คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 63 ลูกค้าคนแรก
ตอนที่ 63 ลูกค้าคนแรก
ฉินห้าวตงอ้าปากค้าง “ หนึ่งล้านต่อชั่วโมง นั่นมันไม่สูงไปหน่อยเหรอ ? ”
น่าหลันอู๋ชวงกล่าว “ ไม่เลย นายเป็นไพ่ทองคำของบริษัทและนายก็คู่ควรกับราคาเช่นนั้น ”
“ โอเค ฉันเอาด้วย! ”
ฉินห้าวตงตอบรับ ราคาสูงขนาดนี้ ถึงแม้จะมีคนรวยมากมายในเมืองเจียงหนาน แต่คงมีน้อยคนที่จะสามารถจ่ายในราคานั้นได้
เมื่อพวกเขาปรึกษากันเกือบจะเสร็จแล้ว โอวหยางชานชานก็กินมื้อเช้าของเธอเสร็จพอดี
หลังจากการแนะนำของฉินห้าวตง โอวหยางชานชานและน่าหลันอู๋ชวงก็นั่งลงด้วยกัน เพียงแต่ว่าสถานะของพวกเขานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งกลายเป็นประธานฝ่ายจัดการของบริษัทรักษาความปลอดภัยป่าป๊า และอีกคนหนึ่งเป็นดาราที่มีชื่อเสียง โอวหยางชานชาน ซึ่งเป็นลูกค้าคนแรกของบริษัท
เนื่องจากพวกเขาได้ตกลงว่าธุรกิจนี้ให้น่าหลันอู๋ชวงเป็นคนรับผิดชอบ ดังนั้นฉินห้าวตงจึงไม่คิดเข้าไปยุ่ง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา น่าหลันอู๋ชวง เซ็นสัญญาความร่วมมือครั้งแรกกับโอวหยางชานชาน ในนามของบริษัทรักษาความปลอดภัยป่าป๊า
โอวหยางชานชานตกลงจ่ายเงินสองล้านหยวนให้กับบริษัทรักษาความปลอดภัยป่าป๊าเป็นเงินล่วงหน้า และบริษัทก็ได้จัดหาบอดี้ระดับแปดจำนวนหนึ่งคนและระดับเจ็ดจำนวนสี่คนให้แก่โอวหยางชานชาน
ไม่นานหลังจากสัญญาถูกเซ็นแล้ว รถทหารสีเขียวขี้ม้าคันหนึ่งขับเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้านของ ฉินห้าวตง มีคนห้าคนลงมาจากรถ เฉินฟู่กุ้ยเป็นคนแรกที่เดินนำมา คนอื่นอีกสี่คนแม้ว่าจะมีรูปร่างไม่ค่อยสูงนักแต่พวกเขามีท่าทางที่ดุดันจากการผ่านสมรภูมิรบมาอย่างยาวนาน
โอวหยางชานชานพยักหน้าด้วยความพอใจหลังจากเห็นคนทั้งห้าคน แม้ว่าเธออาจจะไม่รู้เรื่องศิลปะการต่อสู้ แต่เธอสามารถบอกได้แน่ชัดว่าทั้งห้าคนนี้แตกต่างจากบอดี้การ์ดในตอนแรกของเธออย่างสิ้นเชิง
ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้น “ เธอเป็นลูกค้ารายแรกของบริษัทของเราและเป็นไอดอลของลูกสาวฉันด้วย ฉันจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เธอฟรีในนามของบริษัท ช่วยให้เธอสามารถจัดการปัญหาตอนนี้ได้ ”
ฉินห้าวตงรู้สึกดีต่อดาราคนนี้ ผู้หญิงที่รักษาตัวเองให้บริสุทธิ์เหมือนกับดอกลิลลี่ในทุ่งโล่ง แถมยังช่วยเซ็นลายเซ็นให้แม่หนูน้อยบนของตั้งหลายชิ้น ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะช่วยเธอ
“ แก้ปัญหาเหรอ นายหมายความว่าอย่างไร? ” โอวหยางชานชานถาม
“ พาฉันไปพบกับหลิวฮวาเฉียงประธานบริษัทของเธอ แล้วฉันจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง ”
“ นายแน่ใจไหมว่ามันจะได้ผล? หลิวฮวาเฉียงมีอิทธิพลมากนะ…… ”
โอวหยางชานชานยังไม่ทันพูดจบประโยค เธอไม่ต้องการสร้างปัญหาให้กับฉินห้าวตง เพราะว่าเขาเพิ่งช่วยชีวิตเธอมาหมาดๆ ตอนนี้เธอพอใจมากแล้วที่สามารถคุ้มกันความปลอดภัยของตัวเองได้
“ ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนั้นเธอไม่ต้องกังวล ” ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ ฉันอยากให้คนแซ่หลิวอย่างเขาทำให้เธอดังมากกว่าเดิม ถ้าเขาดับเธอลง เธอจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าบอดี้การ์ดให้บริษัทของพวกฉันล่ะ? พวกฉันจะต้องเสียรายได้มหาศาลแน่ถ้าไม่มีเธอ เธอเป็นลูกค้ารายใหญ่เชียวนะ ”
“ ขอบคุณ! ”
โอวหยางชานชานรู้ว่าฉินห้าวตงหมายความว่าจะช่วยเธอจริงๆ เขาพูดเช่นนี้เพราะว่าเขาไม่อยากให้เธอรู้สึกติดหนี้บุญคุณเขา
ในสำนักงานย่อยของบริษัทสื่อวัฒนธรรมโต้โค่วแห่งเจียงหนาน หลิวฮวาเฉียงกำลังชี้หน้าด่าบอดี้การ์ดสองคนนั้นอยู่ “ แกมันเศษขยะ! แกปล่อยให้ผู้ชายคนเดียวเอาตัวโอวหยางชานชาน ไปได้ไง? ฉันเลี้ยงแกมาเสียข้าวสุกเสียจริง เลี้ยงหมายังมีประโยชน์กว่าพวกแกอีก! ”
ทั้งสองคนที่กำลังยืนอยู่ข้างหน้าเขาคือบอดี้การ์ดที่ลักพาตัวโอวหยางชานชานเมื่อคืนนี้ ตอนนี้พวกเขาทำพลาดจึงได้แต่ก้มหน้า ถูกด่ากราดขนาดนี้ พวกขาจึงไม่กล้าต่อปากต่อคำ
“ ยังจะยืนบื้อหาพระแสงอะไรวะ? ไปตามตัวเธอมาได้แล้ว! ถ้าพวกแกไม่สามารถหาเธอเจอก่อนเย็นวันนี้ก็ไปกระโดดน้ำตายซะ! ”
หลิวฮวาเฉียงหัวเสียจริงๆ คุณชายคนนั้นสนใจโอวหยางชานชาน ศิลปินในสังกัดของเขา และยังยื่นคำขาดว่าเขาต้องการเธอมาปรนนิบัติในห้องของเขา
แม้ว่าโอวหยางชานชานจะเป็นคนทำเงินให้บริษัทมากที่สุด แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้คุณชายคนนั้นขุ่นเคืองได้ ไม่อย่างนั้นบริษัทของเขาก็อาจจะต้องปิดตัวลง เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเจรจากับโอวหยางชานชาน แต่ผู้หญิงคนนั้นดื้อดึงมากและการเจรจาก็ไม่เป็นผล
สุดท้ายแล้วเขาตกอยู่ในสถานการณ์บังคับจึงให้บอดี้การ์ดทั้งสองมัดตัวโอวหยางชานชานและส่งเธอให้กับคุณชายคนนั้น โชคร้ายที่ลูกน้องปัญญาอ่อนของเขากลับปล่อยให้โอวหยางชานชานหนีไปได้
คุณชายเริ่มไม่พอใจกับการรอคอย เขาคิดว่าหลิวฮวาเฉียงกำลังเล่นตุกติกกับเขา เขาจึงส่งข้อความไปว่าถ้าเขาไม่เจอโอวหยางชานชานก่อนเย็นวันนี้ บริษัทสื่อวัฒนธรรมโต้โค่วจะต้องถูกปิดตัวลงอย่างแน่นอน!
บอดี้การ์ดทั้งสองคนตอบรับและหันหลังเตรียมออกไป ในตอนนี้เองประตูก็ถูกถีบออก
“ ไม่จำเป็นหรอก เราอยู่ที่นี่แล้ว ”
คนที่เข้ามาคือฉินห้าวตง ด้านข้างของเขาตามมาด้วยน่าหลันอู๋ชวงและโอวหยางชานชาน ด้านหลังตามมาด้วยเฉินฟู่กุ้ยและบอดี้การ์ดอีกสี่คน
สายตาของหลิวฮวาเฉียงเปล่งประกายขึ้นเมื่อเขาเห็นโอวหยางชานชาน เขาหยิบวิทยุสื่อสารที่อยู่บนโต๊ะขึ้นและตะโกนใส่ “ เอาอาวุธของพวกแก แล้วมาที่นี่! ”
จะไม่พูดก็ไม่ได้ว่าลูกน้องของเขานั้นมีประสิทธิภาพมากพอ ทันทีที่เขาวางวิทยุสื่อสารลงบนโต๊ะ เสียงฝีเท้าก็ดังออกมาจากนอกประตู มีบอดี้การ์ดมากกว่าสิบคนในชุดสูทสีดำพุ่งเข้ามาข้างในล้อมรอบฉินห้าวตงและคนอื่นเอาไว้
บอดี้การ์ดผมสั้นชี้ไปที่ฉินห้าวตงแล้วตะโกนขึ้น “ เถ้าแก่! ไอ้เด็กนี่แหละที่ขโมยตัวเธอไปจากเรา! “
หลิวฮวาเฉียงลุกขึ้นยืนจากโต๊ะเถ้าแก่ แล้วเดินไปหาฉินห้าวตงด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นบนหน้า “ ไอ้หนุ่ม แกนี่มันกล้าจริงๆ ที่ขโมยคนของหลิวฮวาเฉียง! ”
หลังจากนั้นเขาก็หันไปที่โอวหยางชานชาน “ นังบ้าเอ้ย ดูเหมือนเมื่อก่อนฉันจะให้เกียรติเธอมากไป เธอถึงกล้าหนี แล้วทำไมเธอถึงกลับมาอีก ? “
“ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นดาราที่ดังที่มีผู้คนชื่นชอบมากมาย เธอไม่ได้เป็นอะไรเลยถ้าไม่มีบริษัทของฉัน ฉันทำให้เธอดังได้ ฉันก็ทำให้เธอดับได้เหมือนกัน! ”
เขายิ่งพูดยิ่งหยิ่งยโส ราวกับว่าเขาได้เข้าควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้แล้ว เขาชี้ไปที่ฉินห้าวตง แล้วสั่งลูกน้องของเขา “ ไอ้หนุ่มนี่ลักพาตัวศิลปินบริษัทของเรา สั่งสอนบทเรียนดีๆ ให้มันหน่อย จากนั้นมัดมันแล้วส่งมันให้กับตำรวจซะ! ”
บอดี้การ์ดของเขาตอบรับ พวกเขาเหวี่ยงอาวุธที่อยู่ในมือแล้วพุ่งเข้าหาฉินห้าวตง
เฉินฟู่กุ้ยตะโกนขึ้น เขานำบอดี้การ์ดอีกสี่คนพุ่งสวนเข้าใส่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีอาวุธในมือแต่พวกเขาก็มีวิธีการที่ฉลาดกว่าลูกน้องของหลิวฮวาเฉียง หลังจากที่พวกเขาเริ่มต่อสู้กัน เหล่าบอดี้การ์ดของหลิวฮวาเฉียงถูกซัดซะน่วมจนลงไปนอนกับพื้น
ไม่ถึงสองนาที เฉินฟู่กุ้ยก็จบการต่อสู้ลง บอดี้การ์ดมากกว่าสิบคนที่หลิวฮวาเฉียงเรียกมาต่างร้องโอดโอยอยู่กับพื้น มีบางคนก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ ส่วนบางคนก็กลัวเกินกว่าจะลุกขึ้น
หลิวฮวาเฉียงตกใจจนหน้าถอดสี คิดไม่ถึงเลยว่าชายห้าคนที่ฉินห้าวตงพามาดูภายนอกเหมือนจะเป็นแค่คนธรรมดา แต่แท้จริงแล้วพวกเขากลับเอาชนะบอดี้การ์ดที่แข็งแรงของเขาอย่างกับเอาชนะลูกหมาเลย
“ เถ้าแก่ เราจะเอายังไงกับพวกเขาดี? ” เฉินฟู่กุ้ยถามขณะที่ชี้ไปที่หลิวฮวาเฉียง
ฉิวห้าวตงค่อยๆ ฉีกยิ้มออกมา “ ชายคนนี้ปากเหม็นเกินไป ช่วยล้างปากเขาหน่อย”
“ รับทราบครับเถ้าแก่! ”
เฉินฟู่กุ้ยตอบรับและเดินไปที่หลิวฮวาเฉียง
“ แกอย่ามาก่อความวุ่นวายที่นี่นะ ฉันจะบอกอะไรแกให้…… ”
ตอนแรกหลิวฮวาเฉียงคิดจะพูดขู่พวกเขา แต่เฉินฟู่กุ้ยไม่ให้โอกาสเขาได้พูดต่อ เขาเตะหลิวฮวาเฉียงจนล้มไปกองกับพื้นแล้วตบหน้าไปสิบฉาดใหญ่
ฉินห้าวตงโบกมือห้ามเมื่อเขารู้สึกว่ามันพอแล้ว จากนั้นเฉินฟู่กุ้ยก้าวถอยไปอีกทาง
หลิวฮวาเฉียงพยุงตัวเองขึ้นจากพื้น พ่นฟันและเลือดออกมา เขาชี้หน้าด่าฉินห้าวตง “ ไอ้หนุ่ม รอฉันก่อนเถอะ ฉันจะทำให้แกอยู่ในเซียงเจียงต่อไม่ได้เลย…”
“ ดูเหมือนจะยังไม่สำนึกนะ! ” ฉินห้าวตงเตะเขาล้มลงกับพื้นอีกที จากนั้นเอายาเม็ดสีดำจากกระเป๋าของเขาออกมาแล้วก็บีบมันเข้าไปในปากของหลิวฮวาเฉียง
หลิวฮวาเฉียงรู้ว่ายาเม็ดนี่ไม่ใช่สิ่งดีแน่นอน แต่เขาก็สายเกินกว่าที่จะพ่นมันออกมา
“ แกเอาอะไรให้ฉันกิน? ”เขาถามด้วยความตื่นตระหนก
ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม “ ไม่มีอะไร ฉันแค่พยายามทำให้แกใจเย็นลงเพราะว่าแกโกรธมากไป อีกพักหนึ่งเดี๋ยวแกก็จะรู้เองว่าอะไรที่เรียกว่าความทรมานเหมือนอยู่ในนรก”
หลิวฮวาเฉียงต้องการที่จะพูดบางอย่าง แต่จู่ๆ ก็มีความเจ็บปวดพุ่งเข้ามา ความเจ็บปวดนี้ราวกับมาจากส่วนลึกของวิญญาณเขา เจ็บปวดกว่าตอนที่เฉินฟู่กุ้ยตบหน้าเขาถึงร้อยเท่าพันเท่า
อีกอย่างความรู้สึกของความเจ็บปวดนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทรมานจนร้องโหยหวนนอนพลิกไปมาอยู่ที่พื้น
“ เป็นไงบ้าง? รู้สึกดีไหม? ” ฉินห้าวตงนั่งยองและถาม
“ ฉันยอมแพ้แล้ว! ฉันยอมแพ้แล้วจริงๆ! ได้โปรดเมตตาด้วย! ปล่อยฉันไปเถอะ! “
สีหน้าของหลิวฮวาเฉียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด น้ำมูกและน้ำตาไหลเอ่อล้น ตอนนี้เขาลดความห้าวของตัวเองลงไม่เหมือนที่เป็นเมื่อกี้
ไม่มีบอดี้การ์ดที่กำลังนอนกับพื้นคนไหนกล้ามาช่วยเขาเลยแม้ว่าจะเห็นว่าเขาเจ็บปวดมากแค่ไหน ในทางตรงกันข้ามพวกเขากลับแอบหนีไปจากฉินห้าวตง เพราะพวกเขากลัวว่าจะได้กินยาแบบนั้นเหมือนกัน
“ เร็วมาก ยังไม่ถึงหนึ่งนาทีเลย ! นายต้องยื้อให้ถึงอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงนะ! ”
หลิวฮวาเฉียงเกือบหมดสติเมื่อเขาได้ยินว่า “ ครึ่งชั่วโมง ” เขาไม่สามารถทนกับความเจ็บปวดแบบนี้ได้แม้แต่วินาทีเดียว ดังนั้นเขาจึงกอดขาอ้อนวอนฉินห้าวตง “ พ่อคุณ ได้โปรดเมตตาฉันเถิด……ฉันจะทำทุกอย่างที่นายอยากให้ฉันทำเลย! ”
“ แกจะมัดโอวหยางฉางฉาง แล้วส่งเธอให้กับคนอื่นอีกไหม ? ”
“ ไม่กล้าแล้ว……ฉันจะไม่มีวันทำแบบนั้นอีกแล้ว ฉันจะไม่แตะต้องเธอแม้แต่นิดเดียว ”
“ แกจะทำลายชื่อเสียงเธอไหม ? ”
“ ไม่ ฉันจะไม่มีวันทำเช่นนั้น บริษัทจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะทำให้เธอโด่งดัง……”
“น่าเบื่อจริง ไม่เห็นน่าสนุกเลยสักนิด แต่เห็นแก่ความจริงใจของแกที่พูดมาเมื่อกี้ ครั้งนี้ฉันจะไว้ชีวิตแกก่อนแล้วกัน ”
หลังจากนั้นฉินห้าวตงก็ยกมือของเขาขึ้นและจิ้มเขา ความเจ็บปวดอันแสนจะทรมายนเมื่อครู่นี้หายไปทันที ราวกับเป็นเรื่องมหัศจรรย์
หลิวฮวาเฉียงยังคงนอนอยู่ที่พื้นไม่ขยับไปไหน เขาสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ความรู้สึกเมื่อกี้นี้น่ากลัวยิ่งกว่าความตายเป็นสิบเท่าเสียอีก มันจะเป็นฝันร้ายไปทั้งชีวิตที่เหลือของเขา
“ รีบลุกขึ้นมา ฉันมีบางอย่างจะคุยกับแก ”
ฉินห้าวตงพูดขณะที่เตะไปที่ก้นของเขา
“ มีเรื่องอะไรรีบสั่งมาได้เลย ” ตอนนี้หลิวฮวาเฉียงกลัวฉินห้าวตงแล้ว เขารีบลุกขึ้นมานั่งจากพื้นด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความเคารพ
“ แกยังจำสิ่งที่แกเพิ่งพูดได้ไหม? ”
“ ได้ จำได้สิ! ”
หลิวฮวาเฉียงตอบรับไม่หยุด แต่ข้างในเขายังคิดวิธีจะเอาคืนอยู่ ถ้าฉันผ่านเรื่องนี้ไปได้ แกกับนังสารเลวนี่ได้เห็นดีกันแน่
“ ถ้าแกลืมก็ไม่เป็นไร ” ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม “ ยาที่ฉันป้อนแกเมื่อกี้มีชื่อว่ายาเทพเซียน ซึ่งหมายถึงแม้แต่เทพเจ้าก็ไม่สามารถช่วยแกได้ถ้ายาออกฤทธิ์ มันเป็นของดีเพราะว่ามันจะมีฤทธิ์ตลอดชีวิตที่เหลือของแก ”
“ เอ่อ…” หลิวฮวาเฉียงตื่นตระหนกมากจนทำให้เขาเริ่มตัวสั่นและหน้าซีด เขาได้แต่อ้อนวอนฉินห้าวตง “ ได้โปรดให้อภัยฉันเถอะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ฉันสัญญา นับจากนี้ไปฉันเป็นหมาสุดเชื่องของนาย นายจะให้ฉันกัดใครฉันก็จะทำ! ”
“ยาจะออกฤทธิ์เดือนละครั้งหลังจากกินเข้าไปแล้ว แต่ละครั้งจะออกฤทธิ์ยาวนานถึงเจ็ดวัน มันเจ็บปวดทรมานมากกว่าผู้หญิงตอนเป็นประจำเดือนเสียอีก ” ฉินห้าวตงแตะที่แก้มซีดๆ ของหลิวฮวาเฉียง “ แต่ไม่ต้องกลัวไป ฉันมียาแก้พิษอยู่ที่มือแล้ว ยาจะช่วยให้ไม่ออกฤทธิ์ในหนึ่งเดือนหลังจากที่แกกินเข้าไป ”
“ ฉันจะให้ยาถอนพิษไว้กับโอวหยางชานชานทีหลัง ในแต่ละเดือนแกสามารถไปขอจากเธอได้ ”
โอวหยางชานชานรู้สึกซาบซึ้งเพราะว่าเธอรู้ว่าฉินห้าวตงกำลังพยายามช่วยแก้ปัญหาที่เข้ามาหาเธอ
เมื่อเห็นสายตาที่ซื่อสัตย์ของหลิวฮวาเฉียง ฉินห้าวตงจึงพูดเสริมขึ้น “ ฉันแนะนำให้แกซื่อสัตย์และอย่าทำลายโอกาสนี้ เพราะยาตัวนี้ฉันใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการผลิตมันขึ้นมา ไม่มีใครถอนพิษมันได้ ”
“ และอย่าพยายามขโมยยาทั้งหมดจากโอวหยางชานชาน ฉันจะให้เธอไว้ครั้งละยี่สิบเม็ดและแกจะไม่ได้มันอีกเลยถ้าแกขโมยมันไปจากเธอ ”
“ ฉันจะไม่ทำ ฉันจะไม่ทำแน่นอน! ”
หลิวฮวาเฉียงพึ่งจะวางแผนที่จะขโมยยาทั้งหมดจริงๆ แต่ตอนนี้เขาได้โยนความคิดนั้นทิ้งไปแล้ว เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงมันเลย
เมื่อปัญหาถูกแก้แล้ว ฉินห้าวตงก็ให้เฉินฟู่กุ้ยและบอดี้การ์ดคนอื่นรวมห้าคนอยู่กับโอวหยางชานชาน ส่วนเขากำลังจะเดินออกไปพร้อมกับน่าหลันอู๋ชวง
อยู่ๆ หลิวฮวาเฉียงก็ตะโกนด้วยสีหน้าที่ดูซับซ้อน “เถ้าแก่! อย่าพึ่งไป! ”
ฉินห้าวตงหน้านิ่ว “ มีอะไรอีก ? ”
จบตอน