คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 95 หินแปลก
ตอนที่ 95 หินแปลก
เมื่อฉินห้าวตงเข้าไปในศูนย์แสดงนิทรรศการ เขาพบว่าเหมือนที่หลินโม่โม่พูดไว้ไม่มีผิด มีลูกค้ามากมายมารวมตัวกันอยู่ที่งานแสดงนิทรรศการของหลินชื่อกรุ๊ป ขณะที่ในนิทรรศการของเฝิงชื่อกรุ๊ปกลับมีลูกค้าเพียงไม่กี่คน
หลังจากที่ฉินห้าวตงเดินเข้าไปในในงานนิทรรศการของเฝิงชื่อกรุ๊ป พบว่าไม่เพียงแต่ลูกค้าที่มีจำนวนน้อยลงเท่านั้น แม้แต่พนักงานก็ยังมีจำนวนน้อยลงกว่าครั้งก่อนมาก ในตอนแรกเขากลัวว่าพนักงานจะจำหน้าได้ อย่างไรก็ตามไม่มีใครมองเขาเลยหลังจากที่เดินไปรอบๆ อยู่ข้างในสักพัก
ที่จริงก็ไม่น่าแปลกอะไร ครั้งที่แล้วตอนที่เขามาที่นี่ ภายในมีลูกค้าเป็นจำนวนมากและพนักงานก็ยุ่งอยู่กับการรับลูกค้า ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีใครสังเกตเขามากนัก ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่เขาแสดงฝีมือ เขาก็ถูกล้อมด้วยนักธุรกิจค้าหยกและบอดี้การ์ดจำนวนมากของเฝิงเทียนต๋า
หลังจากเดินรอบงานนิทรรศการไปหนึ่งรอบ ภายในนิทรรศการมีลูกค้าไม่ถึงสิบคน เขาเดินผ่านโซน a b c และ d เหมือนเดิม แต่พบว่าสิ่งที่ไม่เหมือนครั้งที่แล้วคือมีการเปิดพื้นที่ขนาดใหญ่โซนใหม่ขึ้น ภายในเต็มไปด้วยหินหยก แต่กลับถูกจัดวางไว้อย่างเรียบง่ายและแยกตัวออกมาโดยมีรั้วกั้นพร้อมกับป้าย “ ห้ามผ่าน ” ดูเหมือนว่าคนที่เข้ามาชมไม่สามารถเข้าพื้นที่นี้ได้
เมื่อมองไปที่หินหยกของใหม่พวกนั้น ฉินห้าวคงก็เดาว่ามันน่าจะเป็นหยกจากประเทศพม่าที่ หลินโม่โม่พูดถึง มันทำให้เขาสงสัยมากว่าทำไมเฝิงชื่อกรุ๊ปถึงไม่โฆษณาสินค้าใหม่เพื่อให้คนรู้เกี่ยวกับมันมากขึ้นเหมือนกับที่เขามักจะทำกับสินค้าอื่น
แต่เฝิงชื่อกรุ๊ปไม่เพียงแต่ไม่โฆษณา ในทางตรงกันข้ามกลับเอาหินหยกที่มาใหม่นี้วางไว้อีกด้านอย่างโดดเดี่ยว และไม่ให้คนเข้าสังเกตเพื่อซื้อมัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?
ยิ่งเป็นของที่มันดูผิดปกติ ภายในมักจะซ่อนความลับที่ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เสมอ ฉินห้าวตงแสร้งทำเป็นเลือกหยกในโซน d แต่ที่จริงแล้วตาของเขาจ้องไปที่หินหยกในโซนที่แยกตัวออกไป ไม่นานเขาก็เจอสิ่งผิดปกติในหินพวกนั้น
บางทีอาจเป็นเพราะว่าสินค้าพวกนั้นขายไม่ได้ จึงไม่มีพนักงานคนไหนเข้ามาคอยบริการฉินห้าวตงเลย แม้เขาจะอยู่ที่นั่นมาสักพักแล้ว พนักงานดูเหมือนจะไม่สนใจหินหยกข้างนอก แต่ มันมักจะมีคนที่เดินไปมารอบๆในโซนที่แยกตัวออกมา ดูราวกับพวกเขาเป็นคนคุ้มกันมัน
ยิ่งไปกว่านั้นคนพวกนี้ดูเหมือนกำลังใช้ภาษาพม่าคุยกัน ดูเหมือนคนพม่า ไม่ใช่คนเจียงหนาน
เกิดอะไรขึ้น ? เป็นไปได้ไหมว่าหินหยกเหล่านี้เป็นของดีมีคุณภาพสูง ดังนั้นพวกเขาจึงต้องคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้ ? อย่างไรก็ตามไม่นานฉินห้าวตงก็พบว่าไม่มีพลังวิญญาณจากหินหยกเหล่านั้นเลย หินเหล่านี้ไม่ใช่หินหยกจากเหมืองเก่าในประเทศพม่า
ฉินห้าวตงแปลกใจมากกว่าเก่า แก๊งหินหยกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเฝิงชื่อกรุ๊ป ดังนั้นพวกเขาควรขายหินหยกมากมายที่มีคุณภาพสูงให้เพื่อช่วยให้เฝิงชื่อกรุ๊ปผ่านวิกฤติไปได้ ทำไมพวกเขาถึงส่งหินไร้ประโยชน์พวกนี้มาไว้ที่นี่กัน ? สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเฝิงชื่อกรุ๊ปถึงไม่เคลื่อนไหวใดๆ หลังจากที่พวกเขาได้หินหยกมาสองล็อตใหญ่ พวกเขารู้เป็นอย่างดีว่าถ้าพวกเขาขายหินคุณภาพต่ำในตลาด มันไม่เพียงแต่ทำให้ไม่สามารถดึงความน่าเชื่อถือมาได้เหมือนเมื่อก่อน ในทางตรงกันข้ามอาจส่งผลกระทบต่อเฝิงชื่อกรุ๊ป
แต่ในเมื่อพวกเขารู้ว่าคุณภาพของหินหยกมันต่ำ ทำไมพวกเขายังขนส่งพวกมันมาจากพม่าเพื่อมาที่ประเทศจีนด้วยล่ะ ?
เพราะสงสัยในคำถามเหล่านี้ ฉินห้าวตงจึงเดินเข้าไปที่ใกล้โซนที่แยกออกมาและเริ่มสังเกตคุณภาพหินอีกครั้ง เนื่องจากเขามีวิญญาณเทพที่กล้าแกร่งมาก ดังนั้นเขาจึงสามารถรับรู้ปราณจากหินได้อย่างชัดเจนจากบริเวณที่เขายืนอยู่ ไม่นานเขาก็เห็นบางอย่างที่มันแปลกไปอีกครั้ง
แม้ว่าหินพวกนั้นจะประกอบไปด้วยพลังวิญญาณเพียงน้อยนิด ส่วนใหญ่จะให้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติ ระบุว่ามันเป็นรูปแบบที่มาจากธรรมชาติ แต่ประมาณ 10% ของหินเหล่านั้นที่ไม่ได้ให้กลิ่นประเภทนี้ คำอธิบายเดียวคือพวกมันเป็นหินที่ถูกทำขึ้น
ทำไมพวกเขาต้องเอาหินที่ทำขึ้นมาไว้ในงานนิทรรศการด้วย ? ไม่ต้องสงสัยเลย มันต้องมีบางอย่างที่แปลกไปเกี่ยวกับหินเหล่านี้ แต่ฉินห้าวตงยังคิดหาเหตุผลไม่ออกในตอนนั้น ดูเหมือนว่าเขาต้องเอาหินพวกนั้นกลับไปวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบแล้ว
ด้วยความคิดเช่นนี้ ฉินห้าวตงจึงรีบเข้าไปที่พื้นที่ต้องห้ามอย่างรวดเร็วและเข้าไปใกล้หินดิบพวกนั้นเมื่อความสนใจของผู้คุ้มกันไม่ได้จดจ่อตรงพื้นที่นั้น
“ เฮ้ ! นายกำลังทำอะไร ? ใครให้นายเข้ามากัน ? ไม่เห็นป้ายเหรอว่า ห้ามเข้า ? ”
ในเวลานี้มีพนักงานวัยยี่สิบกว่าปีเห็นฉินห้าวตง จึงรีบเดินไปหาทันที เขาโกรธมากเพราะว่าหัวหน้าของเขาได้สั่งพวกเขาว่า ถ้ามีใครเข้ามาในส่วนต้องห้ามนี้ พวกเขาจะถูกไล่ออกและไม่ได้เงินค่าจ้างแม้แต่สลึงเดียว
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว พนักงานจึงผลักไหล่ฉินห้าวตงอย่างแรงแล้วตะโกน “ ไสหัวออกไปซะ ! ”
ฉินห้าวตงกำลังหาโอกาสเพื่อที่จะเข้าใกล้หินหยกนั่น ดังนั้นเขาจึงใช้โอกาสนี้ถอยหลังออกไปหลายก้าวแล้วทำทีเป็นล้มใส่กองหินเหล่านั้น
เขาแสร้งทำหน้าโกรธแล้วพูดขึ้น “ ฉันมาที่นี่เพื่อเลือกหิน ทำไมต้องทำร้ายฉันด้วย ? ”
พนักงานตะโกนใส่เขา “ แกกำลังเลือกบ้าอะไรอยู่ ? ไม่เห็นเหรอว่าป้ายตรงนี้บอกว่าห้ามเข้า ? ”
“ นายรังแกฉันเพราะฉันอ่านไม่ออกงั้นเหรอ ? ก็เห็นว่ามีคนอยู่ในเขตนั่น ทำไมไม่ให้ฉันเข้าไปในนั้นบ้างละ ? ”
ฉินห้าวตงชี้ไปอีกด้านหนึ่งขณะที่เขากำลังพูด
พนักงานสะดุ้ง เขาคิดว่าตัวเองปล่อยให้คนอื่นเข้าไปส่วนนั้นตอนที่กำลังใจลอยอยู่ เขามองไปทางที่ฉินห้าวตงพูด อย่างไรก็ตามฉินห้าวตงใช้โอกาสนี้หยิบหินประหลาดหนึ่งก้อนยัดใส่ลงในแหวนมิติของเขา
เมื่อพนักงานพบว่าคนที่ฉินห้าวตงเอ่ยถึงเป็นหนึ่งในคนพม่า เขาจึงโล่งอกแล้วพูดขึ้น “ ออกไปจากที่นี่ให้เร็วเลย ชายคนนั้นเป็นคนของเรา ไม่ใช่ลูกค้า ”
ฉินห้าวตงยืนขึ้นและออกจากบริเวณนี้ทันที
“ เกิดอะไรขึ้น ? ”
มีชายคนหนึ่งดูเหมือนเป็นผู้จัดการเดินมาที่นี่
พนักงานรีบยิ้มและตอบอย่างรวดเร็ว “ ไม่มีอะไรครับ แค่คนที่อ่านหนังสือไม่ออก ผมได้บอกให้เขาออกไปแล้ว ”
ผู้จัดการมองไปยังมือที่ว่างเปล่าของฉินห้าวตง จึงไม่เกิดความสงสัยอะไร เขาหันไปพูดกับพนักงาน “ จับตามองดูให้ดีๆ ถ้ามีใครเข้ามาในเขตนี้ล่ะก็ นายโดนไล่ออกของจริงแน่ ”
“ ระ……รับทราบครับ ต่อไปผมจะระวังให้มากกว่านี้ ”
พนักงานรีบตอบ ผู้จัดการยิ้มเยาะอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินออกไป
หลังจากขึ้นรถแล้ว ฉินห้าวตงรวมสมาธิ ไม่นานหินขาดเท่ากับลูกวอลเลย์บอลก็ปรากฏขึ้นบนมือของเขา
เขาถือหินด้วยมือทั้งข้างแล้วเพ่งพิจารณา กลับไม่พบความผิดปกติใดๆ จากมัน แต่เขามั่นใจว่าหินนี้เป็นหินที่ถูกทำขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นหินถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ดังนั้นคนธรรมดาจะไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นหินที่ทำขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาสามารถรับรู้ถึงปราณของมันได้ เขาก็คงไม่สามารถบอกได้เช่นกัน
การทำหินปลอมที่มีลักษณะเหมือนหินจริงทุกระเบียดนิ้วเช่นนี้จะต้องลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลแน่ เขาคิดว่ามันต้องมีเงื่อนงำอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ ที่คนพวกนี้คิดทำหินปลอมขึ้นมา
แต่มันผิดปกติยังไงกันแน่นะ ? ในเมื่อมองไม่ออกจากภายนอก งั้นก็สำรวจภายในหินนั่นดีกว่า ดังนั้นเขาจึงใช้นิ้วบีบหินจนแตก
เขารู้สึกได้ว่าหินที่คนพวกนี้ทำขึ้นมาไม่ได้แข็งและหยาบเหมือนหินของจริงตามธรรมชาติ ลวดลายบนตัวหินก็แตกต่างจากของงจริงอย่างสิ้นเชิง
แล้วปัญหาอยู่ที่ไหนกันนะ ? ฉินห้าวตงครุ่นคิดไปด้วยพลางค่อยๆ ให้แรงมือบีบเศษหินให้กลายเป็นผง
เขามองที่นิ้วมือพบว่าผงหินเป็นสีขาว ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรออกทันที
เขาจำกรณีที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้วได้ ผู้ค้ายาเสพติดผสมเข้าไปในวัสดุทำกระเป๋าเดินทางผ่านวิธีทางเคมี น่าหลันอู๋เซี๋ยเพิ่งบอกเขาว่ามียาจำนวนมากเข้ามาในเมืองเจียงหนาน แต่พวกเขาไม่รู้ว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหน
เมื่อโยงทั้งสองเรื่องนี้เข้าด้วยกับพร้อมกับหินปลอมที่อยู่ในมือเขา ดูเหมือนว่าข้อสรุปที่ได้มีโอกาสป็นไปได้สูงที่ว่าหินอาจจะทำมาจากยาเสพติด
เขาตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาได้ค้นพบ ดังนั้นเขาจึงรีบขับรถไปที่หน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมของเมืองเจียงหนานทันที ขณะเดียวกันเขาก็โทรหาน่าหลันอู๋เซี๋ยไปด้วย
“ คุณตำรวจ เธอได้อยู่ที่หน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมไหม ? ”
“ ไม่ ฉันพาคนออกมาทำคดี นายโทรมามีอะไร ? ” น่าหลันอู๋เซี๋ยถาม
“ รีบกลับมาตอนนี้เลย ! ฉันมีของดีให้เธอ ”
“ มีของให้ฉันเหรอ ? ” น่าหลันอู๋เซี๋ยแปลกใจเล็กน้อย จากนั้นเธอจึงถามต่อ “ ของอะไร ? ”
“ สมบัติชิ้นโต ! ” ฉินห้าวตงระเบิดเสียงหัวเราะ
สำหรับน่าหลันอู๋เซี๋ยที่กำลังต้องเร่งปิดคดีนี้อย่างเร่งด่วน ก้อนหินก้อนนี้ถือเป็นสมบัติชิ้นโตอย่างแท้จริง
“ ฉันกำลังยุ่งอยู่นะ ดังนั้นนายอย่ามาเล่นตลกกับฉัน มันจะกลายเป็นหายนะถ้าเราไม่สามารถหายาพวกนี้ได้ให้ทันเวลาก่อนที่มันจะขายทอดเข้าสู่ตลาด มันจะทำให้ประเทศของเราเกิดปัญหา ” น่าหลันอู๋เซี๋ยตอบ
“ ฉันไม่ได้เล่นตลก ของชิ้นนี้สำคัญสำหรับเธอมาก กลับมาโดยด่วน ฉันจะถึงหน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมแล้ว ”
ฉินห้าวตงวางสายหลังจากที่เขาพูดเสร็จ เขามั่นใจว่าน่าหลันอู๋เซี๋ยจะกลับมาเร็วๆ นี้
เป็นไปตามคาด ขณะที่เขากำลังจอดรถที่หน่วย น่าหลันอู๋เซี๋ยก็ขับรถเข้ามาอย่างรวดเร็วราวพายุ
เธอลงมาจากรถและพูดกับฉินห้าวตงด้วยความไม่พอใจ “ เหตุผลอะไรที่นายยืนกรานให้ฉันกลับมา ? หรือนายเจอปัญหารถไฟชนกันเข้าแล้ว ? ”
“ เธอพูดอะไรเนี่ย ฉันเป็นคนซื่อสัตย์นะ ”
“ นายรู้จักละอายบ้างไหมเนี่ยที่บอกว่าตัวเองเป็นคนซื่อสัตย์ ? นายกล้าบอกไหมล่ะว่ามีครั้งไหนไหมที่นายมีปัญหาแล้วจะไม่มีผู้หญิงอยู่ข้างกาย ? ”
ฉินห้าวตงคิดสักพักแล้วพบว่าที่เธอพูดมาเป็นความจริง ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นอย่างเขินอาย “ ก็ได้……ก็ฉันเป็นคนหล่อ มันไม่ใช่ความผิดของฉันสักหน่อย ”
“ เอาล่ะ เข้าประเด็นเลย นายโทรเรียกฉันกลับมาทำไม ? ”
“ ฉันบอกเธอไปแล้วนี่ ว่าฉันมีของดีจะให้เธอ ” ฉินห้าวตงเอาหินออกมาจากรถและยื่นให้กับ น่าหลันอู๋เซี๋ยขณะที่เขาพูด
“ นายรีบให้ฉันกลับมาเพียงแค่เอาหินให้ฉันเนี่ยนะ ? นี่มันวัน April fool’s day หรือไง ? ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยคิดว่าฉินห้าวตงกำลังเล่นตลกกับเธอ และตอนนี้เธอก็อยากจะทุบหัวของฉินห้าวตงด้วยหินนี่
“ ฉันจริงจังนะ หินนี้เป็นสมบัติจริงๆ ” ฉินห้าวตงตอบ
เมื่อเห็นท่าทีที่จริงจังของเขา น่าหลันอู๋เซี๋ยจึงรับหินมาและมองมันอย่างละเอียด แต่ก็ไม่เห็นความแตกต่างอะไร
“ มันก็แค่หินธรรมดา ไม่เห็นเหมือนสมบัติเลย ” น่าหลันอู๋เซี๋ยบ่น “ ฉันไม่มีเวลามาเล่นตลกกับนายหรอกนะ ถ้าไม่มีอะไรอีก งั้นฉันจะไปแล้ว ”
“ ของที่เธอมองหามันก็อยู่ในหินก้อนนี้แล้ว เธอยังจะไปหามันจากที่ไหนอีก ? ” ฉินห้าวตงพูดขึ้น
“ นายหมายความว่าไง ? ” น่าหลันอู๋เซี๋ยเป็นคนฉลาดและเธอยังมีประสบการณ์ในคดีที่ยาเสพติดถูกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทาง ดังนั้นเมื่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงมองด้วยมันความตกใจและอุทานออกมา “ นายจะบอกว่ามียาเสพติดอยู่ข้างในหินนี่งั้นเหรอ ? ”
“ ฉันคิดว่างั้น เธอรีบหาคนมาตรวจสอบมัน เดี๋ยวเราก็รู้ผลแล้ว ” ฉินห้าวตงตอบ
“ ฉันจะรีบจัดการทันที ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยรีบวิ่งเข้าไปในหน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมพร้อมนำหินไปส่งไปที่แล็ปของแผนกเทคโนโลยี การทดสอบยาเสพติดพวกนี้เป็นเรื่องง่ายมาก ดังนั้นหลังผ่านไปไม่กี่นาที เธอก็วิ่งอุ้มหินออกมา
เธออุทานด้วยความตื่นเต้น “ บอกฉันหน่อย ว่านายไปเอาหินนี่มาจากไหน ? ”
“ เธอยังไม่บอกผลตรวจสอบเลย ”
เมื่อเทียบกับน่าหลันอู๋เซี๋ยแล้ว ฉินห้าวตงยังถือว่าใจเย็นกว่าเธอมาก
“ เมื่อกี้เราเอามันไปทดสอบ ผลปรากฏว่ามีการบรรจุเฮโรอีนที่เข้มข้นจำนวนมากลงไปในหินก้อนนี้ ซึ่งมันหมายความว่านายพูดถูก มียามากมายในหินนี้ ”
เมื่อเห็นว่าการคาดเดาของเขาได้รับการยืนยันแล้ว ฉินห้าวตงอดไม่ได้ที่จะชื่นชมพ่อค้ายาที่สามารถคิดวิธีที่ไม่ธรรมดานี้ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินโม่โม่สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติของเฝิงชื่อกรุ๊ป และเขาไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และถ้าหากเขาไม่มีแหวนมิติ พวกเขาก็คงไม่สามารถไขความลับออก
ความยุติธรรมมาก่อนเสมอ พวกอาชญากรพลาดอย่างไม่ตั้งใจเพราะว่าฉินห้าวตงไขคดีนี้ได้แล้ว
ขณะที่ฉินห้าวตงยังอยู่ในอารมณ์ที่หลากหลาย น่าหลันอู๋เซี๋ยทนไม่ไหวจึงถามเขา “ นายยิ้มอะไรของนาย ? รีบบอกฉันมาเร็วว่าไปเอาหินมาจากไหน ? อย่าทำให้คดีฉันช้าสิ ”
จบตอน