หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - บทที่ 68: เมืองเมฆขาว

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. บทที่ 68: เมืองเมฆขาว
Prev
Next

บทที่ 68: เมืองเมฆขาว

 

หลังจากที่ทุกคนพูดจบ เจี้ยนเฉินก็ออกไปกับเจียงไป่ พวกเขาขี่หลังสัตว์อสูรและออกจากเมืองลอร์ทันที

 

เจี้ยนเฉินนั่งอยู่บนหลังของอสูรอินทรี เขาจ้องมองกำแพงเมืองที่กำลังเลือนหายไปด้วยท่าทีซับซ้อน เป็นเวลากว่า 15 ปีแล้วที่เขาเข้ามาในโลกนี้ และเขาเพิ่งออกจากเขตของคฤหาสน์และเมืองลอร์มา 2 ครั้งเท่านั้น 

 

ครั้งแรกที่เขาออกจากเมืองลอร์คือการเดินทางไปสำนักคากัต แต่คราวนี้เหตุผลไม่เหมือนกันอีกต่อไป เจี้ยนเฉินเข้าใจว่าหลังจากจากไปแล้ว เขาจะไม่ได้เห็นครอบครัวของเขาอีกเป็นเวลานานและจะต้องดูแลตัวเอง  ในสภาพแวดล้อมที่อันตรายนี้ซึ่งเรียกว่าทวีปเทียนหยวนนั้นเจี้ยนเฉินต้องพึ่งพาตนเอง

 

 เจี้ยนเฉินไม่ได้คิดว่าเขาจะไม่ได้เจอครอบครัวของเขาอีก แต่เขาได้อ่านจากหนังสือว่าโลกนี้ถูกครอบงำด้วยความแข็งแกร่ง ทวีปเทียนหยวนนั้นมีอันตรายมากกว่าโลกก่อนของเขา และในขณะที่เขามีความแข็งแกร่งพอสมควรสำหรับอายุของเขา ไม่มีการรับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

เจียงไป่ที่นั่งอยู่บนหลังของอสูรอินทรีจ้องเจี้ยนเฉิน “นายน้อยสี่ เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ท่านจะต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง .. โปรดระวังเมื่อท่านเดินทางผ่านทวีปเทียนหยวน”

 

“ ข้ารู้ว่าต้องทำอะไร เจียงไป่” เจี้ยนเฉินพูดโดยไม่หันศีรษะ

 

เจียงไป่หยุดดูเจี้ยนเฉินด้วยความอยากรู้อยากเห็นก่อนที่จะถอนหายใจเพราะเขาไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว

 

อสูรอินทรีบินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือพื้นดินหลายพันเมตรพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับเป็นแสงไฟ ลมพัดแรงขึ้น ผมของเจียงไป่และเจี้ยนเฉินรวมทั้งเสื้อผ้าของพวกเขาพัดปลิวไปอย่างรวดเร็วในสายลม

 

อสูรอินทรีพุ่งสูงขึ้นไปตามกำแพงของหมู่บ้านเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนก่อนที่ในที่สุดมันจะหยุดลงอย่างช้า ๆ กลางท้องฟ้าด้านหน้ากำแพงเมืองใหญ่

 

เจี้ยนเฉินมองลงไปเห็นเมืองและถามว่า “เจียงไป่ เจ้าควรส่งข้าที่นี่”

 

เมื่อได้ยินอย่างนี้ เจียงไป่มองลงไปเห็นเมืองเล็ก ๆ ก่อนที่จะพยักหน้าว่า "ตามใจท่านเลย ! " ทันใดนั้นสัตว์อสูรก็บินลงไปที่พื้นภายใต้การควบคุมของเขา

 

เจี้ยนเฉินกระโดดลงจากสัตว์อสูรและพูดกับเจียงไป่ว่า “เจียงไป่ เจ้าควรรีบกลับบ้าน ข้าแน่ใจว่าสำนักฮัวหยุนมาถึงคฤหาสน์เจียงหยางแล้ว”

 

เจียงไป่รีบขึ้นกลับไปบนหลังอสูรอินทรีของเขา “นายน้อยสี่ ดูแลตัวเองด้วย”

 

เจี้ยนเฉินโบกมือลาเจียงไป่และหันกลับมาเดินตรงไปที่เมืองตรงหน้าเขา

 

เจียงไป่ลังเลขณะที่เขานั่งอยู่บนอสูรอินทรีและเฝ้าดูเจี้ยนเฉินเดินไกลออกไป หลังจากที่เขาหายตัวไป เจียงไป่จึงเอ่ยว่า “นายน้อยสี่ ข้าหวังว่าเราจะได้เจอกันเร็ว ๆ นี้ ท่านมักจะทำให้ข้าประหลาดใจอยู่เสมอ” อสูรอินทรีเริ่มกระพือปีกและบินไปบนท้องฟ้า พัดฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาในอากาศ ในไม่ช้าเจียงไป่ก็บินไปในอากาศสู่ทิศทางของคฤหาสน์เจียงหยาง

 

ดวงอาทิตย์ลับหายไปจากขอบฟ้าไปแล้ว ด้วยสีสันยามค่ำคืนที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วเจี้ยนเฉินก็เดินไปที่เมืองเล็ก ๆ พร้อมกับคนกลุ่มหนึ่ง อย่างไรก็ตามในขณะที่เขากำลังเดินเข้าไป นักเดินทางหลายคนเดินทางด้วยกับเกวียนที่สัตว์อสูรลาก

 

รูปร่างของเจี้ยนเฉินทำให้นักเดินทางคนอื่นสงสัยและทำให้ทหารรับจ้างจำนวนมากตื่นตัว แต่เมื่อพวกเขาตระหนักว่าเจี้ยนเฉินยังเด็กอยู่พวกเขาก็หมดความตื่นตัวทันที

 

เจี้ยนเฉินมองดูทหารรับจ้างที่ขี่สัตว์อสูร บางคนมีอายุตั้งแต่ 20 – 50 ปี บางคนสวมเสื้อเกราะหนังและบางคนก็สวมเสื้อผ้าธรรมดา อย่างไรก็ตามเมื่อเจี้ยนเฉินเดินเข้าไปใกล้พวกเขา เขาก็ได้กลิ่นเลือด สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์อย่างเจี้ยนเฉิน เขารู้ว่าทหารรับจ้างเหล่านี้มีเลือดของศัตรูติดมาด้วย

 

10 ไมล์นั้นไม่ไกลสำหรับเจี้ยนเฉิน และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เห็นกำแพงเมืองสูง 20 เมตร เจี้ยนเฉินไม่รู้ว่ากำแพงเก่าแค่ไหน แต่การต่อสู้อย่างต่อเนื่องตามกาลเวลาดูเหมือนจะทิ้งร่องรอยไว้ บนผนังกำแพงมีรอยขีดข่วน ใกล้ประตูถูกเขียนด้วยตัวอักษรหนาเป็นคำว่า – เมืองเมฆขาว

 

“ เฮ้ หยุดก่อน เจ้ามีจุดประสงค์อะไรถึงเข้ามาที่นี่ ? ”

 

ยามเฝ้าประตูเมืองกั้นเส้นทางไว้.

 

เจี้ยนเฉินยิ้มเล็กน้อยและยื่นเหรียญทองสองสามเหรียญและพูดว่า “พี่ชาย ข้าเป็นแค่ทหารรับจ้างที่มาเมืองเมฆขาวเพื่อทำภารกิจ”

 

ยามเอาเหรียญทองไปและยิ้มให้เขาอย่างสดใส “อืม เจ้ามีภารกิจต้องทำ ข้าไม่ควรทำให้เจ้าเสียเวลาอันมีค่า เข้าไปสิ ”

 

หลังจากเข้าไปในเมือง เจี้ยนเฉินเดินไปตามถนน 3 กิโลเมตร,และมาถึงส่วนที่จอแจมากของเมือง แม้ว่ามันจะเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ถนนก็ยังคึกคักไปด้วยผู้คนที่วิ่งไปมาตามร้านค้าและมีการค้าขายกันหลากหลายประเภท

 

ถนนถูกปูด้วยหินที่ดูเหมือนจะเปล่งประกายสดใสอย่างราบเรียบ แม้ว่ารถม้าจะผ่านมาด้วยความเร็วสูง ผู้โดยสารจะไม่รู้สึกถึงการกระแทกเลย

 

เจี้ยนเฉินที่เริ่มหิวลูบท้องตัวเองขณะที่เขาเดินไปที่โรงเตี๊ยมที่ใกล้ที่สุด ไม่มีอะไรตกถึงท้องของเขามาหนึ่งวันเต็ม ท้องของเขาก็เริ่มส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเป็นธรรมดา

 

“ ยินดีต้อนรับ ! ”

 

ภายใต้การต้อนรับอย่างกระตือรือร้นของเสี่ยวเอ้อ เจี้ยนเฉินเดินไปที่โต๊ะว่างแล้วนั่งลง

 

“นายท่านมาที่นี่เพื่อทานอาหารหรือค้างแรม ? ” เสี่ยวเอ้อเป็นชายหนุ่มอายุ 20 ปี,เขามีรอยยิ้มที่จริงใจบนใบหน้า

 

เจี้ยนเฉินมองไปที่ทหารรับจ้างคนอื่น ๆ ในโรงเตี๊ยมและพูดว่า “แม้แต่คนที่ต้องการพักค้างแรมก็ต้องการอาหาร ที่นี่มีอะไรให้กินบ้าง ? ”

 

เสี่ยวเอ้อยิ้มและแนะนำเจี้ยนเฉินให้รู้จักกับอาหารหลากหลายชนิด แต่ทุกจานที่เขากล่าวถึงนั้นเป็นอาหารที่แพงที่สุด เสี่ยวเอ้อสังเกตตั้งแต่แรกว่าเจี้ยนเฉินสวมใส่เสื้อผ้าที่หรูหราและคิดว่าเขาเป็นบุตรชายของตระกูลที่ร่ำรวย

 

แต่เจี้ยนเฉินไม่สนใจราคาอาหารและเลือกที่จะกินหนึ่งในเมนูที่เขาแนะนำอย่างเกียจคร้าน

 

หลังจากท้องอิ่ม เจี้ยนเฉินจ่ายค่าห้องพักขนาดกลางสำหรับพักแรมและรีบเข้าห้องพักทันที

 

โรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่ได้หรูหรามากนัก ดังนั้นห้องพักขนาดกลางจึงไม่ใช่สิ่งที่สุรุ่ยสุร่ายเกินไป เมื่อเทียบกับคฤหาสน์เจียงหยาง ความแตกต่างเปรียบเหมือนการเปรียบเทียบฟ้ากับดิน ห้องพักมีเตียงไม้เนื้อแข็งพร้อมกับชุดโต๊ะเดี่ยวและเก้าอี้สองสามตัว แต่นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรเพิ่มเติม โดยรวมห้องพักได้ทำความสะอาดอย่างดี

 

เจี้ยนเฉินไม่ใช่คนจู้จี้จุกจิกและห้องนี้ทำให้เขาพึงพอใจมาก

 

หลังจากปิดประตู เจี้ยนเฉินก็เดินไปที่เตียงและหยิบแหวนมิติของพ่อที่มอบให้เขาก่อนออกเดินทางและค้นหาสิ่งของที่อยู่ด้านใน

 

แหวนมิติสมควรได้รับการขนานนามว่าเป็นสมบัติที่มีคุณภาพสูงเนื่องจากสามารถบรรจุวัตถุมากมายได้ภายใน พื้นที่ภายในมีขนาดถึงร้อยลูกบาศก์เมตรมีกองสิ่งของซ้อนกันอยู่ตรงกลาง แหวนยังไม่เต็ม แต่บิดาของเขาได้ใส่สิ่งของไว้มากมายข้างใน

 

ท่ามกลางกองสิ่งของ มีเหรียญสีม่วงนับพันที่ส่องประกายระยิบระยับพร้อมกับเหรียญทองอีกสองสามพันกองซ้อนกันสูง มีแกนอสูรขนาดเล็กกองอยู่เป็นแกนอสูรระดับสอง 40 อัน, แกนอสูรระดับสาม 10 อัน และมีแกนอสูรระดับสี่ 1 อัน

 

เจี้ยนเฉินรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่ามีสิ่งของมากมายถูกเก็บไว้ในแหวนมิติ แม้ว่าจะไม่ได้มีสิ่งของจำนวนเหลือล้น แต่ก็มีของที่เจี้ยนเฉินสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามความต้องการเบื้องต้น ด้วยสิ่งนี้มันแสดงให้เห็นว่าเจียงหยางป้ารักและเป็นห่วงเจี้ยนเฉินมากแค่ไหน

 

เจี้ยนเฉินเก็บแหวนมิติ เขาจำคำพูดของบิดาได้อย่างชัดเจน จนกว่าเขาจะแข็งแกร่งพอ เขาคงไม่กล้าเปิดเผยแหวนมิติให้ใครเห็นเพราะมันเป็นของมีค่าในทวีปเทียนหยวน แม้ว่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีแหวนมิติ แต่พวกเขาล้วนเป็นสมาชิกที่แข็งแกร่งของกลุ่มที่มีอิทธิพลและร่ำรวยและสามารถป้องกันตัวเองจากอันตรายได้อย่างง่ายดาย

 

เจี้ยนเฉินล้มตัวนั่งลงบนเตียง เขาเอาแกนอสูรออกมาจากแหวนมิติสองสามอันและหลับตาเมื่อเขาเริ่มฝึกฝนโดยใช้พลังงานจากภายในแกนอสูร

 

ตามปกติแล้วเจี้ยนเฉินเริ่มดูดซับพลังงานภายในแกนอสูรอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ หากมีใครเห็นเขาตอนนี้พวกเขาก็จะเห็นแกนอสูรเปล่งแสงจำนวนหนึ่งออกมาเนื่องจากพลังงานภายในเริ่มไหลเข้ามาในตัวเขาเหมือนลำธาร เมื่อมองด้วยตาเปล่า พลังงานนั้นล้อมรอบร่างของเจี้ยนเฉินในขณะที่แกนอสูรกำลังหดตัวอยู่ในมือของเจี้ยนเฉินอย่างรวดเร็ว

 

นับตั้งแต่เจี้ยนเฉินตัดผ่านมาจนกลายเป็นเซียน มีความลึกลับที่หยั่งรู้ไม่ได้ในตำแหน่งตันเถียนของเขาในรูปแบบของแสงสีฟ้าและสีม่วง ด้วยเหตุนี้เส้นทางการฝึกฝนของเขาจึงกลายเป็นเรื่องยากกว่าเดิมมาก และถึงแม้ว่าอัตราการดูดซับพลังงานของโลกนั้นเร็วกว่าหลายเดิมหลายเท่า แต่เขาก็สามารถดูดซับได้เพียง 1% ,ที่เหลือถูกตันเถียนดูดซับไปหมด ดังนั้นสำหรับตอนนี้เขาจะต้องดูดซับพลังงานจากแกนอสูร แต่ถ้าเขาเก็บมันไว้ เขาจะไม่สามารถรักษาอัตราการใช้ไปให้คงที่ได้

 

หลังจากผ่านไป 1 ชั่วยาม เจี้ยนเฉินดูดซับพลังงานจำนวนมากจากแกนอสูร แต่เจี้ยนเฉินยังคงดึงแกนอสูรออกมาเพิ่มจากแหวนมิติและยังคงฝึกฝนต่อไป เขายังคงมีแกนอสูรระดับ 1 มากมายและยังมีแกนอสูรระดับ 2 ที่สามารถนำมาใช้ได้อีกสักพัก โชคดีที่บิดาของเขายังมอบแกนอสูรระดับ 3 ให้กับเขาถึง 10 อันและแกนอสูรระดับ 4 อีก 1 อัน.

 

ในวันที่สอง ดวงอาทิตย์มาถึงจุดสูงสุดบนท้องฟ้าก่อนที่เจี้ยนเฉินจะบ่มเพาะเสร็จในที่สุด เมื่อมาถึงจุดนี้ แกนอสูรระดับ 1 ของเขาก็หมดพอดี

 

“ อืม…” หลังจากตระหนักถึงถึงจำนวนของแกนอสูรในเข็มขัดมิติ เขาก็ถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง การส่องสว่างของแสงทั้งสองภายในจุดตันเถียนของเขาทำให้เขารู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก

 

เจี้ยนเฉินปลอบใจตัวเอง เขาออกจากห้องและโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน

 

ท้องฟ้ายามเช้าค่อนข้างส่องสว่างและดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรงยังไม่ได้เริ่มที่จะเพิ่มอุณหภูมิของอากาศในปริมาณมาก ด้วยแสงที่อบอุ่นทุกคนรู้สึกสบายใจ บนถนนที่พลุกพล่าน มีทหารรับจ้างสองสามคนที่กำลังรีบร้อนขณะที่พ่อค้าเร่บางคนกำลังเดินไปอย่างช้า ๆ

 

ในที่สุดเจี้ยนเฉินก็มาถึงสมาคมทหารรับจ้าง เขาคิดอยู่แล้วว่าเขาต้องการทำงานอะไร ดังนั้นเขาจะต้องเป็นทหารรับจ้างก่อน

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 68: เมืองเมฆขาว"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

เทพสงครามสายเลือดมังกร
เทพสงครามสายเลือดมังกร
มีนาคม 12, 2022
วันสิ้นโลก
วันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
นครแห่งบาป
นครแห่งบาป
มีนาคม 12, 2022
ข้ามเวลาล่าฝัน!
ข้ามเวลาล่าฝัน!
มีนาคม 12, 2022
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
มีนาคม 12, 2022
คัมภีร์มัจจุราช
คัมภีร์มัจจุราช
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz