คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 90 กระจกหยินหยาง
ตอนที่ 90 กระจกหยินหยาง
ฉินห้าวตงไม่ได้สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของกระจก เขาพยายามอย่างมากในการหาแผ่นเหล็กสีดำอาวุธวิเศษผู้พิทักษ์ของเขา ถ้าหาสิ่งนั้นพบก็เท่ากับว่าเขามีชีวิตเพิ่มมาอีกหนึ่งชีวิต ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะถูกทาสผีจัดการจนตาย
หลังจากทาสผีชกฉินห้าวตงจนกระเด็นออกไปไกล มันไม่ได้กระโดดออกทางหน้าต่างอีก แต่มันย้อนกลับมาหาเขาแทน ร่างกายใหญ่โตเคลื่อนที่เร็วเหมือนกับแสง กรงเล็บของมันพุ่งตรงไปที่แผ่นหลังบริเวณหัวใจของฉินห้าวตง
เมื่อรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทางด้านหลัง ฉินห้าวตงกลิ้งตัวหลบอย่างรวดเร็ว ทำให้กรงเล็บของมันโจมตีพลาด ไปคว้าเอาแผ่นพื้นไม้ที่ฉินห้าวตงพึ่งนอนไปเมื่อกี้จนเกิดเป็นรอยโหว่ขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตามมันยังไม่หยุดโจมตี มันตวัดกรงเล็บอีกข้างไปที่อกของฉินห้าวตงอย่างรวดเร็วราวกับแสงพุ่ง
ฉินห้าวตงกลิ้งตัวออกไปอีกครั้ง ซึ่งช่วยให้เขาหลบเลี่ยงการโจมตีได้ แต่อย่างไรก็ตามร่างของเขาก็ชนเข้ากับผนังที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งทำให้เขาไม่มีหนทางหนีแล้ว
จบเห่แล้ว ! ฉินห้าวตงถอนหายใจ ในตอนนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านมันอีกแล้ว
ไม่เพียงแต่รักษาฉีหว่านเอ๋อไม่หาย สิ่งที่แย่กว่าคือเขาทำให้หลินโม่โม่และแม่หนูน้อยต้องตกอยู่ในอันตราย ช่างน่าเศร้าใจจริงๆ ถ้าเขารู้ผลลัพธ์เร็วกว่านี้ เขาคงพาหวานเอ๋อไปรักษาในป่าลึกแทนที่จะพากลับมาบ้าน
ในตอนนี้เอง เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนทรมานดังมาจากทาสผี ฉินห้าวตงหันไปมองพบว่ากรงเล็บของทาสผีไปคว้ากระจกบานนั้นที่อยู่บนพื้น
กระจกบานนั้นเปลี่ยนไปมาก ข้างหนึ่งเป็นสีดำ อีกข้างเป็นสีแดง ทาสผีไปคว้าเข้ากับด้านที่เป็นสีดำพอดี ในเวลานี้กระจกดูเหมือนเครื่องดูดควันขนาดใหญ่ มันดูดเอาไอดำบนร่างของทาสผีเข้าไปในกระจกอย่างบ้าคลั่ง
ไอดำเป็นแหล่งพลังของทาสผี ดังนั้นมันจึงรู้สึกเจ็บปวดเมื่อถูกดูดไอดำไป มันร้องคำรามอย่างบ้าคลั่งแล้วรีบดึงกรงเล็บออก ด้วยเหตุนี้เองสีของมือข้างนั้นจึงดูซีดกว่าส่วนอื่นของร่างกาย เห็นได้ชัดว่ามันสูญเสียพลังไปมาก
ฉินห้าวตงจ้องกระจกบานนั้น นั่นมันกระจกที่เขาเอากลับมาด้วยนี่นา ในตอนนั้นเขาไม่รู้สึกถึงพลังวิญญาณเลย แต่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยพลังวิญญาณอันเข้มข้น เห็นได้ชัดว่ามันเป็นอาวุธวิเศษที่ทรงพลังมากที่สุด จนถึงระดับของอาวุธเทพ
แม้ว่ามันจะทำให้เขาแปลกใจ แต่เขาก็ไม่มีเวลามากพอที่จะมัวมาคิดวิเคราะห์ที่มาที่ไปของมัน เมื่อเทียบกันแล้วชีวิตต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงคว้ากระจกมา
เห็นได้ชัดว่าทาสผีกลัวกระจกใบนั้น มันถอยออกไปและไม่โจมตีอีก
ฉินห้าวตงถือกระจกไว้ในมือ และสันนิษฐานอย่างมั่นใจว่าสิ่งนี้คืออาวุธเทพ ! มันต้องเป็นอาวุธเทพอย่างแน่นอน ! เขาไม่เคยมีอาวุธเทพสักชิ้นเมื่อตอนที่เขาอยู่โลกเซียน คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากเกิดใหม่ เขาจะได้ครอบครองอาวุธเทพที่ทรงพลังแบบที่เขาใฝ่ฝันมานาน
เขาตรวจสอบอย่างละเอียด กระจกบานนี้ไม่เพียงแต่ใหญ่ขึ้นกว่าตอนที่เขาเอามันมา ตรงด้ามจับยังมีตัวอักษรโบราณเพิ่มขึ้นมาอีกสามสี่คำคือคำว่า ‘กระจกหยินหยาง’
ด้วยประสบการณ์ห้าร้อยปีในโลกเซียน เขาเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทันที เขามั่นใจว่าอาวุธเทพชิ้นนี้ถูกสะกดด้วยวิธีพิเศษ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกถึงพลังวิญญาณของมัน
เมื่อกี้นี้เขาพ่นเลือดลงบนกระจก จึงเป็นการเปิดผนึกของกระจกบานนี้อย่างไม่ได้ตั้งใจและทำให้กระจกหยินหยางกลับมาใช้การได้อีกครั้ง
ภายใต้ความบิดเบี้ยวของโชคชะตา เขาเดินรอบถนนขายของโบราณอยู่หลายรอบ แต่เขากลับไม่เจออาวุธวิเศษเลยสักชิ้น สุดท้ายกลับมีคนเอาอาวุธเทพมายื่นให้แก่เขา
มีกระจกหยินหยางอยู่ในมือทำให้ฉินห้าวตงรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ทาสผีต่ำต้อยเช่นนี้ไม่ควรค่าให้กล่าวถึงต่อหน้าอาวุธเทพ สาเหตุที่เมื่อกี้ทาสผีพยายามจะหนี เป็นเพราะกระจกหยินหยางบานนี้ หากมีคนสามารถควบคุมกระจกได้ คงสามารถทำลายมันได้ภายในเสี้ยวนาที
แม้ว่าเขาจะไม่เคยควบคุมอาวุธเทพในโลกเซียน แต่เขาก็เคยใช้อาวุธเซียนมาก่อน ดังนั้นเขาจึงรู้ว่ามันมีวิธีควบคุมอาวุธอยู่สามแบบ แบบแรกคือทำให้อาวุธเทพจดจำคุณในฐานะผู้ครอบครอง แบบที่สองผ่านการปลุกเสกร่ายมนต์และแบบที่สามคือใส่พลังลมปราณเข้าไป
ตอนนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้มันจดจำเขาในฐานะผู้ครอบครอง เพราะว่าเวลามีจำกัด ส่วนเรื่องการปลุกเสกร่ายมนต์นี่ไม่ต้องคิดเลย เพราะพลังการฝึกตนของเขายังต่ำอยู่ ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ใช้การถ่ายเทพลังลมปราณเข้าไป
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เขาถ่ายเทพลังลมปราณของมหาเทพแห่งพงไพรในร่างกายเข้าสู่กระจกหยินหยางผ่านสัมผัสปลายนิ้วมือ
หลังจากถ่ายเทพลังลมปราณเข้าไปแล้ว ผิวกระจกของกระจกหยินหยางก็ทำงานทันที เขาถือด้านที่เป็นสีดำ แม้สีของมันจะยังคงเป็นสีดำมันเงาไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลับทำให้รู้สึกเหมือนความเวิ้งว้างที่มิอาจหาจุดสิ้นสุดได้
ทาสผีมีสัญชาตญาณของความกลัว มันหันหลังเตรียมหนี ในตอนนี้ฉินห้าวตงหันกระจกไปอีกทาง โดยใช้ด้านสีดำส่องไปที่มัน
เมื่อด้านสีดำถูกส่องเข้าหามันแล้ว ร่างกายของทาสผีแข็งทื่อทันที มันไม่มีความสามารถในการต้านทานอีกต่อไป ไอดำบนร่างกายของมันพวยพุ่งกลายเป็นหมอกถูกดูดเข้าไปในกระจกหยินหยาง
ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วินาที กระจกหยินหยางดูดกลืนไอดำทั้งหมดบนร่างกายของทาสผีเข้าไป ทาสผีน่าเกลียดน่ากลัวที่เคยตัวใหญ่และแข็งแกร่ง บัดนี้กลับค่อยๆ หดลงกลายเป็นรูปร่างของฉีหว่านเอ๋ออีกครั้ง จากนั้นเธอก็ทรุดลงพื้นอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน ภายในวัดเก่าแก่ กะโหลกมนุษย์สีทองที่เคยเปล่งประกายก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทันที นักพรตเต๋าพ่นเลือดออกเต็มปาก เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับแรงสะท้อนของพลังอันหนักหน่วง
เขาคลำขวดหยกสีขาวออกมาจากกระเป๋า หยิบเม็ดยาสีดำออกมาและใส่มันเข้าไปในปาก หลังจากนั้นเขาก็อาการดีขึ้น
“ ใครกัน ? ใครกล้ามาทำลายพิธีของฉัน ฉันจะตามล่าแก ! ”
ที่คฤหาสน์ อันตรายได้ผ่านพ้นไป ฉินห้าวตงเก็บกระจกหยินหยาง อาวุธเทพนี้เป็นของดีก็จริง แต่มันใช้พลังลมปราณเยอะมากเช่นกัน แค่ใช้ไปไม่กี่วินาทีเมื่อกี้นี้ กลับทำให้เขาสูญเสียพลังลมปราณไปกว่าครึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นเขารับรู้ได้ว่า เป็นเพราะว่าการฝึกตนของเขาต่ำเกินไป เขาใช้พลังกระจกหยินหยาง ไปแค่ส่วนน้อยเท่านั้น อาจจะไม่ถึง 1 % ด้วยซ้ำ
เขามองไปทางฉีหว่านเอ๋อ เนื่องจากเมื่อกี้ตอนที่เธอกลายเป็นผี ทำให้เสื้อผ้าบนร่างกายเธอขาดกระจุย ในเวลานี้เรือนร่างงดงามเปลือยเปล่าโดยไม่มีอะไรปิดบังปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
เนื่องจากการต่อสู้อันดุเดือดเมื่อกี้นี้ ทำให้ห้องรับแขกดูเหมือนหลุมขยะขนาดใหญ่ ฉินห้าวตง อุ้มฉีหว่านเอ๋อไปที่ห้องนอนของเขา วางเธอลงกับเตียงและคลุมตัวเธอด้วยผ้าห่ม
ฉีหว่านเอ๋อหลับตาแน่น เธอสลบไป ใบหน้าเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ ปราศจากเลือดฝาด ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนเป็นทาสผีในครั้งนี้ ทำให้เธอหมดพลังไปเยอะมาก
ฉินห้าวตงยื่นมือไปตรวจชีพจรให้เธอ จากนั้นเขาขมวดคิ้วแน่นทันที
แม้ว่าฉีหว่านเอ๋อจะยังมีชีวิตอยู่ แต่พลังหยางในร่างกายกลับอ่อนแอมาก มันดูเหมือนจะถูกกลืนกินโดยทารกผีไปแล้ว ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป มีหวังเธอได้ตายของจริงแน่ ถ้าเขาต้องการช่วยเธอ เขาจำเป็นต้องถ่ายเทพลังหยางเข้าไปในร่างกายเธอ แต่เขาจะหาพลังหยางมากมายขนาดนี้ได้จากที่ไหน ?
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงกระจกหยินหยางในมือเขา ดูเหมือนกระจกหยินจะสามารถดูดพลังด้านมืดของพวกภูติผีปีศาจได้ แต่ไม่รู้ว่ากระจกด้านหยางจะสามารถถ่ายเทพลังหยางเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้หรือเปล่า
เมื่อคิดเช่นนั้น เขาจึงดึงผ้าห่มออกจากร่างของฉีหว่านเอ๋อและนำกระจกออกมาอีกครั้ง เขาถ่ายพลังลมปราณแห่งพงไพรเข้าไปในกระจกและใช้ด้านหยางสีแดงส่องไปที่เตียง
ทันใดนั้นกระจกหยินหยางก็เปล่งประกายแสงสีทองออกมาปกคลุมไปทั่วร่างของฉีหว่านเอ๋อ พลังหยางมากมายพวยพุ่งเข้าไปในร่างกายของเธอทันที
มันส่งผลตามที่เขาคิดไว้ แม้ว่ากระจกจะเปล่งประกายเพียงไม่กี่วินาที แต่ร่างกายของฉีหว่านเอ๋อที่ซีดขาวราวกับหิมะเริ่มดูมีน้ำมีนวลและมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้ว
ร่างกายของฉินห้าวตงแกว่งเบาๆ ครั้งนี้กระจกด้านหยางมันดูดกลืนพลังเขามากกว่าครั้งก่อน พลังลมปราณในร่างกายของเขาเกือบจะถูกดูดกลืนไปจนหมด
เขาเก็บกระจกหยินหยางไว้ในแหวนมิติของเขา จากนั้นเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้าง รีบฟื้นฟูพลังลมปราณที่เขาเพิ่งถูกดูดกลืนไป
ฉีหว่านเอ๋อเริ่มได้สติ พอนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ เธอก็นั่งลงกับเตียงทันที หรือว่าฉันกลายเป็นทาสผีไปแล้ว ?
ทันใดนั้นเธอก็รู้เย็นหวิวๆ ที่ร่างกายของเธอ พอก้มลงไปมอง ก็เห็นร่างกายเปลือยเปล่าดูงดงามและขาวเนียนราวกับหยก
เกิดอะไรขึ้น ? นี่ใช่ฉันหรือเปล่า ? ฉีหว่านเอ๋อแปลกใจ หลายปีที่ผ่านมาร่างกายของเธอดำราวกับน้ำหมึก ซึ่งเธอไม่เคยคิดเลยว่ามันจะขาวขนาดนี้
เธอเอื้อมมือไปสัมผัสกับผิวที่เรียบเนียน อยู่ๆ น้ำตาก็เอ่อล้นที่ดวงตาทั้งคู่ของเธอ มันคือฉัน ! นี่ฉันจริงๆ ด้วย ! ฉันเป็นแบบนี้ได้ยังไง ? หมอฉินรักษาฉันจนหายดีแล้วงั้นเหรอ ?
ว่าแต่…….หมอฉินอยู่ไหน ? เธอรีบมองไปรอบๆ และพบว่าฉินห้าวตงกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงหัวเตียง
เมื่อเห็นฉินห้าวตง ฉีหว่านเอ๋อก็ได้สติขึ้นมาทันที เธอกรี๊ดออกมาแล้วรีบคว้าผ้าห่มมาปกปิดร่างกายของเธอ
เดิมทีฉินห้าวตงกำลังหลับตาฟื้นฟูพลังลมปราณอยู่ แต่หลังจากได้ยินเสียงกรี๊ด เขาก็ลืมตาขึ้นมาทันที
“ เธอเป็นไงบ้าง โอเคหรือเปล่า ? ”
“ ฉะ……ฉันโอเค ! ” แก้มของฉีหว่านเอ๋อเปลี่ยนเป็นสีแดง ตอนนี้เธอกลายเป็นเด็กสาวทั่วไปแล้วหลังจากที่กำจัดผีทารกออกไปจากตัวเธอ
“ ก็ดีแล้ว ”
ฉินห้าวตงก็รู้สึกได้ว่าตอนนี้ฉีหว่านเอ๋อฟื้นฟูเป็นปกติแล้ว
“ หมอฉินช่วยฉันไว้เหรอ ? ” ฉีหว่านเอ๋อถาม
“ ใช่แล้ว ! ” ฉินห้าวตงพยักหน้า “ จากวันนี้ไป เธอเป็นคนปกติแล้ว และทาสผีทารกก็ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายเธอแล้ว ”
“ เยี่ยมเลย ในที่สุดฉันก็เป็นคนธรรมดา ในที่สุดฉันก็เหมือนคนทั่วไปสักที ! ” เมื่อได้ยินข่าวนี้ เธอก็ร้องไห้ออกมา หลายปีที่ผ่านมานี้ เธอต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกผีทารกกักขัง มันทำให้เธอเจ็บปวดและโศกเศร้า
หลังจากร้องไห้ไปสักพัก เธอก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ ทันใดนั้นก็นึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ในทันที
“ หมอฉิน เสื้อผ้าของฉันอยู่ไหน ? ”
เธอสงสัยมาก เสื้อผ้าของเธอหายไปไหนหมด ? หรือมันเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาทางการแพทย์เหรอ ? หรือว่ามันมีเหตุผลอย่างอื่นเป็นพิเศษ ?
ฉินห้าวตงอ่านความคิดของเธอออก จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มแบบขมขื่น ไม่มีผู้ชายคนไหนมีอารมณ์ตอนที่เธอกลายสภาพเป็นทาสผีอย่างเมื่อกี้หรอกนะ
ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้น “ ที่จริงแล้วเสื้อผ้าบนร่างกายของเธอถูกฉีกออกตอนที่เธอกลายเป็นทาสผี ”
“ อะไรนะ ? ฉันกลายเป็นทาสผีงั้นเหรอ ? แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น ? ”
ฉีหว่านเอ๋อถามด้วยความสงสัย
“ เรื่องมันยาว แต่ชีวิตของเธอไม่ควรต้องมาจบลงแบบนั้น ดังนั้นฉันจึงช่วยเธอกลับมาไงล่ะ ” ฉินห้าวตงพูดต่ออีกว่า “ ฉันจะจับชีพจรเธออีกครั้งแล้วกัน ยังไงซะเธอก็เป็นคนไข้รายแรกที่ฉันรักษาอาการแบบนี้ให้ ฉันไม่มั่นใจว่าเธอจะฟื้นฟูได้ดีหรือเปล่า ”
หลังจากเขาพูดจบ เขาก็ยืนขึ้นจากเก้าอี้ แต่เขากลับรู้สึกโลกหมุน ตัวเขาแกว่งไปสักพักกว่าจะยืนให้มั่นได้
“ หมอฉินไม่เป็นไรใช่ไหม ? ” ฉีหว่านเอ๋อถามด้วยความเป็นห่วง
ในตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าฉินห้าวตงใช้พลังงานในการรักษาเธอมากเกินไป ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงไม่คลุมผ้าห่มให้เธอ เพราะขนาดตัวเขาเองยังแทบจะไม่มีแรงยืน
“ ฉันเป็นไร แค่รู้สึกหมดแรงนิดหน่อย ! ” ฉินห้าวตงเอามือยันผนังไว้เพื่อพยุงตัวเองมาที่เตียงและเริ่มจับชีพจรของฉีหว่านเอ๋อ
“ เยี่ยม เยี่ยมไปเลย ! ” ฉินห้าวตงชักมือขวากลับแล้วพูดขึ้น “ เธอนี่มันโชคดีในความโชคร้ายจริงๆ ตอนนี้เธอไม่ได้เป็นทาสผี แต่กลับมีพลังของทาสผี ”
“ หมายความว่าอะไร ? ” ฉีหว่านเอ๋อถามอย่างแปลกใจ
“ เธอลองต่อยผนังดูสิ จะได้เข้าใจ ”
แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจสิ่งที่ฉินห้าวตงพูด แต่ฉีหว่านเอ๋อก็ยังคงต่อยไปที่ผนังตามที่เขาบอก
เธอไม่ได้ใช้แรงต่อยมากมายเท่าไร แต่มันกลับส่งเสียงดัง ‘ปัง!’ กำแพงปูนหนาถูกชกเข้าไปตรงๆ กลายเป็นหลุมลึกและเศษหินก็ปลิวออกไปไกล
ฉีหว่านเอ๋อมองดูกำปั้นของเธอที่ไม่มีแม้รอยขีดข่วน แล้วมองไปที่หลุมบนผนัง เธอถามขึ้นอย่างประหลาดใจ “ อะไร…เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? ”
“ หลังจากที่เธอกลายเป็นทาสผี แม้ผีในร่างกายของเธอจะถูกกำจัดโดยฉัน แต่ความสามารถของมันกลับถูกทิ้งไว้ในร่างกายเธอ ตอนนี้เธอไม่เพียงแต่มีพลังภายในแบบพวกยอดฝีมือ อีกอย่างการฝึกฝนของเธอจะก้าวหน้ารวดเร็วกว่าคนทั่วไป ใช้เวลาไม่นานเธอจะไปถึงระดับของบรรพจารย์ได้ ”
“ งั้นก็แสดงว่า ฉันเป็นยอดฝีมือแล้วงั้นเหรอ ? ”
“ ยอดฝีมืออย่างแท้จริงเลยแหละ แข็งแกร่งยิ่งกว่าฉันเสียอีก ” ฉินห้าวตงตอบ
“ เยี่ยม เยี่ยมไปเลย ! หมอฉิน พี่ฉิน ขอบคุณมาก พี่เป็นผู้มีพระคุณของฉัน ”
ฉีหว่านเอ๋อดีใจเป็นอย่างมาก เธอกระโดดกอดฉินห้าวตงทันทีจนลืมไปว่าผ้าห่มที่คลุมร่างกายของเธออยู่ได้ร่วงลงพื้นไปแล้ว
จบตอน