หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 30 ฉากที่ทำให้พวกเขาอิจฉาตาร้อน

  1. หน้าแรก
  2. คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣)
  3. ตอนที่ 30 ฉากที่ทำให้พวกเขาอิจฉาตาร้อน
Prev
Next

ตอนที่ 30 ฉากที่ทำให้พวกเขาอิจฉาตาร้อน

 

“มันง่ายมาก เพราะผมมีปืนยิงยาสลบอยู่!”

 

ในฐานะที่เป็นสัตวแพทย์มืออาชีพ ฉวี่ว่านไฉมีการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี เขาหยิบปืนยิงยาสลบมาจากกล่องเครื่องมือในมือของหลิวไห่ปิน หลังจากบรรจุยาลงไปแล้ว จึงเล็งไปที่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์ที่อยู่ในกรง

 

“ป่าป๊า ทำไมพวกเขาถึงต้องใช้ปืนยิงสุนัขด้วยล่ะคะ?” แม่หนูน้อยตะโกนขึ้นอย่างตกใจ

 

ฉินห้าวตงจึงกล่าวว่า “เพราะพวกเขาเป็นพวกขยะ พอรักษาอาการป่วยของสุนัขไม่ได้ ก็จะยิงมันตาย!”

 

“ไอ้หนุ่ม นายกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?” ฉวี่ว่านไฉวางปืนยิงยาสลบในมือลง เขาจ้องเขม็งมาที่ฉินห้าวตง จากนั้นหันไปพูดกับไป๋จื่อผิงว่า “คุณไป๋ครับ คุณเองก็เห็นแล้วนี่ครับว่าใครกันแน่ที่พูดจาไร้สาระอยู่ที่นี่ ผมไม่ทำการรักษาแล้วครับ!”

 

ไป๋จื่อผิงมองไปยังหลินจื่อเยวียน เขาไม่รู้ว่าฉินห้าวตงเป็นใคร แต่เขาก็คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้พูดแรงเกินไปจริงๆ

 

หลินจื่อเยวียนจึงกล่าวว่า “เหล่าไป๋ นี่คือฉินห้าวตง คุณหมอฉินที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง”

 

ตอนแรกไป๋จื่อเยวียนนึกว่าหมอเทวดาที่รักษาหลินโม่โม่จนหายดีน่าจะเป็นหมอที่มีอายุแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะเป็นชายวัยรุ่นที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เขาเกิดความประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังเดินเข้ามาหาพลางกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร “สวัสดีคุณหมอฉิน!”

 

ฉินห้าวตงพยักหน้าเล็กน้อยพลางพูดขึ้น “เถ้าแก่ไป๋ ถ้าหากคุณยังปล่อยให้คนโง่สองคนนี้ทรมานสุนัขของคุณต่อไป พวกเขาจะฆ่าสุนัขพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์ของคุณอย่างแน่นอน!”

 

“ไอ้นี่ นายด่าใครว่าคนโง่?”

 

“อาจารย์ของฉันเป็นสัตวแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุด นายเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าอาจารย์ของฉันทรมานสุนัข?”

 

ฉวี่ว่านไฉและหลิวไห่ปินโวยวายเหมือนแมวที่หางของมันโดนหนีบไว้

 

ฉินห้าวตงหันไปพูดกับไป๋จื่อผิงโดยไม่แม้แต่จะชายตามองพวกเขาทั้งสองคน “ตอนนี้สภาพร่างกายของสุนัขสองตัวนี้อ่อนแอเกินไป ถ้าหากถูกฉีดยาเข้าไป ตัวพ่อพันธุ์อาจจะทนจนมีชีวิตรอดได้ แต่แม่พันธุ์จะต้องตายอย่างแน่นอน”

 

“เอ่อ……”

 

ฟังฉินห้าวตงพูดจบ ไป๋จื่อผิงเริ่มเป็นกังวลในทันที

 

“นายเป็นใคร? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อนายในฐานะสัตวแพทย์ของเจียงหนานมาก่อน?” ฉวี่ว่านไฉถามอย่างเย็นชา

 

“เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณไม่เคยได้ยิน เพราะผมเป็นหมอ ไม่ใช่สัตวแพทย์!”

 

“หมองั้นเหรอ?” ฉวี่ว่านไฉเริ่มหงุดหงิด พลางตะโกนขึ้น “หมอกับสัตวแพทย์เป็นอาชีพที่แตกต่างกัน นายจะมาเสแสร้งต่อหน้าฉันทำไม ต่อให้นายเป็นหมอที่มีชื่อเสียง ก็ไม่สามารถรักษาอาการป่วยของสุนัขได้!”

 

ฉินห้าวตงพูดดูถูกเหยียดหยาม “อย่าใช้สายตาพวกขยะแบบคุณมาตัดสินคนอื่น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถทำงานร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเพื่อนมนุษย์หรือสุนัข เพียงแต่ว่าคุณไม่เข้าใจมันเท่านั้นเอง”

 

หลังจากรู้ว่าชายวัยรุ่นคนนี้ไม่ใช่สัตวแพทย์ ฉวี่ว่านไฉหมดความอดทนทันที เขาหันไปตะคอกใส่ไป๋จื่อผิง “คุณไป๋ ผมไม่รักษาสุนัขของคุณแล้ว!”

 

ฉินห้าวตงรู้ดีว่าชายแก่คนนี้ต้องการขู่ไป๋จื่อผิง ดังนั้นเขาจึงกล่าวด้วยความเย้ยหยันว่า “ไม่รักษาจะดีที่สุด ไม่อย่างนั้นสุนัขสองตัวนี้คงถูกคุณฆ่าตาย!”

 

หลิวไห่ปินรีบพูดเสริมอาจารย์ของเขาทันที “นายอย่ามาพูดจาไร้สาระ อาจารย์ของฉันเป็นถึงสัตวแพทย์ที่ดีที่สุดในมณฑลเจียงหนานเชียวนะ”

 

ฉินห้าวตงยิ้มอย่างดูแคลนพลางหันไปพูดกับไป๋จื่อผิง “คุณไป๋ครับ สุนัขพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์ของคุณไม่ได้ป่วยเพราะความร้อนในร่างกาย แต่เป็นเพราะความเย็นต่างหากล่ะครับ ถ้าหากยังให้คนโง่สองคนนี้ฉีดยาที่มีฤทธิ์ขจัดความร้อนเข้าไปในร่างกายของสุนัข จะต้องมีตัวใดตัวหนึ่งตายแน่นอนครับ”

 

“ตลก! เป็นเรื่องตลกสิ้นดี!” ฉวี่ว่าไฉตะโกนขึ้น “ไอ้หนุ่ม นายจะไปเข้าใจอะไร แมสติฟฟ์พันธุ์นี้อาศัยอยู่ในทิเบตซึ่งเป็นเขตเทือกเขาแอลป์ พวกมันสามารถอาศัยอยู่ได้ในที่หนาวเย็นที่มีอุณหภูมิติดลบกว่าหกสิบถึงเจ็ดสิบองศา จะป่วยเพราะความเย็นอยู่ในร่างกายได้อย่างไร อย่างน้อยนายก็ควรจะมีความรู้ก่อนจะพูดเรื่องไร้สาระดีไหม?”

 

ไป๋จื่อผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย สุนัขแมสติฟฟ์กลัวความร้อน ไม่กลัวความเย็น สิ่งนี้เป็นความรู้ทั่วไปที่ใครๆ ก็รู้ เพราะเหตุนี้เขาถึงได้สั่งทำคอกสุนัขนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษ และใช้เครื่องปรับอากาศมาเป็นส่วนช่วยสุนัขพันธุ์นี้ในฤดูร้อน

 

ฉินห้าวตงพูดขึ้น “จริงอยู่ที่สุนัขแมสติฟฟ์อาศัยอยู่ในพื้นที่หนาวเย็นและไม่กลัวความหนาวเย็น แต่ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น ซึ่งมันขัดต่อกฎของธรรมชาติ ความเย็นประเภทนี้ยังสามารถทำให้มนุษย์เป็นหวัดได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสุนัขแมสติฟฟ์ที่มีความใกล้ชิดธรรมชาติเลย”

 

เขาหันไปทางไป๋จื่อผิงอีกครั้ง “คุณไป๋ครับ คุณลองคิดดู หลังจากที่เจ้าทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนี้เข้าไปในห้องปรับอากาศ พวกมันก็มีอากาศแย่ลงทุกวันใช่ไหมครับ? อีกอย่างช่วงก่อนหน้านี้คุณเชิญหมอมารักษาพวกมัน โดยปกติยาที่เขาใช้กับพวกมันคือยาประเภทขจัดความร้อนในร่างกายใช่ไหมครับ แล้วมันได้ผลไหมครับ?

 

“ถ้าหากผมเดาไม่ผิด คาดว่าสุนัขพันธุ์นี้จะอ่อนแอลงทุกครั้งที่กินยาของพวกเขาเข้าไป ไม่อย่างนั้นคงไม่ป่วยหนักขนาดนี้!”

 

สีหน้าของไป๋จื่อผิงดูเปลี่ยนไป เป็นอย่างที่ฉินห้าวตงพูดไว้ทุกอย่าง ถึงแม้ว่าสุนัขสองตัวนี้จะยังปรับตัวไม่ค่อยได้เมื่อมาถึงเจียงหนานในช่วงแรกๆ แต่พวกมันก็ยังแข็งแรงดีอยู่ แต่ตั้งแต่ที่เขาเอาพวกมันมาไว้ในห้องปรับอากาศ สภาพร่างกายของพวกมันก็อ่อนแอลงทุกวัน

 

จากนั้นเขาจึงเชิญสัตวแพทย์บางส่วนมารักษาอาการของพวกมัน แต่ผลของการรักษากลับทำให้อาการของมันทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อีกอย่างคนพวกนั้นยังคิดว่าร่างกายของมันได้รับความร้อนมากเกินไป จึงใช้ยาที่มีฤทธิ์ขจัดความร้อนในร่างกาย ตอนนี้ดูเหมือนว่าสุนัขของเขากำลังจป่วยหนัก ไม่แปลกใจเลยทำไมแม่พันธุ์ถึงดูหายใจแผ่วเบาเช่นนี้

 

“นายก็แค่หมอที่รักษาคนจะมาทำการรักษาให้สุนัขเนี่ยนะ แถมยังมาบอกว่าฉันวินิจฉัยผิดอีก น่าตลกสิ้นดี!”

 

ฉวี่ว่านไฉหันไปพูดกับไป๋จื่อผิงอีกครั้ง “ทุกศาสตร์การแพทย์มีความเชี่ยวชาญเป็นของตัวเอง คุณอย่าไปฟังหมอคนนี้พูดจาไร้สาระเลย ผมต่างหากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ มันชัดเจนอยู่แล้วว่าทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนี้ป่วยเพราะความร้อนในร่างกาย สาเหตุที่รักษาพวกมันไม่หาย เพราะหมอพวกนั้นไม่ได้ใช้ยาที่มีประสิทธิภาพ ขอแค่ให้ผมฉีดยาให้สุนัขสองตัวนี้ มันจะต้องอาการดีขึ้นอย่างแน่นอน!”

 

ฉินห้าวตงไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะสิ่งที่เขาควรจะพูด เขาได้พูดไปหมดแล้ว ส่วนจะเลือกวิธีการรักษาแบบไหนนั้นปล่อยให้เป็นเรื่องของไป๋จื่อผิงแล้วกัน ถ้าหากเขาเลือกวิธีของฉวี่ว่านไฉ นั่นคือชะตากรรมของเจ้าทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนี้

 

“เหล่าไป๋ ฟังฉันพูดอะไรหน่อยเถอะ คุณหมอฉินมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมมาก มันถูกต้องแล้วที่ควรจะเชื่อเขา!”

 

หลินจื่อเยวียนเชื่อมั่นในทักษะทางการแพทย์ของฉินห้าวตงเป็นอย่างมาก และตอนนี้ได้กลายเป็นแฟนตัวยงของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ป่าป๊าของหนูเก่งมาก จะต้องรักษาเจ้าหมาน้อยได้อย่างแน่นอนค่ะ!” แม่หนูน้อยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

ไป๋จื่อผิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ในไม่ช้าเขาก็ตัดสินใจได้ เขาเลือกที่จะเชื่อฉินห้าวตง เพราะบรรดาพวกสัตวแพทย์ตรงหน้านี้เอาแต่ฉีดยาขจัดความร้อนในร่างกายให้สุนัขของเขาจริง จนถึงตอนนี้ก็แทบจะไม่ได้ผลอะไร มีแต่จะทำให้พวกมันอาการแย่ลงทุกวัน

 

“คุณหมอฉิน โปรดช่วยทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนี้ด้วย!”

 

พอเห็นว่าไป๋จื่อผิงไม่เชื่อตัวเอง ฉวี่ว่านไฉเปลี่ยนสีหน้าแล้วพูดขึ้น “คุณไป๋ ถ้าตอนนี้ไม่ต้องการให้ผมทำการรักษาพวกมัน พอถึงตอนนั้นมาอ้อนวอนให้ผมช่วยรักษา ผมจะคิดค่ารักษาเพิ่มขึ้นสิบเท่า!”

 

ในมุมมองของเขา หมอที่รักษาอาการป่วยของคนอย่างฉินห้าวตงไม่สามารถรักษาอาการป่วยของทิเบตันแมสติฟฟ์ได้อย่างแน่นอน อีกพักหนึ่งไป๋จื่อผิงจะต้องมาขอร้องตัวเขาแน่ๆ

 

ดังนั้นเขาจึงยังไม่กลับในทันที แต่กลับยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อรอดูเรื่องตลกและรอดูฉินห้าวตงขายขี้หน้า รอให้ไป๋จื่อผิงมาขอร้องเขา

 

ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้น “เถ้าแก่ไป๋ ผมสามารถรักษาอาการป่วยของเจ้าทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนี้ได้ แต่พวกเราต้องมาพูดเรื่องค่ารักษากันก่อน ผมไม่ต้องการเงิน ผมต้องการแค่ลูกสุนัขทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนั้น ถ้าคุณตกลง ผมจะเริ่มรักษาทันที!”

 

เขามองออกว่าสุนัขทิเบตันแมสติฟฟ์ของไป๋จื่อผิงเป็นสายเลือดบริสุทธิ์ อีกอย่างแม่หนูน้อยชอบลูกสุนัขพวกนี้ เขาจึงอยากได้ลูกสุนัขสองตัวนี้กลับไป

 

“ตกลง!” ไป๋จื่อผิงรีบตอบรับในทันที เมื่อกี้ฉวี่ว่านไฉพึ่งจะวินิจฉัยว่าลูกสุนัขสองตัวนี้ไม่น่ามีชีวิตรอด เขาเองก็คิดว่าน่าจะช่วยไม่ได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจถ้าจะให้ลูกสุนัขสองตัวนี้มาเป็นค่ารักษา

 

“ได้ครับ งั้นตอนนี้ผมจะเริ่มรักษาให้เจ้าทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนี้แล้ว!”

 

ฉินห้าวตงส่งแม่หนูน้อยเข้าไปในอ้อมแขนของหลินจื่อเยวียน จากนั้นหยิบเอากระเป๋าเข็มออกมาจากในกระเป๋า

 

ไป๋จื่อผิงถามด้วยความประหลาดใจ “คุณหมอฉิน คุณจะทำอะไร?”

 

“ฝังเข็มไงครับ ผมเป็นแพทย์แผนจีน ต้องใช้วิธีฝังเข็มรักษาเจ้าทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนี้”

 

“ฮ่าๆๆ น่าตลกจริงๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้ยินว่ามีการฝังเข็มให้สุนัขด้วย……น่าตลก น่าตลกจริงๆ”

 

หลังจากฉินห้าวตงพูดจบ ฉวี่ว่านไฉและลูกศิษย์ของเขาพากันหัวเราะร่าทันที ในดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความดูถูก

 

“คุณหมอฉิน มันจะได้ผลเหรอ” ไป๋จื่อผิงถามอย่างไม่มั่นใจ

 

“ได้ผลแน่นอนครับ สิบนาทีหลังจากนี้เจ้าทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนี้จะต้องกลับมากระโดดโลดเต้นอย่างแน่นอน”

 

ฉินห้าวตงพูดขึ้นอย่างมั่นใจ ในสายตาของเขาไม่มีความแตกต่างระหว่างการรักษามนุษย์และสุนัข อีกอย่างเข็มเงินถูกใช้เพื่อตบตาคนอื่นเท่านั้น การรักษาที่แท้จริงมาจากลมปราณแห่งพงไพรของเขาต่างหาก

 

“ไอ้หนุ่ม เมื่อกี้นายพึ่งจะพูดไปว่าใช้ปืนยิงยาสลบไม่ได้นี่นา ตอนนี้ฉันจะรอดูว่านายจะทำอย่างไร?” หลิวไห่ปินพูดแซะ

 

“ถ้าไม่มีปืนยิงยาสลบ ฉันจะรอดูว่านายจะฝังเข็มให้ทิเบตันแมสติฟฟ์อย่างไร!”

 

สีหน้าของฉวี่ว่านไฉดูเหมือนพร้อมที่จะเพลิดเพลินกับความโชคร้ายของฉินห้าวตงได้ตลอดเวลา เขากอดอกยืนรอดูความวุ่นวายอยู่ตรงนั้น

 

ทุกคนรู้ดีว่าสุนัขพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์มีนิสัยดุร้าย ด้วยแรงกัดอันทรงพลังของพวกมันสามารถเคี้ยวท่อนไม้ได้เหมือนเกลียวแป้งทอด พวกมันดุร้ายราวกับเสือและสิงโต

 

ถึงแม้ว่าตอนนี้เจ้าทิเบตันแมสติฟฟ์สองตัวนี้จะป่วยอยู่ แต่คนทั่วไปก็ไม่สามารถเข้าใกล้พวกมันได้ โดยเฉพาะตัวพ่อพันธุ์ที่ดูจะป่วยน้อยที่สุด ดวงตาสีแดงราวกับเลือดของมันทำให้คนที่เห็นต่างพากันแตกตื่น ขนาดครูฝึกสุนัขแห่งสังเวียนสุนัขยังไม่กล้าเข้าใกล้มันเลย

 

ฉินห้าวตงไม่แม้แต่จะมองฉวี่ว่านไฉและหลิวไห่ปิน เขาเดินไปยังประตูเหล็ก

ไป๋จื่อผิงจับมือของเขาไว้แล้วถามขึ้น “คุณหมอฉิน แบบนี้มันจะได้ผลเหรอ? ทิเบตันแมสติฟฟ์เป็นสุนัขที่ดุร้ายมาก อีกอย่างตอนนี้มันพึ่งจะคลอดลูกไป นิสัยของมันจะดุร้ายมากขึ้นกว่าเดิม……”

 

ฉินห้าวตงยิ้มบาง “วางใจเถอะครับ พวกมันกัดผมไม่ได้หรอก!”

 

“ล้อเล่นหรือไง เห็นนายหล่อเลยไม่กัดหรือไง? พวกมันกัดนายจนตายแน่! ถ้าหากใช้เข็มแทงแล้วพวกมันยังไม่กัดนายอีก ต่อไปนี้ฉันจะเรียกนายว่าพ่อ!”

 

สีหน้าของฉวีว่านไฉดูเย้ยหยันและรอคอยความโชคร้ายของฉินห้าวตง เขาเป็นสัตวแพทย์มานานหลายปีขนาดนี้ ยังไม่เคยได้ยินว่าสุนัขพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์นอกจากเจ้าของมันแล้ว มันจะไม่กัดใครอีก ขนาดสุนัขพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์ที่มีนิสัยดุร้ายมากๆ เจ้าของมันยังไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้เลย

 

ฉินห้าวตงหันไปมองเขาแล้วพูดขึ้น “จำสิ่งที่คุณพูดไว้ให้ดี นี่เป็นสิ่งที่คุณพูดเองนะ อย่ากลับคำภายหลังแล้วกัน”

 

“กลับคำพูดงั้นเหรอ เอาชีวิตรอดออกจากกรงนั่นให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ!” ฉวี่ว่านไฉพูดขึ้นอย่างเฉยเมย

 

ถึงแม้จะเห็นว่าฉินห้าวตงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่ไป๋จื่อผิงก็ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรนัก เขารีบเรียกให้ครุฝึกสุนัขสองคนคอยระวังอยู่ด้านข้าง ถ้าสุนัขคลั่งขึ้นมาให้รีบช่วยเขาทันที

 

ฉินห้าวตงไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ เขาเปิดประตูเหล็กเดินเข้าไป พอเห็นว่าเขาเข้าไปในกรงสุนัขพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์จริง โดยไม่มีการป้องกันใดๆ ทุกคนจึงเริ่มเป็นกังวลขึ้นมา

 

ครูฝึกสุนัขสองคนจับท่อนไม้ในมือไว้แน่น เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าชายวัยรุ่นคนนี้จะทำอะไร เขาอยากตายหรือไง? มันไม่มีวิธีอื่นที่กระตุ้นความตื่นเต้นของตัวเองแล้วเหรอ?

 

แม่หนูน้อยตะโกนเชียร์อยู่ในอ้อมแขนของหลินจื่อเยวียน “ป่าป๊า ระวังน้องหมากัดด้วยนะคะ!”

 

พอเห็นว่ามีคนเดินเข้ามา เจ้าทิเบตันแมสติฟฟ์ที่เป็นแม่พันธุ์ลืมตาขึ้น เผยให้เห็นดวงตาคู่แดงก่ำ

 

ส่วนตัวพ่อพันธุ์จ้องเขม็งไปที่ฉินห้าวตง จากนั้นค่อยๆ เกินเข้ามาหาเขาทีละก้าว

 

อุ้งเท้าขนาดใหญ่ของตัวพ่อพันธุ์ก้าวมาข้างหน้าทีละก้าว จนทุกคนที่อยู่นอกกรงต่างใจเต้นไปตามๆ กัน ไป๋จื่อผิงอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกม “คุณหมอฉิน รีบออกมาเถอะ มันอันตรายเกินไป!”

 

“ยังจะบอกว่าตัวเองเป็นหมออีก! นี่มันหมอโรคจิตชัดๆ!” ฉวี่ว่านไฉและหลิวไห่ปินหัวเราะเยาะออกมา พวกเขากำลังรอคอยฉากที่สุนัขพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์กัดคน

 

ในขณะที่ทุกคนกำลังเป็นกังวลนั้น ฉากที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น

 

พ่อพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์ขนาดใหญ่ตัวนั้นเดินมาที่ด้านหน้าของฉินห้าวตง มันส่ายหางให้เขาก่อน จากนั้นหมอบตรงหน้าฉินห้าวตงอย่างเชื่อฟัง หัวของมันหมอบติดไปกับพื้น ลิ้นของมันเลียรองเท้าของฉินห้าวตงด้วยความเคารพ ราวกับสุนัขที่ไม่ได้เห็นเจ้านายของมันมานานหลายปี

 

แต่ว่าสุนัขพันธุ์ทิเบตันแมสติฟฟ์ที่ขึ้นชื่อด้านความดุร้ายได้ทำท่าทางเช่นนี้ต่อฉินห้าวตง ช่างเป็นฉากที่ดูเกินจริงมาก จนทำให้ทุกคนอิจฉาตาร้อน!

 

จบตอน

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 30 ฉากที่ทำให้พวกเขาอิจฉาตาร้อน"

4.4 17 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ฉันแค่อยากเป็น “จ้าวอสูร”
ฉันแค่อยากเป็น “จ้าวอสูร”
มีนาคม 12, 2022
ปก_ระบบสร้างซอมบี้-01
ระบบสร้างซอมบี้
กันยายน 24, 2023
Running Man’s Hollywood Dominating System
Running Man’s Hollywood Dominating System
มีนาคม 12, 2022
Heavenly Curse ยอดเซียนเต๋า เขย่ายุทธภพ (นิยายแปล)
Heavenly Curse ยอดเซียนเต๋า เขย่ายุทธภพ (นิยายแปล)
พฤษภาคม 17, 2022
หงส์สยายปีก
หงส์สยายปีก
มีนาคม 12, 2022
Realms In The Firmament
Realms In The Firmament
มีนาคม 12, 2022
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz