ผู้ควบคุมเวลา (นิยายแปล) - ตอนที่ 1 ฮาตาเกะ คาสึกิ
ตอนที่ 1 ฮาตาเกะ คาสึกิ
หมู่บ้านโคโนฮะ
สถาบันการศึกษา
ในห้องเรียนแห่งหนึ่ง ครูจูนินกำลังจดบันทึกผลการสอบ
“ต่อไป ฮาตาเกะ คาสึกิ”
ด้วยเสียงเรียกของครูจูนิน มีเด็กหนุ่มผมสั้นสีเงินเดินไปที่โพเดียมอย่างสงบ นิ้วมือทั้ง 2 ข้างของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และการประสานอินที่เรียบง่ายก็ได้ปรากฏแก่สายตา
ปุ้ง!
เมื่อควันสีขาวระเบิดออกมา ร่างแยกก็ปรากฏขึ้นทางด้านซ้ายของ คาสึกิ ซึ่งเหมือนกับเขาทุกประการ
ฉากนี้ทำให้เด็กผู้หญิงหลายคนในห้องเรียนอุทาน ไม่ใช่แค่เหตุผลที่ ร่างแยก ประสบความสำเร็จด้วยการประสานอินแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่รูปร่างหน้าตาของ คาสึกิ นั้นหล่อเหลาเป็นที่ต้องตาต้องใจของพวกสาวๆเป็นอย่างมาก.
“ทำได้ไม่เลว 95 คะแนน”
ครูจูนิน ชี้ไปที่ คาสึกิ พยักหน้าเล็กน้อยและบันทึกผลการทดสอบด้วยปากกา
เป็นความสำเร็จเพียงครั้งเดียวและแทบไม่มีจุดอ่อนเลย ผลลัพธ์นี้สามารถอยู่ใน 10 อันดับแรกของชั้นเรียน แต่ในสายตาของ ครูจูนิน มันก็ไม่นับว่าเป็นอย่างไรได้
เหตุผลนั้นง่ายมาก คาสึกิ มีน้องชายชื่อ ฮาตาเกะ คาคาชิ เขาสมัครเข้าเรียนก่อนกำหนดและสามารถจบการศึกษาเมื่ออายุได้ 5 ปี เขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น จูนิน เมื่ออายุได้ 6 ปี ด้วยพรสวรรค์ที่น่าทึ่งนี้ทำให้ใครหลายๆ คนในโคโนฮะต่างก็มองว่าเขาเป็นอัจฉริยะที่สืบทอดเจตจำนงของ ‘เขี้ยวสีขาวแห่งโคโนฮะ’
ถ้าเทียบกันแล้ว คาสึกิ นั้นธรรมดามาก
แม้ว่า คาสึกิ จะเป็นหนึ่งในคนที่เก่งที่สุดในชั้นเรียน แต่ก็ยังเทียบน้องชายของเขาไม่ได้ ตอนนี้เขาอายุ 8 ปี เขายังคงเรียนตามปกติในสถาบันการศึกษาและไม่เคยเปิดเผยพรสวรรค์ที่น่าทึ่งอะไรออกมาเหมือนอย่าง คาคาชิ เลย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ครูจูนิน จะแสดงออกอย่างเฉยเมย แต่เสียงเชียร์ของผู้หญิงที่หลงสเน่ห์เขาก็ยังคงดังต่อเนื่อง
“คาสึกิ สุดยอดมาก!”
“95 คะแนน เท่านี้ก็เป็นที่หนึ่งแล้ว”
สาวๆ หลายคนจ้องมอง คาสึกิ ด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ
เขาได้ข้ามมายังโลกนี้และสืบทอดสายเลือดของเขี้ยวสีขาวแห่งโคโนฮะ รูปร่างหน้าตาของ คาสึกิ โดยพื้นฐานแล้วเหมือนกับ คาคาชิ แต่เขาไม่ชอบสวมหน้ากาก และเขาก็ไม่ได้เย็นชาเหมือน คาคาชิ ดังนั้นเขาจึงเป็นจุดสนใจของสาวๆในชั้นเรียน
คาสึกิ เดินกลับไปที่ที่นั่งของเขา ยิ้มให้กับ คุเรไน ที่มองมาที่เขา และพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไป คาถาแยกร่างไม่ใช่เรื่องยาก เธอทำได้ขอแค่มีสมาธิ”
ตอนที่เขามายังโลกนี้เมื่อ 2 ปีก่อน เขาก็ได้รับตัวตนของการเป็นพี่ชายของ คาคาชิ โดยบังเอิญ มันสายไปหน่อยที่จะแก้ไขชะตาชีวิตของ ซาคุโมะ พ่อของ คาคาชิ เขี้ยวสีขาวแห่งโคโนฮะ
คาคาชิ ได้รับผลกระทบอย่างมากจากเหตุการณ์นี้ และเขายื่นเรื่องขอจบการศึกษาก่อนกำหนดภายในหนึ่งเดือน
ในฐานะผู้เดินทางข้ามโลกที่สืบทอดสายเลือดของเขี้ยวสีขาวแห่งโคโนฮะ คาสึกิ ไม่ได้แย่ไปกว่า คาคาชิ เลย แต่เขาคิดว่าการเรียนจบก่อนกำหนดเป็นพฤติกรรมที่โง่เขลามาก และเขาเย้ยหยันพฤติกรรมนี้
จะทำแบบนั้นไปทำไม? !
ฝึกฝนอย่างช้าๆในสถาบันการศึกษา พัฒนาขึ้นเรื่อยๆไม่ดีกว่าเหรอ? ทำไมต้องรีบจบการศึกษาก่อนกำหนด?
ยิ่งไปกว่านั้นคือปีที่ 42 ของโคโนฮะ ถ้าจำไม่ผิด ปีหน้าจะเป็นช่วงที่สงครามโลกนินจาครั้งที่ 3 จะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ อาจกล่าวได้ว่าโลกนินจามีความวุ่นวายอยู่ทุกที่
หากเป็นช่วงเวลาที่สงบสุข ก็ไม่เป็นไรที่จะจบการศึกษาก่อนกำหนดเพื่อเป็นเกะนินโดยปกติแล้วจะทำภารกิจธรรมดาๆ บางอย่าง แต่ในช่วงเวลาอันปั่นป่วนก่อนสงคราม แม้แต่เกะนินก็มักจะทำภารกิจบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ ซึ่งเป็นภารกิจที่อันตราย
คาคาชิ จบการศึกษาเมื่ออายุได้ 5 ปีและได้เลื่อนตำแหน่งเป็นจูนินเมื่ออายุ 6 ปี มันดูน่าทึ่ง แต่ในสายตาของ คาสึกิ นั้นมัน ‘ไร้สาระ’ ล้วนๆ ไม่ต้องพูดถึงว่าภารกิจหลังจากเลื่อนขั้นเป็นจูนินนั้นอันตรายแค่ไหน เพียงแค่แสดงความสามารถที่มีมาแต่กำเนิดสูงเช่นนั้นออกไปมันจะดึงดูดความสนใจของหมู่บ้านที่เป็นศัตรูได้อย่างแน่นอน
ตอนนี้เป็นช่วงชุลมุน
หมู่บ้านคุโมะงาคุเระ, หมู่บ้านคิริงาคุเระ, หมู่บ้านซึนะงาคุเระ และ หมู่บ้านอิวะงาคุเระ เกือบทั้งหมดเป็นศัตรูกับ โคโนฮะ ดังนั้นการที่ คาคาชิ แสดงความเป็นอัจฉริยะมันได้กลายเป็นจุดสนใจของอีกฝ่ายซึ่งไม่ใช่เรื่องดี
“หากมีความแข็งแกร่งระดับโจนิน การเรียนจบก่อนกำหนดก็คงจะดี…”
คาสึกิ พึมพำในใจ
น่าเสียดายที่เขายังไม่มีความแข็งแกร่งในระดับโจนิน แม้ว่าเขาจะสามารถเอาชนะ คาคาชิ น้องชายของเขาได้ แต่เขาก็อยู่ในระดับที่ดีที่สุดก็แค่ จูนิน หากเขาใช้ความสามารถพิเศษของเขา
อายุแค่ 8 ปีเป็นช่วงที่ร่างกายยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา สำหรับนินจา จะยังไม่ถือว่าได้ผ่านขั้นตอนการพัฒนาอย่างแท้จริง จนกว่าจะอายุ 16 ปี ถึงจะเรียกได้ว่าร่างกายได้รับการพัฒนาแล้ว
และก็แน่นอน.
การที่เข้าข้ามมายังโลกนี้ เขาย่อมมีความสามารถพิเศษติดตัวมาด้วย
มันถูกค้นพบโดยไม่คาดคิดหลังจากที่เขาข้ามมายังโลกนี้ มันมีอยู่ในจิตใจของเขา ตราบใดที่เขาหลับตา เขาก็สามารถมองเห็นสิ่งที่คล้ายกับนาฬิกาขนาดใหญ่ได้
นาฬิกาลวงตานี้ค่อนข้างคล้ายกับ “จักรพรรดิแห่งเวลา” ของ โทคิซากิ คุรุมิ จากอนิเมะเรื่อง พิชิตรักพิทักษ์โลก ในโลกก่อน แต่ความสามารถนั้นแตกต่างกันมาก นาฬิกาของเขามีทั้ง การย้อนเวลา การหยุดเวลา และความสามารถอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเวลาจนถึงตอนนี้ เขามีความสามารถเดียวที่สามารถใช้งานได้ และ นั่นคือ การเร่งเวลา
การควบคุมเวลาได้ก็เหมือนกับการกุมชะตาของโลกเอาไว้
ในตอนนี้เขาทำได้แค่เร่งเวลาให้กับตัวเองเท่านั้น
ในสถานะของการเร่งเวลา การกระทำทั้งหมดของเขาจะเร็วขึ้น รวมถึงการใช้วิชานินจา การประสานอิน ฯลฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถเอาชนะ คาคาชิ ได้
ตอนนี้เขาสามารถเร่งเวลาให้เร็วขึ้น 2 เท่า ซึ่งหมายความว่าเขาจะเร็วขึ้น 2 เท่าในสถานะปกติภายใต้การเร่งเวลา!
“…คาสึกิ เอ่อ..คือว่า วันนี้ฉันเอาข้าวกล่องมา 2 กล่อง มากินด้วยกันไหม?”
ขณะที่ คาสึกิ กำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับความสามารถของเขา หญิงสาวที่นั่งอยู่แถวหน้าก็หันศีรษะมา แก้มของเธอแดงระเรื่อเล็กน้อยพร้อมกับรอคำตอบของ คาสึกิ
ประโยคนี้กระตุ้นความโกรธของผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ทันที แม้แต่ คุเรไน ที่นั่งข้าง คาสึกิ ก็มองมาอย่างไม่สบอารมณ์
ในตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไม คาคาชิ ถึงเอาแต่สวมหน้ากาก อาจเป็นเพราะสถานการณ์เช่นนี้… แต่นี่ก็เกี่ยวข้องกับความจริงที่ว่าเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ ในชั้นเรียนไม่มีใครโดดเด่น
แม้ว่าจะมี อุจิวะ โอบิโตะ ที่เป็นตัวหลักในอนาคต แต่ตอนนี้เขาอยู่ในอันดับที่ต่ำที่สุดในชั้นเรียน ส่วน ซารุโทบิ อาสึมะ มีรูปร่างหน้าตาและประสิทธิภาพโดยเฉลี่ย
อิทาจิ ยังไม่ได้มาโรงเรียนจนกว่าจะมีอายุถึงตามเกณฑ์ ส่วน อุจิวะ ชิซุย แม้จะเข้าโรงเรียนแล้ว แต่เขาอายุน้อยกว่า 2 ปี ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้อยู่ชั้นเดียวกัน
ถ้า คาคาชิ ไม่จบการศึกษาเร็ว ก็อาจจะแบ่งความนิยมเหล่านี้ไปได้บ้าง
เห้อ!.
ได้รับความนิยมมากเกินไปก็เป็นความทุกข์เช่นกัน
คาสึกิ ถอนหายใจในใจ เขาเคยอิจฉาสถานการณ์นี้มาก แต่หลังจากที่เขาได้สัมผัสกับมันจริง ๆ แล้ว เขาก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ แต่จะว่าไปแล้ว สาวๆ ในโลกนารูโตะนั้นมีความกล้ามากกว่าที่เขาคิด กล้าที่จะรัก และ กล้าที่จะเกลียด
เมื่อมองดูเด็กสาวเหล่านี้ที่เริ่มแข่งขันกันเพื่อแย่งความรักตั้งแต่อายุ 8 หรือ 9 ปี คุณอาจเข้าใจได้
เมื่อเทียบกับเด็กผู้หญิงแล้ว เด็กผู้ชายก็ไม่ต่างกัน
ฉากที่เหล่าหญิงสาวต่างพากันลุมล้อม คาสึกิ ทำให้หลายคนในชั้นเรียนแสดงอาการอิจฉาตาร้อน ความโกรธที่แผดเผาอย่างคลุมเครือ และบางคนถึงกับกำหมัดแน่น
“ไอ้เวรนั่น…”
“เห็นละหงุดหงิดเป็นบ้า ฉันอยากจะสั่งสอนมันจริงๆ”
“แต่นายไม่สามารถเอาชนะมันได้…”
“หุบปาก!”
มีบางคนกัดฟัน ในบรรดาวัยรุ่นที่บีบกำปั้น อุจิวะ โอบิโตะ ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เพราะ โนฮาระ ริน ก็เป็นหนึ่งในเด็กสาวที่กระจุกตัวอยู่รอบๆ คาสึกิ
คาสึกิ ไม่สนใจคนอื่นๆ ในชั้นเรียนมากนัก คนเดียวที่เขาให้ความสนใจคือ ไมโตะ ไก ส่วน โอบิโตะ ในตอนนี้ยังไม่มีความอันตรายใดๆ เขายังเป็นนินจาทั่วไป ดังนั้น คาสึกิ ยังไม่สนใจ