คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 52 ภาวะคับขัน
ตอนที่ 52 ภาวะคับขัน
“แกต้องการบ้าอะไรกันแน่?” ฉินห้าวตงพยายามระงับความโกรธของเขาไว้แล้วเอ่ยถาม
“รีบอะไรขนาดนั้น? แกโกรธเหรอ? แกกังวลเกี่ยวกับผู้หญิงของแกงั้นเหรอ?” ตงฟางเหลียงหัวเราะด้วยความเหย่อหยิ่ง “แกเก่งนักไม่ใช่เหรอ? แกไม่ได้เป็นนักสู้เหรอ? แกไม่ได้เป็นคนขับรถฝีมือดีเหรอ? ตอนนี้ทำไมแกถึงโดนฉันปั่นหัวได้ล่ะ?”
ดูเหมือนว่าเขาจะภูมิใจกับสิ่งที่เขาทำ จากนั้นเขาก็พูดอย่างภูมิใจ “มาเล่นเกมกับฉัน และเมื่อไหร่ที่ฉันเล่นจนพอใจแล้ว ฉันจะให้แกเจอผู้หญิงของแก”
“บัดนี้เกมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ฉันจะให้เวลาแกหนึ่งชั่วโมง ถ้าแกสามารถหาฉันเจอภายในหนึ่งชั่วโมง พวกเราก็จะยังพอคุยต่อรองกันได้”
“แต่ถ้าแกหาทางมาที่นี่ไม่ได้ มันก็คงจะน่าเบื่อและฉันก็คงจะไม่รังเกียจที่จะสนุกกับผู้หญิงของแก เอาจริงๆ นะ สองสาวนามสกุลหลินนี่ช่างแต่งตัวดึงดูดใจซะเหลือเกิน และฉันคงอดจินตนาการไม่ได้ว่าเธอจะวิเศษขนาดไหนถ้าเธอเปลือยตัวเปล่า ฉันแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว!”
“ตงฟางเหลียง ถ้าแกกล้าแตะเธอ ฉันจะทำให้แกตายโดยไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลย”
ฉินห้าวตงตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ความอาฆาตแค้นแผ่ออกไปรอบตัวเขา ทำให้คนที่ฟังอยู่โดยรอบถึงกับกลัวจนพากันหลีกหนี
“ฉินห้าวตง อย่ามาขู่ฉัน มันไม่ได้ผลหรอก” ตงฟางเหลียงพูด “มาทำข้อตงลงกัน แกมาที่นี่ภายในหนึ่งชั่วโมงแล้วฉันจะให้แกเจอกับผู้หญิงของแก หรือไม่แกก็จะไม่มีวันได้เห็นเธออีกต่อไป”
“หลังจากฉันได้สนุกพอแล้ว ฉันก็จะฆ่าคนแม่และขายลูกของมันไปแอฟริกา หนูน้อยตัวเล็กก็น่ารักไม่เบาเลย ฉันมั่นใจว่าคนรวยเหล่านั้นพร้อมกับงานอดิเรกพิเศษของเขาในแอฟริกาจะจ่ายราคาให้อย่างดีเลยสำหรับเธอ”
ขณะที่เขาพูด ตงฟางเหลียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ซึ่งกระตุ้นให้ฉินห้าวตงแทบคลั่ง
“บอกที่อยู่จริงของแกกับฉันมา”
น้ำเสียงของฉินห้าวตงฟังดูเยือกเย็นและน่ากลัว ในเมื่อกล้าแตะต้องแก้วตาดวงใจทั้งสองคนของเขา ตอนนี้ในใจของเขาได้ตัดสินความตายของตงฟางเหลียงไว้เรียบร้อยแล้ว
“มาที่ยอดเขาทะลวงเมฆาภายในหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ฉันเริ่มนับเวลาแล้ว อย่าสายล่ะ!”
ตงฟางเหลียงหัวเราะและวางสายหลังจากนั้น
ทหารรับจ้างหนุ่มที่อยู่ถัดจากเขาพูดขึ้น “ลูกพี่ ถ้าอยากจัดการมัน ทำไมไม่บอกให้มันมาที่นี่เลยล่ะ? จะทำให้มันยุ่งยากทำไม? “
ตงฟางเหลียงหุบยิ้มบนใบหน้าเขาและกล่าวอย่างเข้มงวด “หมอกระจ่อยร่อยนั่นไม่ได้จัดการได้ง่ายๆ มันเก่งมาก จะต้องระวังไว้ ฉันแค่ต้องการจะยั่วประสาทมัน ให้มันโกรธ คนเรามักจะขาดสติเวลาโกรธ เมื่อมันขาดสติ เราก็จะจัดการมันได้ง่าย”
ทหารรับจ้างหนุ่มที่กำลังเล่นกับปืนที่อยู่ในมือของเขาถามขึ้นอีกว่า “ลูกพี่ ลูกพี่กลัวเกินไปหรือเปล่า? ไม่ว่ามันจะแกร่งแค่ไหน มันก็ไม่สามารถชนะปืนได้ด้วยหมัดของมันได้หรอก”
ตงฟางเหลียงกล่าว “อย่าลืมว่ามันมีเงินสิบห้าล้านหยวนของฉันอยู่ในมือ จะไม่มีใครจ่ายให้ฉันถ้ามันตาย ฉันต้องการที่จะจับเป็นมันและฆ่ามันหลังจากที่ฉันได้เงินมาแล้ว”
เมื่อเห็นชายสองคนข้างหน้ากำลังพูดคุยกัน ในใจของหลินโม่โม่เกิดความขัดแย้งขึ้น ใจหนึ่งเธอหวังว่าฉินห้าวตงจะสามารถรีบมาช่วยเธอและแม่หนูน้อยในทันที ส่วนอีกใจหนึ่งเธอกำลังวิตกกังวลว่าฉินห้าวตงจะมาตกอยู่ในอันตรายเข้า
ก็เป็นอย่างที่ทั้งสองกำลังคุยกันเกี่ยวกับฉินห้าวตงที่ไม่สามารถแกร่งเกินไปกว่าปืนได้ ตงฟางเหลียงและพวกของเขามีปืนจริงอยู่ในมือ
ที่สวนสาธารณะทะเลสาบมังกรหยก ฉินห้าวตงเข้าไปในรถอีกครั้งและขับออกไปอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะรู้ว่าที่อยู่ที่ตงฟางเหลียงให้มาอาจจะเป็นของปลอมเช่นกัน แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไปที่นั่น
รถ Honda ขับทะยานไปอย่างรวดเร็วบนท้องถนนเหมือนกับปลาที่ว่ายแข่งกับปลาตัวอื่น ในเวลานี้ที่ด้านหลังเขามีรถมากขับไล่ตามมากขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนแรกฉินห้าวตงไม่ได้สังเกต แต่ต่อมาเขาก็พบว่ารถทั้งหมดเหล่านั้นกำลังตามหลังเขา แต่ตอนนี้เขากำลังมีเรื่องที่สำคัญต้องทำและเขาไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ เขารีบขับรถอย่างรวดเร็วและทิ้งห่างรถที่เหลือไว้ข้างหลัง
สิบห้านาทีต่อไป เขามาถึงที่เขาทะลวงเมฆา
โทรศัพท์ของเขาดังขึ้นขณะที่เขาจอดรถ
“ฉินห้าวตง เมื่อพิจารณาทักษะการขับรถของแกแล้ว ฉันเดาว่าแกน่าจะขับมาอย่างรวดเร็ว แกมาถึงเขาทะลวงเมฆาหรือยัง?”
ตงฟางเหลียงถามด้วยเสียงหัวเราะ
“ฉันอยู่ที่นี่แล้ว แกอยู่ที่ไหน?”
“ฉันบอกแล้วว่าเรากำลังเล่นเกมอยู่และเรายังเหลืออีกสี่สิบนาที จะรีบร้อนไปทำไม? ฉันพึ่งเปลี่ยนตำแหน่งที่อยู่ของฉัน ตอนนี้กลับไปทางเดิมที่แกขับมาและมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก แล้วฉันจะบอกที่อยู่จริงของฉันกับแกทีหลัง จำไว้ให้ดี มุ่งหน้าไปที่ทิศตะวันตก อย่าไปทางผิดล่ะ”
ตงฟางเหลียงวางสายอีกครั้งหลังจากพูดจบ
ฉินห้าวตงเกลียดที่ต้องถูกจูงจมูกโดยคนอื่น แต่เขาไม่มีทางเลือก จึงทำได้เพียงกลับเขาไปในรถอีกครั้งแล้วขับไปทิศทางที่ตงฟางเหลียงได้พูดถึงไว้เมื่อครู่นี้
แต่ขณะที่เขากำลังจะเลี้ยวรถ เสียงเบรกรถชวนบาดหูก็ดังขึ้น รถหกเจ็ดคันขับมาอย่างรวดเร็วเข้ามาล้อมเขาไว้
ชายวัยกลางคนโดดออกมาจากรถ Land Rover ORV เขาชี้ไปที่ฉินห้าวตงที่อยู่ในรถและตะโกนขึ้น “น้องชาย ไอ้เด็กคนนี้แหละที่ขโมยรถฉันไป”
ในที่สุดฉินห้าวตงก็เข้าใจว่าทำไมมีรถหลายคันขับไล่ตามเขามา พวกเขาทั้งหมดมาเพราะชายวัยกลางคนนี้
เขาออกมาจากรถและกำลังจะอธิบาย ชายหนุ่มคนหนึ่งก็กระโดดออกมาจากรถ Land Rover และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นจางต้าจื้อ คนที่ฉินห้าวตงพบเมื่อสองสามวันก่อนที่โรงพยาบาลพักฟื้นทหาร
จางต้าจื้อประหลาดใจเช่นกันเมื่อพบฉินห้าวตง จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นและน่ากลัว
เขามีความคับข้องใจมาโดยตลอดตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ฉินห้าวตงเอาชนะเขาและได้โสมเกาหลีมูลค่าสิบล้านหยวนไปและตีเขาอย่างโหดร้าย เพียงแต่ว่าเขาต้องยอมรับความอัปยศนี้เพราะอำนาจของตระกูลน่าหลัน เขาจึงไม่กล้าไปสร้างปัญหาให้กับฉินห้าวตงอีก
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าศัตรูจะกลับมาพบกันได้อีก เขามาเจอฉินห้าวตงอีกครั้งในวันนี้ และฉินห้าวตง ยังขโมยรถของลูกพี่ลูกน้องเขาไปอีก ทำให้เขารู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เวลาแห่งการแก้แค้นมาถึงแล้ว ถ้าเขาส่งฉินห้าวตงให้กับตำรวจในฐานะโจรขโมยรถ แม้แต่ตระกูลน่าหลันก็ไม่สามารถช่วยเขาออกมาได้
เขาก้าวออกไปและมองไปที่ฉินห้าวตงอย่างภูมิใจ จากนั้นก็จึงพูดว่า “ฉินห้าวตง แกกล้าขโมยรถกลางที่สาธารณะได้อย่างไร ไปสถานีตำรวจกับฉันเดี๋ยวนี้!”
ฉินห้าวตงพูดด้วยความอดทน “ฉันไม่ได้ขโมย ฉันแค่ยืมมาในภาวะคับขัน ฉันจะคืนมันทันทีหลังจากเสร็จธุระแล้วและฉันจะจ่ายค่าเสียหายให้”
จางต้าจื้อยิ้มเยาะเย้ยและพูด “ยืมมาในภาวะคับขัน? ใครจะยอมให้แกยืม? แกเอารถของลูกพี่ลูกน้องของฉันไปโดยใช้ใบอนุญาตเลี้ยงสุนัขมาหลอกเนี่ยนะ นี่มันคือการขโมยชัดๆ”
“จางต้าจื้อ ฉันจะอธิบายกับนายพรุ่งนี้ แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบออกไปจากที่นี่เพราะฉันกำลังรีบอยู่”
ขณะที่เวลาผ่านไปแต่ละวินาที ฉินห้าวตงก็เริ่มจะหมดความอดทน
“รีบมากงั้นเหรอ?” จางต้าจื้อยิ้มเหยียดที่มุมปาก “แกเป็นแค่หมอ จะรีบแค่ไหนกันเชียว? แกจะไปช่วยโลกหรือไง? แค่ต่อสู้ได้ไม่ได้ทำให้แกเป็นซูปเปอร์แมนหรอกนะ ทำไมแกไม่สวมกางเกงในออกนอกกางเกงด้วยเลยล่ะ?”
“ฉันจะพูดอีกครั้ง หลีกทางไปซะ!”
ฉินห้าวตงดูเวลาอีกครั้ง ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มีเบาะแสใดๆ และเขาก็ยังไม่รู้ว่า ตงฟางเหลียงขังหลินโม่โม่กับแม่หนูน้อยของเขาไว้ที่ไหน
เขากังวลมามากพอแล้วแต่ จางต้าจื้อยังคงขวางทางเขาและไม่หยุดพูด เขาคงจะได้เร่งเครื่องออกไปแล้วและไม่เสียเวลาอย่างนี้ถ้าเขาไม่โดนล้อมรอบโดยรถเหล่านี้
“ไอ้เด็กน้อย ตอนนี้แกยังกล้าทำตัวเหย่อหยิ่งต่อหน้าฉันอีกเหรอ?” วันนี้จางต้าจื้อมั่นใจมาก เพราะว่าเขาเอาพวกมามากกว่าสิบคน เขาโบกมือใหญ่ๆ ของเขาและบอกบอดี้การ์ดที่อยู่ด้านหลังว่า “จัดการ สั่งสอนบทเรียนมันหน่อย!”
บอดี้การ์ดเหล่านี้ไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของฉินห้าวตง พวกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงงานง่ายๆ ที่จะจัดการกับเด็กหนุ่มผอมแห้งคนนี้ ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงพุ่งเข้าใส่ฉินห้าวตง และต้องการที่จะแสดงบทโหดต่อหน้าเจ้านายของพวกเขา
ในเวลาเดียวกันสายตาของฉินห้าวตงเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ ร่างกายของเขาแผ่รังสีความอาฆาตออกมา ตอนนี้เวลาทุกวินาทีสำคัญสำหรับเขามาก ดังนั้นเขาจึงลงมือและไม่แสดงความปราณีใดๆ
เมื่อฉินห้าวตงลงมือ บอดี้การ์ดเหล่านั้นถูกขว้างออกไปเหมือนกับหุ่นไล่กา ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็ร้องโอดโอยอยู่กับพื้นแล้ว
จางต้าจื้อตกใจ ลูกน้องบอดี้การ์ดของเขาได้รับการฝึกฝนแบบพิเศษมาก่อน พวกเขามีพละกำลังในการต่อสู้มากกว่าคนปกติ แต่พวกเขากลับอ่อนแอเมื่อต่อสู้กับฉินห้าวตง
ชายหัวล้านเองก็ตกใจเช่นกัน ความหยิ่งผยองของเขาก็หายไปทันที เขาซ่อนตัวเองข้างหลัง จางต้าจื้ออย่างรวดเร็ว
เมื่อได้จัดการกับพวกมดปลวกนั่น ฉินห้าวตงก้าวไปหาจางต้าจื้อและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยมว่า “บอกคนของแกให้เปิดทางให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
จางต้าจื้อสะดุ้ง เขารู้สึกถึงความน่ากลัวของอีกฝ่ายจนเกือบฉี่รดกางเกง
“แก…แกคิดจะทำอะไร ฉันจะบอกแกให้นะ ฉันโทรบอกตำรวจเรียบร้อยแล้ว และพวกเขาจะมาถึงที่นี่เร็วๆ นี้!”
เขาโทรหาตำรวจเพื่อมาที่นี่จริงๆ หลังจากที่เขาพูดเช่นนั้นแล้ว รถตำรวจสายตรวจก็ขับเข้ามาที่นี่อย่างรวดเร็ว
หลังจากรถตำรวจจอดดีแล้ว ตำรวจเจ็ดแปดนายลงมาจากรถและคนที่เดินนำมายังคงเป็นน่าหลันอู๋เซี๋ยคนเดิม
จางต้าจื้อรู้สึกโล่งเมื่อเห็นน่าหลันอู๋เซี๋ย เพราะว่าครอบครัวของเขามีความสัมพันธ์กับตระกูลน่าหลัน น่าหลันอู๋ชวงยกย่องเด็กไอ้ผู้ชายขายตัวคนนี้แต่น่าหลันอู๋เซี๋ยไม่ใช่
เขารู้จักผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างดี เธอเป็นคนอารมณ์ร้อนและเธอเกลียดอาชญากรรม วันนี้เธอจะต้องสั่งสอนบทเรียนให้แก่ฉินห้าวตงอย่างแน่นอน
“อู๋เซี๋ย คุณมาแล้ว ไอ้เด็กนี่มันไม่เกรงกลัวกฎหมายเลย เขาขโมยรถของลูกพี่ลูกน้องฉันและยังตีคนของฉันด้วย เธอต้องสั่งสอนบทเรียนเขา”
ชายหัวล้านพูดเสริม “เป็นเรื่องจริงคุณตำรวจ เขาขโมยรถของฉัน คุณต้องจับเขา!”
วันนี้น่าหลันอู๋เซี๋ยเข้าเวรพอดี งานแรกของเธอเกี่ยวข้องกับฉินห้าวตง และตอนนี้เมื่อเธอกำลังจะออกจากงานเธอก็เจอเขาอีกแล้ว
เธอรู้ว่าฉินห้าวตงเป็นคนแบบไหน และเธอรู้ว่าเขามีรถ Lamborghini Centenario ราคาสี่สิบล้าน มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาขโมยรถที่สภาพโทรมๆ อย่าง Honda นี้ ดังนั้นมันต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่
“ฉินห้าวตง เรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่ ? นายช่วยหยุดสร้างปัญหาให้ฉันได้ไหม ? “
“ฉันไม่มีเวลามาอธิบายเรื่องนี้กับเธอ ตอนนี้บอกพวกเขาให้หลีกทางให้ฉันก่อน ฉันกำลังไปช่วยชีวิตคน!” ฉินห้าวตงตะโกนไปอย่างบ้าคลั่ง และเขาดูกังวลมากๆ
ในเวลานี้น่าหลันอู๋เซี๋ยสังเกตว่าฉินห้าวตงดูแปลกไป ที่ผ่านมาฉินห้าวตงจะยิ้มแย้มและสงบสติเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือเผชิญหน้ากับใคร แต่ครั้งนี้เขาเหมือนกับปีศาจที่แผ่รังสีความอาฆาตออกไปทั่วบริเวณ
จางต้าจื้อที่ยืนอยู่ด้านข้างพูดขึ้น “อู๋เซี๋ย เธอเองก็เห็นถึงความหยิ่งผยองของเขาแล้ว รีบจับเขาสิ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยไม่สนใจเขาและถามฉินห้าวตอย่างวิตกกังวลว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
“อย่าเพิ่งถาม ฉันไม่มีเวลาอธิบาย แค่เชื่อฉันแล้วหลีกทางให้ฉันซะ!”
ฉินห้าวตงพูดขณะที่หันหลังกลับไปแล้วเดินไปขึ้นรถ Honda
“อู๋เซี๋ย เขากล้าเกินไปแล้ว นั่นถือเป็นการดูหมิ่นเจ้าหน้าตำรวจเลยนะ!”
จางต้าจื้อใช้โอกาสนี้พยายามกระตุ้นความเกลียดชังใส่ฉินห้าวตง แต่กลับเห็นว่าน่าหลันอู๋เซี๋ยหันไปสั่งว่า “รีบเปิดทาง เปิดทางให้เขาเดี๋ยวนี้!”
“เอ่อ……”
จางต้าจื้อไม่คาดว่ามันจะลงเอยเช่นนี้ เขาตะลึงและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“อู๋เซี๋ย นี่เธอเข้าใจผิดแล้วหรือเปล่า? เขาเป็นคนที่ขโมยรถของลูกพี่ลูกน้องฉันนะ!”
“นายไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง? หลีกทางให้เขา ไม่งั้นฉันจะจับนายข้อหาแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ!”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดอย่างเยือกเย็น
จบตอน