คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 83 ดาบไม้ท้อของเทพจางเทียนซื่อ
ตอนที่ 83 ดาบไม้ท้อของเทพจางเทียนซื่อ
ฉินห้าวตงหัวเราะเจื่อนก่อนจะพูดขึ้น “ ฉันรับปากว่าฉันจะพยายามอย่างสุดความสามารถ ”
เขารู้เป็นอย่างดีว่าถ้าการรักษาล้มเหลว ทารกผีจะไม่สามารถถูกกำจัดออกจากร่างของฉีหว่านเอ๋อได้ และเมื่อมันกลายเป็นทาสผี พลังของมันจะไปถึงระดับขั้นอ้าน
และตอนนี้เขายังไม่บรรลุก่งจี ยังหยุดอยู่ที่ขั้นหมิงขอบเขตที่เก้าอยู่เลย เขาไม่มีความสามารถมากพอที่จะฆ่ายอดฝีมือระดับสูงอย่างขั้นอ้านได้
“ ฉันเชื่อนาย ! ” ฉีหว่านเอ๋อพูด
“ ก็ได้ ! แต่ตอนนี้ยังไม่มีทางรักษาเธอ เธอกลับไปกับฉันก่อนแล้วกัน ฉันต้องเตรียมการล่วงหน้า ”
สถานการณ์ปัจจุบันทำให้เขาเลือกไม่ได้ และเขาทำได้แค่ต้องลองพยายามอย่างถึงที่สุดในการรักษาเธอ แต่หากต้องการกำจัดทารกผีออกไป เขาจำเป็นต้องเขียนยันต์ก่อนเป็นอย่างแรก
“ ได้สิ ฉันจะไปกับนาย ”
ฉีหว่านเอ๋อพูดโดยปราศจากความลังเล เมื่อเห็นเธอยอมรับ ฉือโค่วไห่จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องไปห้ามเธอ
ฉินหาวตงกล่าวลาน่าหลันเจี๋ย และพาฉีหว่านเอ๋อกลับไปที่บ้านของเขา
ฉีหว่านเอ๋อไม่ได้เอาอะไรไปเลยนอกจากแลปท็อปของเธอ
“ เธอชอบเล่นคอมพิวเตอร์งั้นเหรอ ? ” ฉินห้าวตงถาม
“ ใช่! ” ฉีหว่านเอ๋อพยักหน้าตอบ “ ตั้งแต่เป็นโรคประหลาด ฉันก็มักจะถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำตอนอยู่ที่โรงเรียน ต่อมาฉันจึงลาออกจากโรงเรียน ”
“ ครอบครัวของฉันได้ซื้อคอมพิวเตอร์ไว้ให้ฉันเรียนและไว้เล่นผ่อนคลายอยู่ที่บ้าน อยู่มาวันหนึ่งฉันก็ได้เรียนรู้กับเทคโนโลยีแฮคเกอร์เข้า บางทีอาจเป็นเพราะว่าฉันตัวดำ และฉันก็มีพรสวรรค์ในด้านนั้นด้วย ”
เมื่อพูดเรื่องนี้ เธอหัวเราะกับตัวเองและพูดต่อ “ ในชีวิตจริง ฉันไม่สามารถทำอะไรกับโรคประหลาดของฉันได้เลย แต่ในพื้นที่ไซเบอร์ฉันเป็นราชาที่มีอำนาจไม่จำกัด ”
“ สามปีก่อนฉันถูกจัดให้เป็นอันดับหนึ่งจากเหล่าแฮคเกอร์ใต้ดินทั้งหมด ฉันสามารถแฮคเข้าเว็บไซต์ได้ทุกเว็บไซต์ทั่วโลกเมื่อฉันต้องการ ”
เมื่อพูดถึงความเชี่ยวชาญในสาขาที่เธอชำนาญ ดวงตาว่างเปล่าของเธอดูเปล่งประกายแสงแห่งความตื่นเต้นขึ้น
ฉินห้าวตงตกใจเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าหญิงสาวที่ปิดกั้นตัวเองด้วยโรคนี้จะมีความสำเร็จในด้านแฮคเกอร์
จากนั้นเขาก็เกิดความคิดว่าแม้ว่าบริษัทรักษาความปลอดภัยป่าป๊าจะเต็มไปด้วยคนที่มีพรสวรรค์ แต่ยังไม่มีใครเชี่ยวชาญในด้านคอมพิวเตอร์ คงเป็นอะไรที่ดีมากถ้าสามารถดึงฉีหว่านเอ๋อเข้ามาทำงานในบริษัทได้
แต่เรื่องนี้ควรเป็นเรื่องที่ต้องคุยคราวหลัง เรื่องเร่งด่วนตอนนี้คือกำจัดทารกผีในร่างกายของเธอให้ได้เสียก่อน
เวลานี้เป็นเวลาเที่ยงคืน หลังฉินห้าวตงเลือกห้องให้กับฉีหว่านเอ๋อได้แล้ว เขาก็กลับไปพักผ่อนเช่นกัน
หลังจากตื่นนอนในวันต่อมา ฉินห้าวตงพบว่าจุดสีทองบริเวณหัวของฉีหว่านเอ๋อได้ถูกกลืนกินไปอีกแล้ว ขนาดของจุดเล็กลงจากเมื่อวานก่อนมาก
ถ้าเขาไม่รีบกำจัดทารกผี คาดว่าเธอจะกลายเป็นทาสผีเต็มตัวในหนึ่งถึงสองวันนี้แน่
เขาให้หลินโม่โม่ไปส่งแม่หนูน้อยที่โรงเรียนอนุบาล และแพทย์ประจำห้องพยาบาลอย่างเขาขาดงานอีกวันแล้ว
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ ฉินห้าวตงออกจากบ้านไปซื้อของทำยันต์จำพวกกระดาษสีเหลือง หมึกแดงเขียนยันต์และของอื่นๆ เพื่อมาทำเครื่องรางกำจัดทารกผี
ไม่นานเขาก็ซื้อของทั้งหมดได้ในร้านสะดวกซื้อ แต่เมื่อเขามองไปที่ของพวกนั้น เขาต้องหัวเราะเจื่อนอีกครั้ง การฝึกตนของเขาในปัจจุบันไม่สามารถวาดยันต์ที่มีอำนาจทรงพลังออกมาได้ เขาจึงไม่มีความมั่นใจในการกำจัดทารกผีในร่างกายของฉีหว่านเอ๋อด้วยเครื่องรางธรรมดาแบบนี้
ถ้าหากมีเครื่องรางอาวุธวิเศษที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นมาสักชิ้นสองชิ้น แบบนี้คงจะมีโอกาสทำสำเร็จมากขึ้น แต่หากต้องการซื้อเครื่องรางอาวุธวิเศษในสังคมยุคปัจจุบันเป็นเรื่องอะไรที่ยากมาก จะไปหาซื้อได้จากที่ไหนล่ะเนี่ย ?
เขาคิดไปพลางเดินไปตามถนน ทันใดนั้นเขาก็เห็นตลาดขายของโบราณอยู่ตรงหน้าเขา
“ เขาไปดูข้างในหน่อยแล้วกัน บางทีอาจจะโชคดีพอที่จะเจอเครื่องรางอาวุธวิเศษที่เหมาะสม ”
เมื่อคิดเช่นนี้ ฉินห้าวตงจึงเดินตรงเข้าไปในตลาดขายของโบราณ
เคยมีคำกล่าวไว้ว่ายามสังคมวุ่นวายทองคำมีค่า ยามสังคมเจริญก้าวหน้าไม่มีสิ่งใดมีค่าเหนือวัตถุโบราณ ตอนนี้ประเทศจีนสงบสุขแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงเริ่มหันมาสนใจวัตถุโบราณกันมากขึ้น
ยิ่งช่วงนี้สถานีโทรทัศน์เพิ่งจะถ่ายทอดรายการล่าสมบัติไปหลายรายการ ยิ่งเป็นเหมือนการช่วยโปรโมทกระแสของตลาดขายของโบราณเหล่านี้ แม้ว่าวันนี้จะไม่ใช่ช่วงสุดสัปดาห์ แต่ตลาดขายของโบราณก็ยังเต็มไปด้วยผู้คน
มีบางคนมาเดินเล่นที่นี่เพื่อดูว่าพวกเขาจะสามารถหาของมีค่าที่คนอื่นเพิกเฉยได้หรือไม่ บางคนก็นำของเก่าที่บรรพบุรุษทิ้งไว้มาขาย และใฝ่ฝันว่าพวกเขาจะกลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน
ความจริงแล้วโอกาสเป็นไปได้ของความคิดเช่นนี้ไม่ได้สูงไปกว่าความน่าจะเป็นของการชนะล็อตเตอร์ลี่รางวัลห้าล้านหยวนเลย ฉินห้าวตงสัมผัสได้ว่า 99% ของสินค้าในตลาดขายของโบราณนั้นเป็นของปลอม แต่ก็ยังพอมีบางชิ้นที่มีพลังวิญญาณอยู่บ้าง แต่ราคาของมันสูงมากจนไม่สามารถซื้อได้
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ สิ่งที่เขากำลังตามหาคือบางอย่างที่สามารถใช้เป็นเครื่องรางอาวุธวิเศษได้ เห็นได้ชัดว่ามันยากกว่าการหาของโบราณเสียอีก เนื่องจากเขาได้เดินไปกว่าครึ่งถนนแล้ว แต่ก็ไม่มีของที่เขาต้องการเลย
แต่เขาก็ได้เห็นสิ่งของหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเข็มทิศฮวงจุ้ย แส้หางม้าและของจำพวกดาบไม้ท้อ แต่ของพวกนี้เป็นงานศิลปะสมัยใหม่ ไม่มีพลังวิญญาณเลยสักนิด
ขณะที่เขากำลังเดินไปข้างหน้า ทันใดนั้นก็มีชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปีเดินมาหา “ น้องชาย กำลังตามหาอะไรอยู่ใช่ไหม ? อยากให้ฉันช่วยอะไรไหม ? ”
ฉินห้าวตงชำเลืองมองไปยังชายวัยกลางคนแล้วโบกไม้โบกมือ “ ไม่ล่ะ ”
แต่ชายวัยกลางคนยังไม่ยอมละความพยายาม เขาเดินตามฉินห้าวตงพลางพูดขึ้น “ นายอาจจะไม่รู้จักฉันน้องชาย ฉันชื่อหนิวเอ้อร์ ฉันเป็นผู้ประเมินสมบัติที่มีชื่อเสียงในตลาดขายของโบราณแห่งนี้ ”
“ ฉันอยู่ที่นี่มากว่าสิบปี ช่ำชองสมบัติทุกชิ้นในร้านต่างๆ ของตลาดแห่งนี้ ตราบใดที่นายบอกว่านายต้องการอะไร ฉันจะรีบพานายไป แล้วนายไม่ต้องจ่ายเงินฉันสักหยวน เป็นไงล่ะ ? ”
“ ผู้ประเมินสมบัติงั้นเหรอ ? ” ฉินห้าวตงมองไปที่หนิวเอ้อร์แล้วหัวเราะ เขาคิดว่าการหลอกลวงทุกวันนี้ก้าวหน้าไปตามกาลเวลา พวกเขาตั้งชื่อตัวเองไว้ซะสูงส่งเลย
แต่ยังไงซะเขาก็คิดว่าหนิวเอ้อร์ต้องคุ้นเคยกับตลาดโบราณแห่งนี้เป็นอย่างดี เขาน่าจะยอมฟังคำแนะนำของหนิวเอ้อร์ดูบ้าง ซึ่งอาจจะดีกว่าที่ต้องเดินไปอย่างไร้จุดหมาย อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์ที่มากกว่าห้าร้อยปีของมหาเทพแห่งพงไพร มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนพวกนี้จะหลอกเอาเงินเขา
ที่จริงหนิวเอ้อร์ก็เป็นนักต้มตุ๋นคอยหลอกเอาเงินคนอื่นอยู่เสมอ ความสามารถพิเศษของเขาคือการสังเกตท่าทางคน เขาเห็นทันทีว่าฉินห้าวตงรู้สึกสนใจ จึงรีบพูดขึ้น “ น้องชาย นายต้องเชื่อในสายตาอันเฉียบคมของฉันนะ ตราบใดที่นายตามฉันมา นอกจากนายจะได้เลี่ยงการพยายามที่ไร้ประโยชน์แล้ว นายยังไม่ต้องไปเสี่ยงซื้อของปลอมอีกด้วย ”
“ เอาล่ะ ในเมื่อพี่หนิวเอ้อร์ใจดีขนาดนั้น งั้นก็ช่วยฉันหน่อยแล้วกัน ” ฉินห้าวตงพูดขึ้น
หนิวเอ้อร์พูดซ้ำๆ “ แน่นอน แน่นอน ฉันเป็นคนใจดีและชอบช่วยเหลือคนอื่น ”
“ เมื่อไม่นานมานี้ฉันโชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยอยากซื้อของเก่าจำพวกดาบไม้ท้อไปวางในบ้านเพื่อช่วยปัดเป่าวิญญาณปีศาจออกไปจากบ้าน พี่พอจะรู้ไหมว่าร้านไหนมีขายบ้าง ? เราตกลงกันไปแล้วนะว่าฉันจะไม่เอาดาบที่เพิ่งประกอบขึ้นใหม่ ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หนิวเอ้อร์ก็รีบตบหน้าอกของตัวเองแล้วพูดขึ้น “ น้องชาย นายเจอถูกคนแล้วล่ะ ฉันรู้จักร้านที่ขายดาบไม้ท้ออยู่ร้านหนึ่ง ฉันได้ยินมาว่ามันเป็นดาบไม้ท้อที่เจ้านิกายเทียนซือนามว่าจางเต้าหลิงเคยใช้มัน ”
“ พักนี้เจ้าของร้านมีปัญหาเล็กน้อย ต้องรีบใช้เงิน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมขายมัน ”
ดาบไม้ท้อที่ถูกใช้โดยจางเต้าหลิงงั้นเหรอ ? ฉินห้าวตงไม่มีทางเชื่อแน่นอน แต่ยังไงตอนนี้เขาก็ไม่มีเป้าหมายอยู่ดี งั้นตามไปดูหน่อยแล้วกัน
จากนั้นหนิวเอ้อร์ก็นำทางและพาฉินห้าวตงเดินเข้าไปในถนนขายของโบราณ
วิญญาณเทพของฉินห้าวตงแข็งแกร่งมาก เขารับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าท่ามกลางฝูงชนมีคนสองสามคนกำลังเดินตามเขาอยู่ ดูแล้วนักต้มตุ๋นพวกนี้จะมีความเชี่ยวชาญมาก พวกเขาทำงานเป็นทีมได้อย่างเงียบเชียบคนสังเกตแทบไม่เห็น
ไม่นานหนิวเอ้อร์ก็พาฉินห้าวตงเข้ามาในร้านขายของโบราณที่มีชื่อว่า ‘จวี้เป่าไจ’ ร้านดูใหญ่มาก ภายในมีของโบราณหลายชนิดอยู่ในนั้น แต่หลังจากที่ฉินห้าวตงกวาดสายตามองไปที่พวกมันจึงพบว่าทั้งหมดเป็นของปลอมที่ไม่มีพลังวิญญาณ
เจ้าของร้านเป็นชายอ้วนผู้ที่หนักมากกว่าหนึ่งร้อยกิโลกรัม เมื่อเขาเห็นฉินห้าวตงเดินเข้ามา เขาก็กล่าวทักทายอย่างอบอุ่น “น้องชาย ลองดูว่าอยากได้อะไร ร้านของเรามีสมบัติมากมาย เป็นของดีทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นชามที่จิ๋นซีฮ่องเต้เคยใช้ แก้วชาของจักรพรรดิถังไท่จง มีแม้กระทั่งโถปัสสาวะของซูสีไทเฮา อยากได้อะไรมีหมดเลย”
ก่อนที่ฉินห้าวตงจะพูดอะไร หนิวเอ้อร์ก็ชิงพูดขึ้น “ อย่าพูดไร้สาระไอ้อ้วนหวาง นี่คือเพื่อนของฉัน อย่าเล่นเล่ห์เหลี่ยมที่นายใช้หลอกคนทั่วไปเลย ”
“ โอ้ ! เขาเป็นเพื่อนของนายเหรอ ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะ ? งั้นพวกเราทั้งหมดนี่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนกัน ” อ้วนหวางทำท่าทางให้ความร่วมมือออกมาแล้วพูดขึ้น “ น้องชาย นายต้องการอะไรล่ะ ในเมื่อเป็นเพื่อนของหนิวเอ้อร์ ก็เหมือนเพื่อนของฉันแหละ ฉันจะให้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อกับนายและรับประกันว่านายจะได้ของแท้แน่นอน ”
“ น้องชายของฉันต้องการซื้อพวกเครื่องรางที่สามารถขจัดวิญญาณปีศาจได้ ดาบไม้ท้อของจางเต้าหลิงล่ะว่าไง ? รีบเอามันออกมาให้เขาดูเร็ว ” หนิวเอ้อร์พูด
อ้วนหวางรีบทำเป็นลำบากใจทันที “ หนิวเอ้อร์ พูดตามความจริงเลยนะ เมื่อไม่กี่วันก่อนครอบครัวของฉันประสบปัญหาต้องรีบใช้เงินด่วน ดังนั้นฉันถึงเอาดาบเล่มนั้นออกมาขาย แต่ตอนนี้มันไม่มีอะไรแล้ว ฉันไม่อยากขายมันแล้ว ”
ฉินห้าวตงรู้ว่าตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องพูดอะไร แค่รอดูการแสดงของทั้งสองคนนี้อย่างเงียบๆ ก็พอ
ตามที่คาดไว้ หนิวเอ้อร์พูดขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด “ ไอ้อ้วนหวาง เราต้องซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจ นายบอกว่านายอยากจะขายมัน นายกลับคำได้ยังไง ? อีกอย่างน้องชายเขาก็มาแล้ว อย่างน้อยนายก็ควรจะเอาออกมาให้เขาดูหน่อย บางทีเขาอาจจะไม่ชอบก็ได้ ”
“ ก็ได้ งั้นรอสักครู่ ฉันจะไปเอามันมา ” อ้วนหวางทำท่าทางเสียใจ แล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง ไม่นานเขาก็รีบนำสิ่งของขนาดยาวที่หุ้มด้วยผ้าสีเหลืองออกมา
เขาค่อยๆ วางมันลงบนเคาท์เตอร์อย่างระมัดระวัง จากนั้นเปิดผ้าสีเหลืองออก เผยให้เห็นดาบไม้ท้อสีทองอร่าม
ดาบไม้ท้อยาวประมาณสองฟุตครึ่ง มันมีสีทึบและมีลวดลายสลักไว้เหมือนกับของโบราณอย่างแท้จริง ด้ามดาบมีตัวหนังสือสลักไว้ว่า ‘เทียนซือ’
ฉินห้าวตงรับดาบไม้ท้อมาดู เขารู้สึกชื่นชมฝีมือของคนพวกนี้ที่ทำของปลอมได้เนียนราวกับของโบราณ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะดาบไม้ท้อไม่มีพลังวิญญาณอยู่เลย เขาคงคิดว่ามันเป็นของโบราณจริงๆ เข้าแล้ว
แต่ตอนนี้เขามองออกอย่างชัดเจนว่าของชิ้นนี้เป็นของปลอมระดับไฮเอนด์ ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจที่จะเล่นสนุกกับคนพวกนี้อีก จึงวางดาบไม้ท้อกลับคืนไปบนเคาท์เตอร์
“ นายคิดว่าไงน้องชาย ? ดาบไม้ท้อเล่มนี้เป็นของดีที่จางเต้าหลิงเคยใช้ พลังของมันไร้เทียมทาน หากนายเอาไปวางไว้ที่บ้าน ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ใจนายต้องการเลย ” หนิวเอ้อร์พูด
“ ฉันยังไม่สนใจ ไว้จะเก็บไปพิจารณาแล้วกัน ”
ฉินห้าวตงพอรู้กฎของวงการค้าขายของโบราณอยู่บ้าง สามารถไม่ซื้อได้หากไม่ชอบ แต่ไม่ควรบอกว่าของคนอื่นเป็นของปลอม
หนิวเอ้อร์หันไปพูดกับอ้วนหวาง “ นายลองว่าราคาที่เหมาะสมมาสิ ถ้าราคามันสมเหตุสมผลก็ให้น้องเขาซื้อไป แต่ถ้าไม่ได้นายก็เก็บกลับบ้าน ”
“ เอ่อ..ได้งั้น ” อ้วนหวาง ทำเป็นพูดด้วยท่าทีเสียดาย “ จะบอกความจริงให้ว่าดาบไม้ท้อเล่มนี้เป็นของที่ถูกขุดพบ ฉันควักเงินไปสามหมื่นหยวนเพื่อซื้อมันมา ถ้าน้องชายชอบฉันจะขายต่อให้ในราคาสามหมื่นหยวนโดยไม่เอากำไรสักหยวนเดียว ”
“ นายคิดว่าไงน้องชาย ? ฉันรับประกันได้เลยว่าราคาของอ้วนหวางยุติธรรมสุดแล้ว ”
ฉินห้าวตงยิ้มและส่ายหัว อย่าว่าแต่สามหมื่นหยวนเลย ต่อให้มันราคาสามสิบหยวนเขาก็ไม่เอา
ขณะที่เขากำลังจะเดินออกจากร้าน ทันใดนั้นก็มีชายแก่คนหนึ่งสวมเสื้อคอจีนเดินเข้ามาในร้าน แล้วมองดาบไม้ท้อเล่มนั้นด้วยสีหน้าดีใจพลางพูดขึ้น “เถ้าแก่ เอาให้ฉันดูหน่อยได้ไหม ? ”
จบตอน