หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

ขยะแห่งตระกูลเคานต์ (Trash of the Count s family) - บทที่ 11 เอามันออกมา 4

  1. หน้าแรก
  2. ขยะแห่งตระกูลเคานต์ (Trash of the Count s family)
  3. บทที่ 11 เอามันออกมา 4
Prev
Next

บทที่ 11 เอามันออกมา 4 

 

‘นายน้อยกระผมได้ฟังมาจากรองพ่อบ้านฮันส์แล้ว กระผม…รอน…จะทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อให้แน่ใจว่านายน้อยจะเปล่งประกายที่สุดในเมืองหลวง’

 

ไหล่ของคาร์ลสั่นขึ้นเล็กน้อยขณะที่เขาเดินทางออกจากคฤหาสน์เฮนิตัส เขากำลังคิดถึงบทสนทนาที่เขามีกับรอนทันทีที่ตื่นมาในตอนเช้า

 

‘นี่เป็นครั้งแรกที่นายน้อยจะได้ไปนอกเมืองเฮนิตัสใช่มั้ย? กระผมเก่งในการล่ากระต่ายมากและกระผมจะล่ากระต่ายสำหรับนายน้อยเมื่อเราหยุดพักค้างแรมกันข้างนอกนั่น’

 

เสียงสงบและอ่อนโยนของรอนยังสะท้อนก้องอยู่ในหูของคาร์ล เขารู้สึกราวกับว่าเขายังสามารถได้ยินเสียงของรอนเหมือนภาพหลอนอยู่ตลอดเวลาเหมือนหมอกที่กำลังอบอวลอยู่ด้านนอกอยู่ในขณะนี้ คาร์ลกลัวว่ารอนจะอธิบายให้เขาฟังเกี่ยวกับการล่าสัตว์โดยเฉพาะกระต่ายในตอนเช้า

 

‘นายน้อยต้องระวังเมื่อจะจัดการกับสัตว์ขนาดเล็กแบบกระต่ายมันเป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย เนื่องจากเราไม่รู้ว่ามันจะวิ่งหนีเราไปเมื่อไหร่นายน้อยจึงต้องใส่ใจกับสภาพแวดล้อมรอบข้างแล้วลงมือฆ่ามันทันที!อา…นายน้อยต้องเอาเครื่องในมันออกมาหลังจากที่จับมันได้ กระผมเก่งในเรื่อง………’

 

คาร์ลต้องหันไปมองเมื่อเห็นรอนเลียนแบบการตัดหัวกระต่ายด้วยมือของเขา รอนดูตื่นเต้นมาก อย่างไรก็ตามความคิดเดียวของเขาตอนนี้คือรอนกำลังเล่นสนุกกับเขา แต่คาร์ลก็ยินดีที่รู้ว่ารอนจะเดินทางไปเมืองหลวงพร้อมกับเขา

 

‘ฉันสามารถเอาบารอคไปเป็นพ่อครัวส่วนตัวได้…’

 

รอน…บารอค…เขาได้แจ้งความต้องการแก่ฮันส์เพื่อที่จะได้พาพ่อลูกคู่นี้ไปเมืองหลวงด้วย แน่นอนว่าตอนนั้นรอนก็อยู่ที่นั่นด้วย

 

‘ฮันส์ …ข้าอยากได้ตัวบารอคไปเป็นพ่อครัวส่วนตัวสำหรับการเดินทางในครั้งนี้’

 

‘กระผมต้องถามพ่อครัวบารอคกอ่นขอรับ? ช่วงนี้เขายุ่งกับงานในครัวมาก…’

 

‘ไม่รู้สิ..แต่ข้าไม่สามารถกินอะไรนอกจากอาหารที่บารอคเป็นคนปรุงเท่านั้น ยังไงข้าต้องพาเขาไปให้ได้ดังนั้นนายต้องจัดการให้ได้…’

 

ฮันส์เริ่มกังวลแต่รอนดูเหมือนจะมีความสุขที่จะได้เดินทางไปพร้อมลูกชายของตน

 

‘นายน้อย..ลูกชายของกระผมจะมีความสุขมากหากเราได้ไปที่เมืองหลวง กระผมจะไปแจ้งให้เขาได้ทราบ..’

 

คาร์ลเริ่มผ่อนคลายลงหลังจากได้ยินประโยคของรอน เขากังวลว่าพวกเขาจะบอกว่าไม่สามารถทำได้แต่ บารอคสมควรจะได้ออกไปจากที่นี่และเดินทางไปยังเมืองหลวงเช่นกัน

 

คาร์ลเดินผ่านหมอกที่ปกคลุมไปทั่วเมืองเวสเทิร์น ในขณะที่เขานึกถึงคนที่จะไปเมืองหลวงพร้อมเขา เรื่องราวในนิยายอ่านเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยแต่ใช่ว่าเขาจะยอมแพ้ในการหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง

 

“นายน้อยมาถึงแต่เช้าตรู่เลยนะขอรับ…”

 

พ่อค้าขนมปังดูผ่อนคลายมากขึ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าคาร์ลหลังจากที่ได้พบกับเขา 2-3 ครั้ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถาม

 

“ขนมปังล่ะ?”

 

พ่อค้าขนมปังส่งยิ้มให้เขาก่อนจะยื่นถุงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยขนมปัง

 

“แน่นอนขอรับ กระผมได้เตรียมมันพร้อมแล้ว แต่วันนี้เป็นวันสุดท้ายจริงๆหรือขอรับ?”

 

“ทำไม? อยากได้เงินจากข้าเพิ่มรึ…”

 

“ใช่ขอรับ…มันเป็นเช่นนั้น…”

 

คาร์ลอมยิ้ม เขาชอบคำตอบที่ซื่อสัตย์เช่นนี้ คาร์ลตบไปที่ไหล่ของพ่อค้าขนมปังเบาๆซึ่งเขาดูเหมือนจะมีท่าทางผ่อนคลายกว่าเดิมเมื่ออยู่กับตน

 

“ข้าจะกลับมาเมื่อข้าต้องการกินมันอีก….”

 

พ่อค้าขนมปังมองคาร์ลเดินจากไปช้าๆก่อนจะหายลับไปกับหมอกทึบ เขาเริ่มอธิษฐานให้คาร์ลกลับมาอุดหนุนอีกครั้งและให้เงินแก่เขาเป็นจำนวนที่มากกว่าเดิม

 

คาร์ลไม่ทราบถึงคำอธิษฐานของพ่อค้าขนมปังเขายังคงมุ่งหน้าไปที่สลัมและได้พบสองพี่น้องที่รอเขาอยู่

 

‘เด็ก 2 คนนี้ไม่มีบ้านอยู่หรือไง?’

 

วันนี้คาร์ลมาเช้ากว่าปกติ พี่น้องสองคนนี้ก็ยังรอเขาอยู่เหมือนกับว่าได้รอเขาอยู่ที่เนินเขาตั้งแต่เมื่อคืน เด็กชายท่าทางง่วงงุนจึงเอนซบเข้าหาพี่สาวของตน เด็กทั้งสองค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองคาร์ล ผมและเสื้อผ้าของพวกเขาดูเปียกชื้นอาจเป็นเพราะพวกเขาอยู่ที่นี่ในช่วงเช้าที่มีหมอกลงทึบ

 

แน่นอน ว่าคาร์ลแกล้งทำเป็นไม่สังเกตเห็น

 

“มาเอาไปสิ?” เด็กทั้งสองส่งยิ้มให้กลับคาร์ลพลางยื่นมือเพื่อหยิบเอาอาหารอีกครั้ง คาร์ลรอจนกระทั่งเด็กทั้งคู่หยิบมันไปและมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตของต้นไม้กินคน

 

‘ฉันดีใจที่วันนี้หมอกลงหนามาก….’

 

หมอกทำให้ทัศนวิสัยในการมองดูแย่มากขึ้นเนื่องจากเนินเขานี้เป็นจุดที่สูงที่สุดในเมืองเวสเทิร์น ยกเว้นอาณาเขตของท่านเคานต์ เมื่อหมอกหนาถูกปกคลุมในบริเวณนี้ทำให้ไม่มีใครสามารถเห็นสิ่งที่คาร์ลกำลังทำอยู่หรือที่สำคัญกว่านั้นอาจเป็นสิ่งที่เขาจะได้รับจากต้นไม้กินคนนั่น

 

~ เอาอีก มากกว่านี้ ขอเพิ่มมากกว่านี้ ~

 

คาร์ลเทขนมปังจากถุงเข้าไปในโพรงของต้นไม้ขณะที่ต้องฟังเสียงที่น่ากลัวชวนขนลุกนี้อยู่ตลอดเวลา ทันใดนั้นความมืดภายในโพรงก็ค่อยๆเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีขาว คาร์ลเริ่มยิ้ม……ความพยายามของเขาไม่ใช่เรื่องไร้สาระ และตอนนั้นเอง…….

 

~ มากกว่านี้ มากกว่านี้ มากกว่านี้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ~

 

‘นี่มันอะไรกัน…..’ คาร์ลเริ่มสับสนและก้าวถอยหลังออกมาหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

 

‘นิยายไม่ได้บอกว่าจะเป็นแบบนี้นี่นา….’

 

~ ให้มากกว่านี้ ให้ข้ามากกว่านี้ ข้าจะให้รางวัลแก่เจ้า รางวัล รางวัล รางวัล ~

 

ประโยคนั้นทำให้คาร์ลตาเป็นประกาย เขาไม่คาดหวังว่าวิญญาณบ้านั่นจะมอบความต้องการให้เขาได้เร็วเพียงนี้

 

“รอสักครู่….”

 

ต้นไม้สีดำขยับก้านของมันไปมาราวกับพยักหน้าให้เขา คาร์ลรู้สึกเหมือนอยู่ในฉากภาพยนตร์สยองขวัญ เขาเริ่มตัวสั่นเล็กน้อยก่อนจะสาวท้าวฝ่าหมอกทึบออกไป ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่แต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นและหมอกก็ยังคงปกคลุมไปทั่วบริเวณ

 

ดูเหมือนฝนจะตกในไม่ช้า…สองพี่น้องนั่นคงไปที่ไหนสักแห่งเมื่อคาร์ลกลับมาแล้วไม่พบกับทั้งคู่ เขาคิดว่าเด็กทั้งสองคงไปหาที่หลบฝนแถวๆนี้อยู่ คาร์ลวางถุงขนมปังถุงที่สามของวันนี้ลงตรงหน้าของต้นไม้กินคน

 

‘หวังว่านี่คงเป็นถุงสุดท้าย….’

 

แสงภายในโพรงต้นไม้สว่างเป็นสีขาวเหมือนหมอกสีขาวที่โอบรอบคาร์ลไว้

 

‘มันจะกลายเป็นแสงสว่างที่ขาวกว่านี้เมื่อฉันใส่ขนมปังถุงสุดท้ายนี้เข้าไป’

 

และในที่สุด…….

 

~ อร๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ~

 

เสียงที่ดังกึกก้องขึ้นมันเป็นเสียงที่แตกต่างจากเสียงพูดที่คาร์ลเคยได้ยิน เสียงที่ดังออกมาจากต้นไม้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเขาเท่ากับสิ่งที่เห็นตรงหน้า โพรงของต้นไม้กำลังโปร่งแสงสว่างขึ้นช้าๆในโพรงของมันที่ควรจะมีความมืดมิดปกคลุมเพราะเงาของมัน แต่ในสถานการณ์ตอนนี้กับไม่เป็นเช่นนั้น…

 

นี่คือพลังศักดิ์สิทธิ์โบราณ

 

ช่วงเวลาที่คาร์ลได้เห็นพลังอันยิ่งใหญ่นั่นเขาก็ยังได้ยินเสียงพูดที่เรียกร้องให้เขาหาอาหารให้มาจนถึงบัดนี้

 

มันเป็นสิ่งที่วิเศษมาก!

 

เสียงนั้นมัน………น่าสะพรึงกลัว

 

~ ขนมปังมันเนื้อนุ่ม!….ข้าชอบขนมปังในถุงที่สามที่เจ้านำมันมาให้ข้ายิ่งนัก ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปอาหารจะพัฒนาได้ขนาดนี้ สมัยของข้า!….ไม่มีสิ่งใดที่อร่อยเช่นนี้…แม้กระทั่งข้าวสาลีก็ต้องเติบโตบนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์จริงๆ…ไม่!….ไม่ใช่แค่ข้าวสาลีไม่ว่าอะไรก็เป็นเช่นกัน ~

 

เสียงนั่นกำลังวิจารณ์รสชาติของขนมปัง

 

พลังของเสียงนั่นพุ่งตรงไปที่คาร์ล

 

‘เรื่องนี้มันไม่ได้อยู่ในนิยาย…..’

 

จิตวิญญาณที่ผูกติดกับผืนดินเพราะความเสียใจกำลังถูกแก้ไขด้วยการวิจารณ์รสชาติของขนมปัง คาร์ลเริ่มกระพริบตาอีกครั้ง เขากำลังคิดถึงพลังศักดิ์สิทธิ์โบราณในนิยายเรื่องกำเนิดวีรบุรุษได้กล่าวว่าโล่นิรันดร์กาลคือพลังศักดิ์สิทธิ์โบราณเพียงอย่างเดียวที่ถูกเขียนขึ้นในนิยายเรื่องนี้ แต่มันไม่เคยได้รับการถูกกล่าวอ้างว่าผู้ใดเป็นผู้ครอบครอง

 

‘ไม่ต้องสงสัยใดๆเลย คงไม่มีใครสามารถควบคุมพลังมันได้ แต่คนเขียนนิยายกลับสร้างสิ่งที่มีประโยชน์เช่นนี้ขึ้นมาแต่กลับไม่ให้ใครได้ครอบครอง?’

 

นั่นคือความคิดให้หัวของคาร์ล แต่เสียงอันน่าสะพรึงกลัวยังคงพูดพล่ามต่อไปทำให้เขาไม่สามารถจะโฟกัสต่อสิ่งใดได้

 

~ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ข้ารู้สึกเติมเต็ม! มันอร่อยยิ่งนัก! ~

 

เสียงน่าสะพรึงยังคงพูดพล่ามไม่หยุดเหมือนรู้สึกไม่พอใจที่ไม่เคยได้ทานอาหารที่อร่อยเช่นนี้มาก่อน หลังจากได้ฟังเสียงนั่นพล่ามประมาณ2-3นาทีเกี่ยวกับการวิจารณ์รสชาติอาหารที่คาร์ลนำมาให้ คาร์ลพยักหน้าตอบรับและพยายามไม่ส่งเสียงเพื่อขัดจังหวะมัน ขนมต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถมีในสมัยในอดีต คนของป่าแห่งความมืดอ้างว่าตนคือคนรับใช้พระเจ้าแต่ได้รับเพียงอาหารที่จืดชืดรสชาติแย่เท่านั้น อย่างไรก็ตามคาร์ลตัดสินใจที่จะรออีกสักพักหลังจากที่ได้ยินเสียงของวิญญาณนั่นพูดถึงเรื่องราวในอดีต

 

~ข้าถูกเนรเทศออกจากที่นั่น พวกมันกล่าวว่าข้าเป็นคนตะกละโลภมาก! ตะกละตูดมันสิ…แน่นอนว่าข้าออกมาพร้อมกับเพื่อนของข้า..พวกเรากำลังวางแผนที่จะทำให้โลกนี้กลับสู่ทิศทางที่ถูกต้อง ……~

 

สำหรับคนที่ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับพลังศักดิ์สิทธิ์โบราณเช่นเขานับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการหาข้อมูลเพิ่มเติมแต่ข้อมูลเหล่านี้กลับจบลงอย่างรวดเร็ว มันกลับมาพูดเรื่องอาหารและเรื่องไร้สาระอื่นๆ คาร์ลจะต้องตัดบทการสนทนาให้เร็วที่สุด

 

~ ข้าไม่คิดว่าข้าจะยอมแพ้ต่อการได้ทดลองลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยต่อให้ข้าจะอ้วนเพียงใดก็ตามแต่มันไม่ยุติธรรมที่ข้าได้กินเพียงแต่ของสกปรกและจบลงด้วยความตาย ~

 

“ใช่ มันเป็นการทดลองที่ยอดเยี่ยมและเป็นมืออาชีพมาก เพียงแค่………..”

 

เสียงอันน่าสะพรึงนั่นตัดบทสนทนาของคาร์ลทันที

 

~โอ้ว…….เจ้าเข้าใจในสิ่งที่ข้าต้องการจะทดลอง เจ้าเป็นคนดีจริงๆ ขอบคุณ!ขอบคุณ!~

 

คาร์ลไม่สามารถบอกได้ว่าเขาสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้หรือไม่? เขาคิดไม่ออกกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่แต่เสียงน่าสะพรึงนั่นก็เงียบไปหลังจากที่มันกล่าวขอบคุณเขาจบ คาร์ลจ้องมองไปยังต้นไม้กินคนตรงหน้าเขา

 

“น่าสนใจมาก!!!!”

 

ต้นไม้กินคนจากเดิมที่เป็นสีดำตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นสีขาวก่อนจะค่อยๆมีใบไม้สีเขียวผุดขึ้นบางส่วนบนกิ่งก้านของมัน ฉากที่ปรากฏขึ้นตอนนี้คงเป็นภาพที่ดูลี้ลับมากขึ้นเพราะตัวเขาถูกล้อมรอบด้วยหมอกทึบ

 

~อร๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง~

 

เสียงที่ดังกึกก้องมันดูรุนแรงต่างจากเดิม คาร์ลคุกเข่าลงด้านข้างและทิ้งตัวลงนั่งใต้ลำต้นของต้นไม้มีแสงสีขาวสว่างจ้าออกมาจากโพรง คาร์ลยื่นมือเข้าไปในแสงสีขาว จากนั้นก็หลับตาลง

 

‘นี่ต้องได้แบบนี่’

 

พลังอันอบอุ่นและรุนแรงค่อยๆโอบรอบมือของเขาไว้ เขาเริ่มยิ้มก่อนที่จะได้ยินเสียงอีกครั้ง มันเป็นเสียงที่กังวานบริสุทธิ์และอบอุ่น

 

~มันจะปกป้องเจ้า~

 

ชิ๊ง!

 

เพียงพริบตาแสงสว่างจ้าก็โอบรอบตัวของคาร์ล มันเป็นแสงสีเงินบริสุทธิ์และมันก็ถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายของคาร์ลก่อนจะไปรวมกันที่ตำแหน่งหัวใจ

 

“เฮือกกกกกกกกก” คาร์ลถอนหายใจยาวก่อนลืมตาขึ้น มันไม่ได้รู้สึกเจ็บ มันอบอุ่นและพลังบริสุทธิ์นี้ทำให้คาร์ลมีความสุข เขารีบเปิดเสื้อที่เขาใส่ไว้ออกจากตัวเพื่อดูมัน

 

‘ฉันทำมันได้….’

 

มีโล่เงินขนาดเล็กที่ถูกสลักเป็นเครื่องหมายอยู่เหนืออกด้านซ้ายซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับหัวใจของเขา มันต่างจากรอยสักทั่วไปมันดูสวยงามและเหนือจินตนาการ โล่จะเป็นสิ่งที่บอกความสำคัญถึงความปลอดภัยของเจ้าของเหนือสิ่งอื่นใด มันก็เหมือนกับว่าโล่ที่ล้อมรอบหัวใจเขาตอนนี้จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา

 

พลังศักดิ์สิทธิ์โบราณเช่นนี้จะมีเครื่องหมายที่ไม่ซ้ำกันและมันจะเริ่มทำงานเมื่อมีการเปิดใช้งานขึ้น

 

คาร์ลได้ใช้วิธีการที่เขียนขึ้นในนิยายเพื่อเรียกใช้พลังศักดิ์สิทธิ์โบราณอย่างรวดเร็ว

 

ผ่างงงงงงงง……

 

โล่นิรันดร์กาลได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าของคาร์ล มันเป็นโล่เงินที่มีขนาดใหญ่พอที่จะปกคลุมร่างกายส่วนบนของคาร์ลได้ มันมีปีกเงินอยู่ด้านข้างทั้งสองด้านของโล่ ทำให้โล่สามารถเคลื่อนย้ายได้ภายในรัศมีร่างกายของคาร์ลและขนาดของมันก็สามารถควบคุมได้

 

คาร์ลเริ่มควบคุมขนาดของโล่ที่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตนได้แล้ว ความกลมกลืนนี้เป็นหนึ่งในลักษณะพิเศษของพลังศักดิ์สิทธิ์โบราณ นั่นเป็นเหตุผลที่เหล่าวีรบุรุษใช้มันแม้จะเป็นเพียงแค่ใช้สนับสนุนพลังหลักของตนเท่านั้น

 

คาร์ลเริ่มยิ้มออกมา

 

‘มากสุดได้เพียงสองครั้ง’

 

คาร์ลกำลังคิดถึง เชวฮันซึ่งเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ข้างกายเขา โล่ควรจะสามารถป้องกันการโจมตีจากเชวฮันได้

 

‘ความแข็งแรงของโล่นี้แข็งแกร่งกว่าที่ฉันคาดไว้ ทำไมพวกวีรบุรุษถึงไม่ใช้มันตลอดกัน?’

 

โล่นิรันดร์กาล เป็นชื่อเรียกของโล่ที่มีความเป็นอมตะยากแก่การทำลาย แต่คุณสมบัติมันก็ยังต่างกับชื่อ มันสามารถหายไปได้เมื่อถูกทำลายได้เช่นกัน หากโล่ได้รับการโจมตีที่แข็งแกร่งกว่าความสามารถของมัน โล่นี้จะเก็บสะสมพลังของมันไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อปกป้องหัวใจของเจ้าของก่อนจะหยุดพักไปหลังจากนั้นโล่จะฟื้นตัวและสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ความแข็งแรงของโล่ก็มาจากหัวใจของเจ้าของ

 

หัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำนั้นกลายเป็นพลังของโล่ หัวใจที่แข็งแกร่งของเจ้าของในขณะที่โล่พยายามปกป้องหัวใจ มันจะเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อในขณะนั้นเจ้าของมีหัวใจที่แข็งแกร่ง…?

 

‘มันก็ยิ่งทวีความแข็งแกร่งขึ้น’

 

มีหลายวิธีในการเสริมสร้างพลังศักดิ์สิทธิ์โบราณนี้ คาร์ลจะต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโล่บนเส้นทางสู่เมืองหลวง เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เขาควรจะสามารถสร้างโล่ที่สามารถฟื้นตัวได้ภายใน 10 นาทีไม่! นานไป….ต้องน้อยกว่า 5 นาที เมื่อคนที่มีพรสวรรค์เช่นเชวฮันจะพยายามฆ่าเขาด้วยพลังทั้งหมดที่เขามี พลังศักดิ์สิทธิ์โบราณเช่นเดียวกับที่พบในต้นไม้กินคนนี้เป็นเรื่องยากที่จะหามันพบยกเว้นแต่จะสามารถรู้หรือพบมันได้ด้วยความบังเอิญ ‘ความบังเอิญ’ที่มีระบุในนิยายตั้งแต่เล่ม1ถึงเล่ม5 นั่นคือสิ่งที่คาร์ล เฮนิตัสรับรู้มันเป็นอย่างดี

 

คาร์ลเริ่มยกยิ้มอีกครั้ง เขาเอื้อมมือไปสัมผัสกับโล่ที่อยู่ตรงตำแหน่งหัวใจของตน เขารู้สึกดีกับสิ่งที่ได้รับแต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกไม่ชอบใจ

 

“มันดูเหมือนพระเจ้าเกินไป”

 

มันมีลักษณะเหมือนโล่ศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าอัศวินของพระเจ้าใช้ถือคู่กับดาบตามตำนาน แน่นอนว่าเจ้าของเดิมของโล่นี้เป็นนักบวชที่เบื่อหน่ายกับคำสอนของพระเจ้าและเจ้าของคนปัจจุบันเช่นคาร์ลก็ไม่ชื่นชอบพระเจ้า

 

‘ไม่ใช่ว่าจะมีเหตุผลมากมายที่ฉันจะใช้โล่นี้’

 

เขากำลังวางแผนที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไปให้คนอื่น ความน่ากลัวของการโจมตีในเมืองหลวงนั้นเขาอาจจะต้องใช้มันหากมีสิ่งที่เป็นอันตรายเกิดขึ้นต่อตนเอง แต่เขาจะทำให้แน่ใจว่ามันจะต้องมีขนาดเล็กและเป็นเพียงเงาบางเบาเพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็นมัน

 

คาร์ลกลับไปสนใจโล่ที่อยู่บนตำแหน่งหัวใจของตนอีกครั้งและตบเบาๆไปที่ต้นไม้สีขาวที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเริ่มเดินออกไปจากบริเวณนี้ หมอกทึบเริ่มคลายลงก่อนจะเริ่มกลายเป็นสายฝนที่เริ่มตกกระทบใส่ไหล่ของคาร์ลให้เปียกชื้นขึ้น คาร์ลชอบหมอกแต่ไม่ชอบฝน เขาเริ่มเดินให้เร็วขึ้นเขาต้องไปยังคฤหาสน์ให้เร็วที่สุด ตอนนี้เขาต้องการเพียงรถม้าเท่านั้น

 

ตอนนั้นเอง

 

“เมี้ยว เมี้ยว”

 

คาร์ลรู้สึกเย็นวาบไปทั่วต้นคอ มันเป็นซอยด้านขวามือที่อยู่ด้านนอกของคฤหาสน์เฮนิตัส เขามองเห็นดวงตาสีทองสองคู่ที่จ้องมองเขาอยู่ ก่อนที่อาการขุ่นเคืองจะเริ่มปรากฏขึ้น

 

มีลูกแมวสองตัวอยู่ตรงหน้าคาร์ลพวกมันดูน่าสงสารและร่างกายต่างเปียกโชกไปด้วยสายฝน พวกมันก้าวช้าๆมาหาคาร์ลก่อนจะเอาแก้มของพวกมันถูไถไปกับเท้าของเขา

 

“เฮ้อ…..”

 

คาร์ลถอนหายใจยาวและออกเดินต่อ ลูกแมวทั้งคู่ต่างวิ่งตามหลังคาร์ลไป พวกมันออกวิ่งตามคาร์ลไปอีกครั้งเหมือนกับว่าไม่มีอะไรจะมาขัดขวางความตั้งใจของพวกมันได้แม้จะมีขาที่สั้นเพียงใดก็ตาม

 

“นายน้อยเกิดอะไรขึ้นขอรับ?”

 

คนที่ทักคาร์ลคือรองพ่อบ้านฮันส์ เขามีท่าทางสับสนและดวงตาเบิกกว้างต่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ท่าทางฮันส์จะตกใจมาก คาร์ลเดาะลิ้นของตนเองก่อนที่จะส่งสิ่งที่อยู่ในมือตนยื่นให้แก่ฮันส์

 

“อย่าถามอะไรโง่ๆ มาเอามันไป…”

 

ดวงตาของฮันส์เริ่มพราวระยับ

 

“ลูกแมวนี่ขอรับ? มันช่างน่ารักเหลือเกิน…”

 

รองพ่อบ้านฮันส์ทำตัวได้สมเป็นพ่อบ้านผู้ใสซื่อจริงๆ? เขาวางลูกแมวทั้งสองตัวใส่ในมือฮันส์ที่กำลังตื่นเต้นยินดีด้วยความระมัดระวัง

 

ลูกแมวทั้งสองที่ห้อยต่องแต่งอยู่ในมือของฮันส์ยังคงจ้องมองมาที่คาร์ลอยู่แม้ว่าพวกมันจะอยู่ในมือของฮันส์แล้วก็ตาม

 

“นายน้อย กระผมขอเป็นคนเลี้ยงลูกแมวน่ารักสองตัวนี้เองนะขอรับ?”

 

“แล้วแต่เจ้าเถิด…” ฮันส์ยิ้มกว้างขึ้นด้วยความยินดี คาร์ลเดินผ่านฮันส์ที่กำลังตื่นเต้นไปอย่างช้าๆ

 

“อ้อ! มีบางอย่างที่เจ้าต้องรู้…พวกมันจะเงียบสงบเมื่อเจ้าเอาอาหารให้มันกินและพวกมันทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน”

 

ลูกแมวทั้งสองต่างสะดุ้งและเริ่มสั่นไปทั้งตัว ตาสีทองของพวกมันเบิกกว้างขึ้นขณะที่ยังจ้องมองไปที่คาร์ล

 

“อะไรนะขอรับ?”

 

ในตอนที่คาร์ลถามขึ้นด้วยความสับสน เขาก็เดินกลับไปหาฮันส์จากนั้นก็ก้มศีรษะของตนลงก่อนจะลูบเบาๆไปที่ศีรษะของพวกมัน นี่คือสิ่งที่เขาสงสัยอยู่ตลอดในช่วง 2-3 วันมานี้และมันทำให้เขาคาใจมาโดยตลอด

 

ลูกแมวขนสีเงินมีกลิ่นเหม็นของสมุนไพรชนิดเดียวกับที่เขาเคยให้เด็กหญิงและตอนที่เขาอุ้มลูกแมวทั้งคู่เมื่อก่อนหน้านี้เขาก็ได้กลิ่นสเต็กเนื้อและเบคอนพาสต้าครีมที่เขาเคยให้แก่สองพี่น้องนั่นเช่นกัน

 

สิ่งเหล่านี้ทำให้ความสงสัยและความคาใจทั้งหมดของเขาได้รับการแก้ไขในทันที

 

“พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้งั้นหรือ?”

 

ตาสีทองของลูกแมวทั้งสองตัวยังคงสั่นไหวรุนแรง เขามองไปที่สองพี่น้องที่เคยมอบอาหารให้เมื่อไม่นานมานี้ก่อนจะยิ้มออกมา

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "บทที่ 11 เอามันออกมา 4"

0 0 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Heavenly Curse ยอดเซียนเต๋า เขย่ายุทธภพ (นิยายแปล)
Heavenly Curse ยอดเซียนเต๋า เขย่ายุทธภพ (นิยายแปล)
พฤษภาคม 17, 2022
ลุงหนวดที่ทรงพลัง
ลุงหนวดที่ทรงพลัง
กรกฎาคม 28, 2022
IF the Deep sea forgets you  ขอเพียงให้ทะเลได้ลืมเธอ
IF the Deep sea forgets you ขอเพียงให้ทะเลได้ลืมเธอ
มีนาคม 12, 2022
นักล่าปีศาจ
นักล่าปีศาจ
พฤศจิกายน 12, 2023
Harry Potter and the Secret Treasures
Harry Potter and the Secret Treasures
มีนาคม 11, 2025
Badge in Azure
Badge in Azure
มีนาคม 12, 2022
Tags:
แฟนตาซี
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz