เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 548 – มุ่งหน้าไปจวนเจ้าเมือง
- หน้าแรก
- เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
- ตอนที่ 548 – มุ่งหน้าไปจวนเจ้าเมือง
ตอนที่ 548 – มุ่งหน้าไปจวนเจ้าเมือง
เจ้าเมืองหยุนหลีกลายเป็นตกตะลึงมาก ยามเมื่อได้ยินเจี้ยนเฉินกล่าว แต่เดิม เขาคิดว่าเจี้ยนเฉินไม่ได้ไปที่เมืองทหารรับจ้างเพราะเซียนผู้เชี่ยวชาญพิเศษน้อยคนนักที่จะมีแนวโน้มที่จะอยู่รอดในการเข้าร่วมงานชุมนุมของทหารรับจ้าง ไม่เพียงแต่เจี้ยนเฉินเข้าร่วมงาน แต่เขายังรอดชีวิตกลับมา
"นั่นคงเป็นความโชคดี" หยุนหลีคิดกับตัวเอง แต่อารมณ์บนใบหน้าของเขานั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ขณะที่เขายังคงยิ้มออก "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่เป็นเพียงหลักฐานของความแข็งแกร่ง ถ้าเจ้าสามารถเดินทางไปเมืองทหารรับจ้าง จากนั้นเจ้าต้องได้รับประโยชน์อย่างมากจากประสบการณ์"
"แน่นอน มันได้รับประสบการณ์มากนัก แต่มันก็ไม่ได้มีมูลค่ามากตามการกล่าวขาน" เจี้ยนเฉินตอบอย่างสุภาพ
เป็นหยุนหลีที่สนทนาอย่างมีความสุขกับเจี้ยนเฉินอย่างต่อเนื่อง ดวงตาของเขาเริ่มสังเกตไคเอ้อและคนทั้งสาม ตามความรู้สึกของเขานั้น เขามีความสามารถมากพอจะเห็นการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่ทั้งสี่คนได้รับ เขาคิดกับตัวเอง "เซียนผู้เชี่ยวชาญพิเศษขั้นสูง พวกเขามีพลังที่แข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นแค่เซียนผู้เชี่ยวชาญพิเศษขั้นกลางก่อนที่เจี้ยนเฉินจะมา มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาถึงได้เกิดความก้าวหน้าอย่างฉับพลัน วิธีการใดที่ทำให้พวกเขากลายเป็นแข็งแกร่งเทียบเท่ากับข้าได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้"
เขาพยายามจะไม่คิดถึงไคเอ้อและคนทั้งสาม กลับกัน เขาพยายามคุยกับเจี้ยนเฉินด้วยหัวข้อสำคัญก่อนจะรีบจากไป
หลังจากที่หยุนหลีจากไป ฉิงเฟิงก็ยิ้มเยาะออกมา “หยุนหลีนั้นเป็นตัวอันตราย เขาช่วยให้กลุ่มทหารรับจ้างดีเฟนท์ได้เติบโตขึ้นอย่างลับ ๆ ทว่าเขาไม่คิดว่าเราจะรู้”
"มันประจวบเหมาะเกินไป เวลาของการล่มสลายของพันธมิตร นักรบแขนเดียวได้เข้ามาในเมืองเวคกับของผู้ติดตามบางคนของเขา หากหยุนหลีไม่ช่วย นักรบแขนเดียวคงไม่มีพลังอำนาจมากเท่านั้น" ชาร์คัสพูดอย่างเป็นอันตราย เห็นความเกลียดชังระหว่างเขาและหยุนหลีได้อย่างชัดเจน
เจี้ยนเฉินมีแววตาเย็นชาราวกับน้ำแข็งในช่วงเวลาที่เขาฟัง ไม่ได้มีคำถามเพิ่มเติบ เขาหันไปที่ไคเอ้อ “นำข้าไปยังตระกูลดอร์”
ตระกูลดอร์มีอำนาจบางอย่างในเมืองเวค มันเคยเป็นกำลังหลัก ทว่ายามเมื่อหัวหน้าครอบครัวเวสได้จากโลกไป ตระกูลดอร์ถูกทิ้งไว้ให้ลูกชายทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อพวกเขาออกจากกลุ่มทหารรับจ้างอัคนี อำนาจในเมืองก็สูญเสียความแข็งแกร่งและอำนาจไปมาก
ขี่ด้วยสัตว์อสูรระดับ 3 เจี้ยนเฉินและอีก 6 คนมาถึงหน้าประตูที่ตระกูลดอร์อยู่ ทหารรับจ้างทั้งสี่ได้นำทางมายังตระกูลดอร์ที่ไม่อาจงดงามรุ่งโรจน์เหมือนที่พวกเขาเคยเป็นในอดีต ประตูโบราณกำลังปิดและใบไม้กระจัดกระจายทุกที่ แม้ยามก็ไม่อาจเห็นที่ใดก็ได้ ทำให้พื้นที่การมองดูค่อนข้างถูกทอดทิ้งให้รกร้าง
หลังจากไคเอ้อเคาะประตูโบราณ พวกเขาเริ่มเผยให้เห็นชายชราผมขาว ยามเมื่อไคเอ้อตระหนักอย่างชัดเจน ชายชราเผยรอยยิ้มและกล่าวต้อนรับเขา "เป็นเจ้าเอง นายท่านไคเอ้อ เข้ามา ได้โปรดเข้ามา" รีบเปิดประตู ชายชราเชื้อเชิญเขาเข้าไปข้างใน
"รีบไปเรียกเว่ยจื้อเร็วเข้า บอกเขาว่า หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างอัคนีได้กลับมาแล้ว"
"หัวหน้าของกลุ่มทหารรับจ้างอัคนี" อย่างตกตะลึง ชายชรามองไปที่ผู้ชายขี่สัตว์อสูรนอกประตู และกลับมารับรู้อีกครั้ง "ขอรับ ข้าจะไปเรียกนายท่าน" ยามเมื่อกล่าวจบ ชายชรารีบรุดกลับเข้าภายในตระกูล
ประตูที่เหลือถูกเปิดขึ้น หันมองทางเจี้ยนเฉิน "หัวหน้า ยินดีต้อนรับ ! "
ลงจากสัตว์อสูรของเขา เจี้ยนเฉินมองดูตระกูล
ในขณะเว่ยจื้อ ผู้มาถึงอย่างรีบร้อน เขาทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าตระกูลดอร์ เว่ยจื้อนั้นเป็นลูกชายคนเดียวของเวส
"เว่ยจื้อคารวะหัวหน้า"เว่ยจื้อมองคนแปลกหน้าที่มีนามว่าเจี้ยนเฉิน และโค้งคำนับให้เขาทันที
"ข้าขอคารวะต่อหัวหน้า" ผู้หญิงวัยกลางคนทำตามเว่ยจื้อ เจี้ยนเฉินตื่นตระหนก เด็กที่ดูเยาว์วัยจ้องมองเจี้ยนเฉินด้วยดวงตาที่เปิดกว้าง
เจี้ยนเฉินมองด้วยสายตาที่นุ่มนวล เขามองที่เว่ยจื้อด้วยรอยยิ้มพลางกล่าวว่า “เว่ยจื้อ นี่คงเป็นภรรยาและลูกของเจ้า”
"ขอรับ หัวหน้า นี่คือภรรยาและลูกของข้า" เว่ยจื้อมีความกังวลในการตอบสนองของเขาต่อเจี้ยนเฉิน เมื่อพ่อของเขาจากไปจากการต่อสู้ เขาได้ริเริ่มความคิดที่จะถอนตัวออกจากกลุ่มทหารรับจ้างอัคนี ขณะที่หัวหน้าได้หวนกลับ และนั่นเองที่ทำให้เว่ยจื้อกังวลใจ และกลัวว่าเจี้ยนเฉินมาประณามพวกเขามากกว่า
เจี้ยนเฉินหันมองด้วยรอยยิ้ม "เว่ยจื้อ ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ข้ามาที่นี่ วันนี้เพื่อการพูดคุยเท่านั้น มันไม่เกี่ยวกับการที่ตระกูลดอร์ของเจ้าถอนตัวจากกลุ่มทหารรับจ้างอัคนี บิดาของเจ้าเสียชีวิตเพื่อกลุ่มทหารรับจ้างอัคนี เราไม่เคยจะลืมความสำเร็จและความทุ่มเทนั้น"
เว่ยจื้ออาจถอนหายใจโล่งอกเมื่อได้ยินคำเหล่านั้น ที่กล่าวถึงบิดาของเขาถึงแก่กรรม ดวงตาของเขาเริ่มที่จะมีน้ำตา
"เว่ยจื้อ ยามเมื่อข้าไม่ได้อยู่ที่นี่ในอดีต กลุ่มทหารรับจ้างอัคนีทนทุกข์อย่างมาก ตอนนี้ที่ข้าได้กลับมา กลุ่มทหารรับจ้างอัคนีจะไม่มีวันหยุดการพัฒนา เจ้าจะยินดีที่เข้าร่วมกับกลุ่มทหารรับจ้างอัคนีหรือไม่ ? ความสำเร็จที่พ่อทำงานอย่างหนักเพื่อให้บรรลุความสำเร็จนั้น ข้าจดจำได้ ข้าคิดว่าเจ้าจะทำเช่นกัน ข้าจะทำดีที่สุดเพื่อช่วยให้เจ้าเติบโตแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้" เจี้ยนเฉินกล่าวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เว่ยจื้อลังเลครู่หนึ่ง กำลังดูลูกและภรรยาของเขา เขาส่ายหัวของเขา "หัวหน้า ข้าต้องขอโทษจริง ๆ แต่ข้าผู้นี้ ไม่มีความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่หรือความแข็งแกร่ง ขอเพียงครอบครัวอยู่อย่างมั่นคงและสงบสุข แทนที่จะข้าจะใช้เวลาทั่วทุกทวีป ข้าไม่ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อดิ้นรนและเอาตัวรอดตลอดเวลา"
เจี้ยนเฉินเข้าใจ "นั่นนับว่าดีนัก หากเจ้าต้องการอาศัยอยู่อย่างสงบสุขและมั่นคงแล้ว ข้าจะไม่บังคับให้เจ้าละทิ้งมัน พ่อของเจ้าทุ่มเทกำลังของเขาเพื่อทั้งกลุ่มทหารรับจ้างของข้าจนกระทั่งจากไป แต่ข้าจะจำไว้ว่า มันเป็นความสำเร็จของเขา และเพื่อตอบแทนเขาในสถานที่ของเขา" เจี้ยนเฉินหยิบเข็มขัดมิติของเขาที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้าจากแหวนมิติของเขา และมอบมันให้กับเว่ยจื้อ "ภายในเหล่านี้ มีเหรียญและแกนอสูรตอบแทนท่านพ่อของเจ้า ข้าจะให้พวกมันกับเจ้า นำพวกมันไปและหวังว่าในอนาคตข้าจะสามารถให้ความช่วยเหลือเจ้าได้อีกครั้ง"
ด้วยดวงตาที่ตกตะลึง มันกระทบต่ออารมณ์ของเขา มือของเว่ยจื้อสั่น เขายอมรับเข็มขัดมิติที่เจี้ยนเฉินฉิน เมื่อเขาได้เรียนรู้ว่า หัวหน้าได้หวนกลับ เว่ยจื้อกลัวว่าเขาจะทรมานและได้รับความกังวลอย่างมาก ดังนั้น มันเป็นเกินฝันของเขาว่า เจี้ยนเฉินไม่ตำหนิเขาหรือกล่าวโทษเขา และกลับกัน เขากลับส่งเงินและแกนอสูร
"ขะ…ขอบคุณหัวหน้าสำหรับความใจกว้างเช่นนี้ ! " เว่ยจื้อกล่าว
ด้วยรอยยิ้ม เจี้ยนเฉิน "แม้ว่าพ่อของเจ้าจะจากไป มันควรจะรับผิดชอบการดูแลลูกหลานของเขา ในกรณีที่ตระกูลดอร์ของเจ้ามีปัญหาใด ๆ แล้ว ให้มายังกลุ่มทหารรับจ้างอัคนีทันที ข้าขอจะอำลาเจ้าที่นี่" ทันทีที่กล่าวจบ เจี้ยนเฉินจากไป แล้วขึ้นไปบนหลังของสัตว์อสูรระดับ 3
ท่องเที่ยวอยู่บนภูเขาอย่างไม่รีบ เจี้ยนเฉินรับรู้ได้ว่าเจ้าลูกพยัคฆ์ขาวยังคงนอนหลับอยู่กับหน้าอกของเขา มันกำลังย่อยสมบัติที่กินเข้าไป
เจี้ยนเฉินค่อย ๆ ลูบหัวของลูกเสือที่หลับอยู่กับหน้าอกของเขา มีสมบัติสวรรค์ที่ใช้ในการเลี้ยงลูกเสือจำนวนมาก ยามนี้มันเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และอยู่ในระดับเดียวกับสัตว์อสูรระดับ 4
หมิงตง ไคเอ้อ และคนอื่นติดตามเจี้ยนเฉินจากทางด้านหลัง พวกเขารู้จักลูกเสือของเจี้ยนเฉินมาเป็นระยะเวลานาน แต่ทุกคนก็มีความคิดที่ว่า เจี้ยนเฉินเพียงเลี้ยงสัตว์อสูรที่น่ารัก ดังนั้นเขาจึงหาได้สนใจมันไม่
"ไคเอ้อ เจ้าได้รับลูกของสัตว์อสูรระดับ 5 แล้วที่ใดกันที่มันถูกขโมย ? " เจี้ยนเฉินก็ถามขึ้น
ไคเอ้อลังเลครู่หนึ่ง พร้อมกับฉิงเฟิงพูดขึ้นกับเขา "เราได้ส่งคนออกไป และค้นหาเมืองของเรา แต่เราไม่พบเบาะแสใด ๆ ของบุคคลที่กระทำการอุกอาจเช่นนี้ เหมือนตอนเย็นลูกสัตว์อสูรถูกขโมย มีผู้ชายของเราเฝ้าประตูเมือง ถ้าบุคคลใดได้รับเห็นแบกลูกสัตว์อสูรภายในเมือง เราก็ควรจะเจอ แต่ทว่า ภายหลังมานี้ รายงานนั้นกลับไม่มีข้อมูลที่เราต้องการ ดังนั้นเราทุกคนคิดว่า ลูกสัตว์อสูรระดับ 5 ได้ถูกขโมยออกนอกเมือง หลบหนีเข้าไปในทิศทางใดก็ได้"
"ลูกของพยัคฆ์ขนทองมันเกิดเรื่องราวที่น่าจดจำกับกลุ่มทหารรับจ้างอัคนีของเรา" เจี้ยนเฉินถอนหายใจ เป็นเขาคิดย้อนไปถึงอดีต
สับสนกับท่าทีของเจี้ยนเฉิน ไคเอ้อถาม "หัวหน้า มีความสัมพันธ์อันใดระหว่างลูกเสือและกลุ่มทหารรับจ้างของเรา ? "
"ความเกลียดชัง" เจี้ยนเฉินพูดขึ้นด้วยดวงตาที่ปิดลง ไคเอ้อและอีกสามยังคงอยู่ในความสับสน แม้ว่าพวกเขาได้เข้าร่วมกลุ่มทหารรับจ้างมาเป็นเวลานาน พวกเขาก็ยังไม่ชัดเจนของสิ่งที่เกิดกับกลุ่มในอดีต
"หัวหน้า ลูกเสือทำเรื่องอันใดจึงเกิดความเกลียดชังดังกล่าว ? มันเกิดอะไรขึ้น ? " ฉิงเฟิงถามขึ้นอย่างสงสัย แต่ได้รับไม่มีคำตอบให้กับเขา
ยามเมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง ทั้งสี่ก็รู้ว่า เจี้ยนเฉินไม่เต็มใจที่จะตอบ ดังนั้นพวกเขาทำได้เพียงปิดปากโดยไม่ต้องสงสัย
ทันใดนั้น เจี้ยนเฉินเปิดดวงตาขึ้น ขณะที่เขาเริ่มฉายชัดถึงจิตสังหารภายในดวงตา "มา เรามุ่งหน้าไปยังจวนเจ้าเมือง" เขาคำรามออกมา