได้ป้องกันการโจมตีที่ด้านหลังเจี้ยนเฉินไว้

แม้ว่าเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงระดับ 6 คนอื่นกำลังต่อสู้อยู่กับนักฆ่า แต่พวกเขาก็ยังมองผ่านแวบ ๆ มาที่เจี้ยนเฉิน เมื่อพวกเขาได้เห็นความเร็วในการทำให้โล่พลังเซียนธาตุแสงแข็งตัว พวกเขาก็ประหลาดใจ ความเร็วของเจี้ยนเฉินในการดึงเอาพลังเซียนธาตุแสงมานั้นเป็นบางสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถทำได้แม้ใช้กำลังเต็มที่แล้วก็ตามและเมื่อเห็นท่าทางของเจี้ยนเฉินที่ไม่สะทกสะท้าน มันเหมือนว่าเขายังไม่ได้ใช้กำลังที่มีทั้งหมดเลยแม้แต่น้อย

“หยางยู่เทียนนี้มีความสามารถในทักษะธาตุแสงใกล้เคียงกับระดับ 7 อย่างแท้จริง ด้วยความเร็วของเขาในการรวบรวมโล่พลังเซียนธาตุแสงซึ่งไวกว่าพวกเรามาก” เซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงระดับ 6 หลายคนคิดกับตัวเอง

ในตอนนี้ อาวุธเซียนของเซียนสวรรค์ 3 คนนั้นก็กระแทกไปที่โล่พลังเซียนธาตุแสงของเจี้ยนเฉินพร้อมกันและทำให้เกิดพลังที่มหาศาลกระเพื่อมออกมา โล่พลังเซียนธาตุแสงคือพลังเซียนธาตุแสงที่ควบแน่นอยู่นั้นดูเหมือนชิ้นเหล็กที่มีความแข็งแกร่งมาก แต่ละครั้งที่มันถูกโจมตีมันจะมีเสียงเหมือนเหล็กถูกตี เสียงที่ออกมาดังมากออกมา ดังจนรู้สึกเจ็บหู

แม้ว่าโล่พลังเซียนธาตุแสงจะป้องกันการโจมตีของเซียนสวรรค์ทั้งสามคนได้พร้อมกัน แต่มันก็มีรอยแตกคล้ายใยแมงมุมอยู่ที่โล่ หลังจากนั้นไม่นาน เจี้ยนเฉินก็ชี้อย่างอ่อนโยนไปที่โล่และมันก็แตกออกเป็นเสี่ยงด้วยเสียงอันดัง มันกลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยและพุ่งไปที่เซียนสวรรค์สามคนนั้นประดุจดั่งสายฝนที่รวดเร็ว

ท่าทีของเซียนสวรรค์เปลี่ยนไปเล็กน้อย พลังเซียนที่แข็งแกร่งก็พุ่งออกมาจากร่างของพวกเขาและรวมตัวเป็นเกราะป้องกันเพื่อรับเศษโล่นั้น

“โล่พลังเซียนธาตุแสงใช้แบบนั้นได้ด้วย มันช่วยเปิดหูเปิดตาของข้ามากขึ้นจริง ๆ ในวันนี้ น้องหยางยู่เทียนนี้ช่างน่าประทับใจจริง ๆ ที่สามารถคิดวิธีโจมตีแบบนั้นได้” กวานหยูไค่จ้องเขม็งไปที่เจี้ยนเฉินจากที่ลับ และถอนหายใจอย่างชื่นชม

“แต่น้องหยางยู่เทียนจำเป็นที่จะต้องรับการโจมตีจากเซียนสวรรค์สิบกว่าคนพร้อมกันในครั้งเดียว เขาจะทนได้หรือไม่ ? ข้าควรจะไปช่วยเขารึเปล่า ? ” กวานหยูไค่คิดซักครูก่อนที่จะพูดออกไป “ไม่เป็นไรหรอก แม้ว่าข้า กวานหยูไค่ จะมีความแข็งแกร่งพอตัว แต่ข้าก็ไร้ประโยชน์ต่อหน้าเซียนสวรรค์หลาย ๆ คน และในเมื่อน้องหยางยู่เทียนดูเหมือนจะมั่นใจขนาดนั้น ดูสถานการณ์ไปก่อนดีกว่าและดูความแข็งแกร่งของน้องหยางยู่เทียนไปพร้อมกันเลยในทีเดียว”

“กระบี่พลังเซียนธาตุแสง !” เจี้ยนเฉินไม่หยุดอยู่เฉย เมื่อโล่พลังเซียนธาตุแสงที่ได้เปลี่ยนเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยพุ่งไปที่เซียนสวรรค์ทั้งสามคนนั้นแล้ว กระบี่ใหญ่ยาว 2 เมตรก็ควบแน่นมาปรากฏขึ้นข้างหน้าเขา ด้วยการกวัดแกว่งของเขา กระบี่ใหญ่นั้นกลายเป็นแสงสีขาวและพุ่งไปที่นักฆ่าชุดดำคนอื่น ๆ

นักฆ่าไม่ได้สนใจกระบี่พลังเซียนธาตุแสงเท่าไรนัก สำหรับเขา แม้ว่าเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงระดับ 6 จะมีระดับความสามารถในการโจมตีอยู่บ้าง แต่ไม่ก็ไม่มากพอที่จะทำอันตรายให้กับเขาได้ และยิ่งเป็นคนหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีแบบนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบี่พลังเซียนธาตุแสงกระทบกับอาวุธเซียนของนักฆ่า มันก็เกิดเสียงดังมากขึ้น ท่าทีของชายนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากและเขาก็กระอักเลือดออกมาพร้อมกับกระเด็นถอยไปด้วยพลังของกระบี่พลังเซียนธาตุแสง

แค่การใช้กระบี่พลังเซียนธาตุแสงของเจี้ยนเฉินเพียงครั้งเดียวได้ทำให้เซียนสวรรค์ที่ทรงพลังถึงกับกระอักเลือดและถอยกลับไปได้ นี้ทำให้นักฆ่าคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เจี้ยนเฉินประหลาดใจและจ้องมองไปที่เจี้ยนเฉินอย่างเหลือเชื่อ

“เป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่เมื่อไรกันที่กระบี่พลังเซียนธาตุแสงมันแข็งแกร่งมากขนาดนี้ ! ” นักฆ่าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และร้องอุทานเสียงดังออกมา

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 742: เจตนาฆ่าบนเรือ (2)"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

นครแห่งบาป
นครแห่งบาป
มีนาคม 12, 2022
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
มีนาคม 12, 2022
วันสิ้นโลก
วันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
เทพสงครามสายเลือดมังกร
เทพสงครามสายเลือดมังกร
มีนาคม 12, 2022
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
มีนาคม 12, 2022
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz