คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 81 ฉันคือพ่อที่แท้จริง
ตอนที่ 81 ฉันคือพ่อที่แท้จริง
ต่งเชามองใบหย่าตรงหน้าแล้วสลับไปมองเสี่ยวอู่ที่ทำหน้าอยากจะเจื๋อนไอ้นั่นของเขาใจจะขาด ดูเหมือนผู้ชายคนนี้แทบจะอดใจรอไม่ไหว
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหยิบปากกาที่อยู่ด้านข้างมาเซ็นชื่อลงไปในใบหย่าแล้วประทับรอยนิ้วมือ
หลังจากหวางเจียหนีเซ็นชื่อและประทับรอยนิ้วมือของเธอแล้ว เธอทาบใบหย่าไว้กับอกแล้วร้องไห้ออกมา “ ไอ้สารเลว ในที่สุดฉันก็สลัดแกพ้นจากชีวิตฉันสักที ”
ต่งเชามองฉินห้าวตงแล้วพูดขึ้น “ ฉันทำตามที่นายพูดแล้ว นายจะปล่อยฉันไปได้หรือยัง ? ”
ฉินห้าวตงยิ้มบาง “ ฉันบอกตอนไหนว่าจะปล่อยแกไป ? ”
“ แก……แกหลอกฉันงั้นเหรอ ? ” ต่งเชาคำรามด้วยความโกรธ ในตอนนี้เองมีตำรวจสองสามนายมาถึงที่นี่และจับเขาใส่กุญแจมือทันที
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดขึ้น “ ต่งเชา นายถูกจับกุมข้อหามั่วสุมเสพยา มากับเราเดี๋ยวนี้ ”
หลังจากที่ตำรวจมาถึง ต่งเชาเริ่มมีความกล้าขึ้นมา อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าตัวเองไม่มีทางโดนตัดไอ้นั่นแน่นอน จึงหันไปตะโกนใส่ฉินห้าวตง “ ไอ้เด็กแมงดา ! รอก่อนเถอะ ! ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่ ! ”
ฉินห้าวตงยิ้มร่า “ ได้สิ ฉันจะรอแก แต่แกออกจากคุกมาให้ได้ก่อนเถอะค่อยว่ากัน ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยโบกมือให้ตำรวจสองนายมาเอาตัวต่งเชาเข้าไปในรถตำรวจ
จากนั้นเธอดึงฉินห้าวตงมาอีกด้านแล้วพูดขึ้น “ นายมันไอ้เจ้าชู้ตัวพ่อ ทำไมทุกครั้งที่นายลากปัญหามาให้ฉัน นายต้องมีผู้หญิงมากับนายตลอดเลย ? ”
ฉินห้าวตงคิดไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนมันจะเป็นแบบนั้นจริง เขาจึงยิ้มอย่างงุ่มง่าม “ เรื่องบังเอิญน่ะ ! เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ว่าแต่……ทำไมถึงบอกว่าฉันลากปัญหามาให้เธอ นี่ฉันกำลังช่วยเธอนะ ! อีกไม่นานเธอจะได้รับการเสนอชื่อเพื่อเลื่อนขั้นแน่นอน ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยทำน้ำเสียงไม่พอใจ แต่ที่จริงฉินห้าวตงพูดมาก็ไม่ผิด พักนี้เธอได้ไขคดีใหญ่มาหลายคดีติดต่อกันและได้รางวัลมาหลายครั้ง ถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไป เธอจะได้รับการเลื่อนขั้นในเร็วๆ นี้แน่นอน
จากนั้นเธอถามเขาอีกว่า “ เย็นนี้นายว่างไหม ? ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม “ ทำไมเหรอ ? เธออยากเลี้ยงข้าวเย็นฉันหรือไง ? ตอนนี้มันยังเร็วเกินไป รอให้เธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งก่อนแล้วค่อยว่ากัน ”
“ ฝันไปเถอะ ปู่ของฉันอยากเจอนาย ถ้าเย็นนี้นายมีเวลาก็ไปเจอปู่ของฉันหน่อยแล้วกัน ”
“ โอ้ ? เกิดอะไรขึ้น ? ”
“ เดี๋ยวนายก็รู้เอง ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดจบก็ขึ้นรถออกไป
“ ขอบคุณคุณหมอฉิน ! ”
หวางเจียหนีเดินไปหาฉินห้าวตงและพูดด้วยความซาบซึ้ง
“ ไม่เป็นไร ไปซื้อบ้านสักหลังแล้วมีความสุขกับชีวิตของเธอได้แล้ว ”
ฉินห้าวตงพูดจบ ก็ให้ต้าเฟยโอนเงินหนึ่งล้านหยวนไปให้หวางเจียหนี จากนั้นพวกเขาก็รีบเดินทางไปที่บ้านของหลงไห่เซิงทันที
สองสามีภรรยาได้รออยู่ที่ประตูบ้านเรียบร้อยแล้วเมื่อพวกเขาไปถึง หลงไห่เซิงและภรรยาออกมาต้อนรับฉินห้าวตงอย่างอบอุ่น
หลังจากเข้ามาในบ้านแล้ว แม่หนูน้อยก็เล่นของเล่นกับหลงเสี่ยวเป่าอย่างสนิทสนม ส่วนหลงไห่เซิงหันมาพูดกับฉินห้าวตง “ คุณหมอฉิน ต้องขอบคุณคุณจริงๆ ลูกชายของฉันอาการดีขึ้นมากหลังจากการรักษาครั้งที่แล้ว ”
ฉินห้าวตงมองไปที่หลงเสี่ยวเป่า ดูเขาจะอาการดีขึ้นกว่าครั้งที่แล้วอยู่มาก ใบหน้าของเขาดูมีเลือดฝาด อีกอย่างหัวของเขาเริ่มมีผมขึ้นแล้ว
หลังจากพูดคุยกันไปสักพัก เขาก็เริ่มทำการรักษาหลงเสี่ยวเป่าเป็นครั้งที่สอง
ยี่สิบนาทีต่อมา เขาดึงเข็มเงินของเขาออกแล้วพูดขึ้น “ จำไว้ว่าต้องกินยาตามใบสั่ง หลังจากได้รับการรักษาอีกหนึ่งครั้งเขาก็จะหายดีแล้ว ”
“ คุณหมอฉิน ขอบคุณคุณมากจริงๆ คุณคือผู้มีพระคุณของครอบครัวเรา ” เฉาถิงกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
หลงไห่เซิง พูด – “ คุณหมอฉิน จากนี้ไปปัญหาของคุณก็เหมือนปัญหาของฉัน ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นให้รีบบอกฉันทันที ฉันจะช่วยอย่างสุดความสามารถ ”
ฉินห้าวตงพาแม่หนูน้อยกลับคฤหาสน์ของตระกูลหลิน เป็นจังหวะที่หลินโม่โม่กลับมาจากที่ทำงานพอดี
“ หม่าม๊า หม่าม๊า ! วันนี้ถังถังชนะรางวัลที่หนึ่งด้วย ! ”
ทันทีที่แม่หนูน้อยเห็นหลินโม่โม่ เธอก็โผเข้าหาทันที
“ จริงเหรอ ? ถังถังเก่งจังเลย ! แม่ต้องให้รางวัลหนูแล้วแหละ ! ”
หลินโม่โม่หอมแก้มของแม่หนูน้อย เห็นได้ชัดว่าวันนี้เธออารมณ์ดีมาก
แม่หนูน้อยหัวเราะเสียงดังลั่น “ หม่าม๊า ! ป่าป๊าพึ่งหอมแก้มตรงนี้ไป หม่าม๊าเพิ่งกินน้ำลายป่าป๊า ! ”
“ เอ่อ…… ” หลินโม่โม่แก้มแดง เธอมองไปที่ฉินห้าวตงที่กำลังแอบขำอยู่
“ หม่าม๊า ! รีบวางหนูลงเร็ว ! หนูอยากไปบอกข่าวดีกับคุณปู่แล้วก็ต้าเหมากับเอ้อร์เหมาด้วย ! ”
แม่หนูน้อยพูดขณะที่โดดออกจากอ้อมแขนของหลินโม่โม่แล้ววิ่งไปในห้อง
“ ขอบคุณนะ ฉันรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถพาลูกไปงานประกวดได้ ” หลินโม่โม่พูด
ฉินห้าวตงพูดเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร “ ไม่เป็นไร ผมเป็นพ่อของถังถัง มันเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องพาเธอไปงานแข่งขัน ”
หลินโม่โม่ถอนหายใจ ก่อนจะพูดขึ้น “ คุณช่างดีกับถังถังจริงๆ บางทีฉันก็สงสัยว่าถ้าฉันหาพ่อที่แท้จริงของถังถังพบ เขาจะดีต่อเธอแบบคุณไหม ”
ฉินห้าวตงดึงหลินโม่โม่เข้ามาไว้ในอ้อมแขนแล้วพูดกับเธอ “คุณไม่ต้องตามหาเขาหรอก ผมนี่แหละคือพ่อที่แท้จริงของถังถัง ”
“ คนแบบคุณนี่ชอบล้อเล่นอยู่เรื่อย ! ”
ฉินห้าวตงพูดความจริงทุกอย่าง แต่หลินโม่โม่กลับมองว่ามันเป็นคำสารภาพรัก เธอจึงชกที่อกของเขาเบาๆ เพื่อแก้เขิน
“ หม่าม๊า ! ไม่อนุญาตให้ชกป่าป๊านะ ! ”
ในตอนนี้แม่หนูน้อยวิ่งกลับมาพร้อมกับต้าเหมาและเอ้อร์เหมา หลินโม่โม่จึงรีบผลักฉินห้าวตงออกไปด้วยความเขิน
ฉินห้าวตงจับมือเธอและพากันไปนั่งที่โซฟา “ วันนี้คุณดูอารมณ์ดี งานของคุณคงเป็นไปได้ดีเลยสินะ ”
“ อื้ม ใช่แล้ว ” แววตาของหลินโม่โม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อเธอพูดถึงเรื่องงาน
“ วันนี้งานนิทรรศการหินดิบของเรามีลูกค้าเยอะมาก ยอดขายของเราพุ่งสูงขึ้น ส่วนงานนิทรรศการของเฝิงชื่อกรุ๊ปไม่มีลูกค้าเลย ”
“ ตอนแรกมีคนในบริษัทต่างวิจารณ์งานนิทรรศการในครั้งนี้กันไปต่างๆ นาๆ แต่พอเห็นยอดขายในช่วงสองสามวันมานี้ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเลยสักคน ”
ฉินห้าวตงรู้ว่ามันไม่ง่ายสำหรับหลินโม่โม่ที่จะดำรงตำแหน่งในฐานะประธานบริษัท มันจะต้องมีคนไม่พอใจอย่างแน่นอนที่ให้ผู้หญิงมารับผิดชอบงานใหญ่ของบริษัท มันต้องมีสักคนแหละที่มีเจตานาอื่นแอบแฝง
ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะในครั้งนี้เขาเอาชนะเฝิงชื่อกรุ๊ปมาได้อย่างขาดรอย มีหวังงานนิทรรศการของเธอในครั้งนี้จะต้องถูกคนในบริษัทเอามาเป็นเรื่องโจมตีเธออย่างแน่นอน
“ แบบนี้เยี่ยมเลย ผมคิดว่าคงใช้เวลาอีกไม่กี่วัน งานนิทรรศการของเฝิงชื่อกรุ๊ปน่าจะต้องปิดตัวลง ” ฉินห้าวตงพูดขึ้น
ท่าทีแสดงออกของหลินโม่โม่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเธอได้ยินเช่นนั้น เธอจึงพูดขึ้น “ แม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ดูไปได้ดี แต่เราจะชะล่าใจเกินไปไม่ได้ วันนี้ฉันได้ข่าวมาว่าทางพม่าได้ส่งหินหยกล็อตใหญ่มาให้ตระกูลเฝิงอีก ตอนนี้ของมาถึงแล้ว ”
“ และถ้าฉันเดาไม่ผิด ตระกูลเฝิงต้องไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน พวกเขาจะต้องทำการโปรโมทและประชาสัมพันธ์ภายในวันสองวันนี้แน่ๆ ”
ฉินห้าวตงหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ “ ไม่เป็นไร ถ้ามันไม่เวิร์ค ผมจะไปเดินเล่นที่งานนิทรรศการของตระกูลเฝิงสักหน่อย ”
หลินโม่โม่เริ่มรู้ว่าฉินห้าวตงต้องมีวิธีพิเศษที่ใช้เลือกหินดิบอย่างแน่นอน ดังนั้นเธอพยักหน้าแล้วพูดขึ้น “ งั้นดูสถานการณ์แล้วค่อยว่ากันดีกว่า ”
หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ฉินห้าวตงออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลินแล้วขับรถไปที่โรงพยาบาลพักฟื้นทหาร เมื่อเขาขับไปถึง น่าหลันอู๋ชวงก็กำลังรอเขาอยู่ที่ประตู
ทั้งสองไปที่บ้านพักของน่าหลันเจี๋ยด้วยกัน เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปก็เห็นน่าหลันเจี๋ยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ทรงโบราณพร้อมกับชายวัยกลางคนอีกคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา
ชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปี รูปร่างหน้าตาดูหล่อเหลา แม้เขาจะพูดกับน่าหลันเจี๋ยอย่างเคารพ แต่ก็ไม่สามารถปกปิดมาดของผู้นำระดับสูงได้ ดูแล้วเขาน่าจะเป็นพวกผู้นำในกองทัพเช่นกัน
ด้านหลังชายคนนั้นมีผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่งยืนอยู่ เธอสวมชุดดำตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้แต่ใบหน้าของเธอก็ยังถูกปกคลุมด้วยผ้าคลุมสีดำ มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ถูกเผยออกมา
แม้ว่าเธอจะแต่งกายปกปิดแทบจะทั้งตัว แต่ก็ยังยากที่จะซ่อนเรือนร่างงดงามของเธอได้ ด้วยเอวเอสของเธอรวมถึงหน้าอกและสะโพกขนาดมหึมา ทำให้รูปร่างของเธอเหมือนนาฬิกาทรายสุดคลาสสิก
ฉินห้าวตงหน้านิ่วทันทีที่เขาเห็นผู้หญิงคนนี้ คนอื่นอาจดูไม่ออก แต่เขากลับสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนถึงพลังหยิน (พลังด้านลบหรือพลังมืด) อันแกร่งกล้าจากผู้หญิงคนนี้ พลังหยินนั้นแกร่งกล้าจนเกือบจะเหมือนพลังของพวกภูติผีปีศาจ
เมื่อฉินห้าวตงเดินเข้ามา น่าหลันเจี๋ยก็รีบลุกขึ้นยืนและพูดอย่างอบอุ่น “ หมอเทวดา ฉันรบกวนเธออีกแล้ว ”
“ ไม่เป็นไรครับ ผู้อาวุโสมีอะไรก็ว่ามาได้เลยครับ ” ฉินห้าวตงมักจะให้ความเคารพแก่คนที่ทำเพื่อประเทศชาติอย่างเช่นคนอย่างน่าหลันเจี๋ย
“ หมอเทวดา ที่ฉันเรียกเธอมาที่นี่เพื่ออยากให้รักษาเพื่อนเก่าแก่คนหนึ่งของฉัน ” น่าหลันเจี๋ยพูดขณะที่แนะนำชายวัยกลางคนให้ฉินห้าวตง “ เขาเป็นทหารรักษาความปลอดภัยในอดีตของฉัน มีชื่อว่าฉือโค่วไห่ ตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าสำนักสันติบาลแห่งมณฑลเจียงหนาน ”
ฉินห้าวตงแอบขำในใจ มันน่าตลกสิ้นดี เมื่อตอนบ่ายเขาพึ่งไปพบหัวหน้าแห่งโลกใต้ดินมา ตอนนี้ก็มาพบกับหัวหน้าของสำนักสันติบาลอีก
“ คุณหมอฉิน เป็นเกียรติอย่างมากที่ได้พบคุณ ”
ฉือโค่วไห่ยืนขึ้นทันที แม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งสูงและมีอำนาจมาก แต่เขากลับไม่กล้าแสดงมันออกมาต่อหน้าน่าหลันเจี๋ย ดังนั้นเขาจึงกล่าวทักทายฉินห้าวตงอย่างเคารพ
ฉินห้าวตงตอบรับเขาอย่างมีมารยาท หลังจากที่ทุกคนนั่งลงแล้ว น่าหลันเจี๋ยจึงพูดขึ้น “ เสี่ยวฉือ นายเล่าอาการให้คุณหมอฉินฟังสิ ”
“ ฉันเคยได้รับบาดเจ็บบริเวณเอวเมื่อสมัยที่ฉันอยู่ในกองทัพ ทำให้เกิดอาการกระดูกสันหลังผิดรูป นั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงได้ย้ายมาทำงานพลเรือนแทน ”
“ ฉันไปหาหมอมามากมายทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนจีน พวกเขาต่างก็บอกว่าตำแหน่งของกระดูกสันหลังส่วนเอวของฉันอ่อนไหวมาก ถ้ากระดูกแตกขึ้นมามันเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาต ดังนั้นจึงแนะนำให้ฉันรักษาอาการแบบประครองตัวไว้ ”
“ ตอนนั้นฉันยังหนุ่ม จึงไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงอะไร ดังนั้นมันจึงเป็นมาถึงทุกวันนี้ ”
เขาถอนหายใจเมื่อพูดมาถึงตรงนี้ “ แต่ตอนนี้เมื่อฉันแก่ตัวลง อาการบาดเจ็บก็ยิ่งร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ พักนี้มันเจ็บจนส่งผลกระทบต่องานของฉัน ”
“ ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ฉันไปที่โรงพยายาล หมอผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลในเมืองหลวงแนะนำให้ทำการผ่าตัด แต่ความเสี่ยงมันค่อนข้างสูง มีโอกาสมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้ร่างกายส่วนล่างของฉันเป็นอัมพาต แต่ถ้าฉันไม่ทำการผ่าตัด ฉันคงทำได้แค่เกษียณก่อนเวลา และพักผ่อนอยู่บ้าน”
“ คนอย่างฉันทำงานมาตลอดทั้งชีวิต ฉันรับไม่ได้ถ้าต้องเกษียณในตอนที่ฉันเพิ่งจะอายุห้าสิบปี การผ่าตัดนั้นเสี่ยงเกินไปและอาจจะลงเอยที่ฉันต้องกลายเป็นภาระของลูก ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ ”
“ ตอนที่ฉันกำลังหมดหนทาง ผู้นำเก่าบอกกับฉันว่าทักษะการแพทย์ของหมอเทวดาน่าอัศจรรย์มาก และสามารถรักษาอาการป่วยของฉันได้ นี่คือเหตุผลที่ฉันเดินทางมาจากเมืองหลวงจนมาถึงเมืองเจียงหนาน ฉันอยากให้เธอลองวินิจฉัยให้ฉันหน่อย ”
“ ขอผมดูหน่อย “ ฉินห้าวตงพูดและให้ฉือโค่วไห่ยื่นมือออกมาจับชีพจร พริบตาเดียวเขารู้อาการบาดเจ็บอย่างแจ่มแจ้ง
อาการบาดเจ็บของฉือโค่วไห่ร้ายแรงมากจริงๆ กระดูกสันหลังข้อที่หกและเจ็ดตั้งตำแหน่งผิดที่เนื่องจากการได้รับบาดเจ็บ และจากการที่เขาไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องมาเป็นเวลานาน ยื้ออาการมันจนทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อเกิดการเปลี่ยนรูปอย่างรุนแรง นอกจากนี้ตำแหน่งเดิมของกระดูกสันหลังยังเกิดกระดูกงอกขึ้นมาใหม่ จึงเป็นเรื่องยากหากจะใช้วิธีการทั่วไปรักษา
“ หมอเทวดา เป็นไงบ้าง ? รักษาได้ไหม ? ” ฉือโค่วไห่ถาม
ไม่แปลกใจเลยทำไมเขาถึงกังวลได้ถึงเพียงนี้ ถ้าหากฉินห้าวตงไม่สามารถรักษาเขาได้ เขาคงต้องเลือกเกษียณอายุก่อนกำหนดจริงๆ
“ ได้สิ ”
ฉินห้าวตงเอ่ยคำสองคำออกไปอย่างเรียบๆ แต่ฉือโค่วไห่รู้สึกว่ามันเป็นเหมือนเสียงจากสวรรค์ แม้แต่ผู้หญิงชุดดำที่อยู่ข้างหลังเขาก็มีสายตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
หากคำพูดนี้ออกมาจากปากของคนอื่น เขาคงเกิดความสงสัย แต่ฉินห้าวตงรักษาน่าหลันเจี๋ยและทหารอีกมากมายจากกองทหารพิเศษที่เกษียณเนื่องจากอาการบาดเจ็บ จนพวกเขาหายดี คนที่มีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ควรค่าแก่การให้เขาเชื่อถือ
“ หมอเทวดา เธอจะรักษาให้ฉันตอนไหนเหรอ ? ” ฉือโค่วไห่ถามด้วยสีหน้าจริงจัง
จบตอน