หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique - AST บทที่ 224 - การทำความเข้าใจรูปลักษณ์กระเรียนและความสำเร็จขั้นเริ่มต้นของพลังอำนาจกระเรียน

  1. หน้าแรก
  2. เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique
  3. AST บทที่ 224 - การทำความเข้าใจรูปลักษณ์กระเรียนและความสำเร็จขั้นเริ่มต้นของพลังอำนาจกระเรียน
Prev
Next

ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique

บทที่ 224 – การทำความเข้าใจรูปลักษณ์กระเรียนและความสำเร็จขั้นเริ่มต้นของพลังอำนาจกระเรียน

 

ชิงสุ่ยค่อยๆจ้องมองไปที่ม่านกระเรียนขาวสยายปีก เขานั่งมองมันอยู่เป็นครึ่งค่อนวัน เขารู้สึกว่ามันสามารถทำให้เกิดความรู้สึกสงบขึ้นมาได้ เมื่อตอนที่เขาเห็นมันในเมืองเครื่องเรือนเมฆามรกต

 

ชิงสุ่ยเกือบจะรู้สึกราวกับว่าเขาสามารถจับความรู้สึกนั้นได้ แต่มันค่อนข้างแผ่วเบาซึ่งเข้าถึงได้ยากและเขาไม่สามารถดึงมันออกได้ ชิงสุ่ยจ้องไปที่กระเรียนบนม่าน เขาพยายามที่จะจับสัมผัสความรู้สึกของมันด้วยจิตใจของเขา

 

ชิงสุ่ยมองดูลวดลายกระเรียนบนม่านทำให้ร่างกายของเขาเกิดการคลายตัว ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขาได้แสดงท่วงท่าตามลาดลายของกระเรียนโดยไม่ได้ตั้งใจ พลังลมปราณจากเคล็ดเสริมกายาบรรพกาลกำลังไหลเวียนและค่อยๆไหลไปอย่างต่อเนื่องด้วยตัวมันเอง เขาไม่ได้จงใจทำมันแต่อย่างใด

 

ชิงสุ่ยถ่ายเทพลังลมปราณไปยังพลังอำนาจกระเรียน เขาพยายามที่จะผ่อนคลายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ทั้งทางจิตใจและร่างกายของเขา ให้เหมือนกับลวดลายกระเรียนบนม่าน ชิงสุ่ยไหลเวียนพลังลมปราณจากเคล็ดเสริมกายาบรรพกาลไปทั่วทั้งร่างกายของเขา

 

ชิงสุ่ยได้ตระหนักว่าวิธีการที่ผ่อนคลายนี้ ทำให้ทุกอณูในร่างกายเกิดความราบลื่นในการไหลเวียนพลังและไม่มีการติดขัดใดๆเลย

 

ชิงสุ่ยเผยรอยยิ้มที่มีความสุขออกมา เขาค่อยๆหมุนเวียนพลังอำนาจกระเรียนซ้ำๆไปมาตามขั้นตอนของย่างก้าวกระเรียนทะยาน

 

เขากวัดแกว่งแขนอย่างเต็มที่ด้วยการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆที่แทบไม่อาจสังเกตเห็นได้ ขาของเขามีการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนอย่างไม่มีขีดจำกัด

 

เขาค่อยๆเพิ่มความแรงของการไหลเวียนพลังลมปราณจากเคล็ดเสริมกายาบรรพกาลและความเร็วในการไหลเวียนของพลังอำนาจกระเรียนด้วย อย่างไรก็ตามชิงสุ่ยทำมันอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้เขารู้สึกผ่อนคลาย

 

เช่นเดียวกับที่ชิงสุ่ยประคับประคองตัวเอง ขณะที่เขาหมุนเวียนพลังอำนาจกระเรียนและแสดงท่วงท่าย่างก้าวกระเรียนทะยาน เขาไม่ได้เคลื่อนไหวออกไปไกลจากรัศมีหนึ่งเมตร แต่เขารู้สึกราวกับว่าเขาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

 

เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ชิงสุ่ยรู้สึกถึงบางอย่างที่เบาบางและหลังจากพละกำลังก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในตัวเขา พลังอำนาจของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมายอย่างฉับพลันในคราวเดียว ความเร็วในการเพิ่มขึ้นของพลังค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละนิด จากเหตุการณ์ดังกล่าวความเร็วของชิงสุ่ยก็เพิ่มขึ้นอีก 10%

 

เขาประสบความสำเร็จในขั้นเริ่มต้นของเคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียน ชิงสุ่ยรู้ว่าเขาได้เข้าสู่สภาวะนั้นแล้ว มันทำให้ร่างกายของเขาเบาลง ในขณะเดียวกันเขารู้สึกว่าส่วนสำคัญของเคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียนก็คือพลังอำนาจกระเรียน พลังอำนาจกระเรียนอาจมุ่งเน้นไปที่ความแน่นอนและไม่สามารถใจร้อนหรือวิตกกังวลมากเกินไป ในตอนเริ่มต้นควรใช้พลังลมปราณเพียงเล็กน้อย ผู้ที่ไม่มีความเข้าใจและความอดทนสูงจะไม่สามารถควบคุมเคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียน ได้

 

ก่อนที่เคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียนจะบรรลุถึงความสำเร็จขั้นเริ่มต้น มันใช้เพียงเล็กน้อยเพื่อเข้าถึงเคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียน ยิ่งมีความกังวลมากขึ้นเท่าไร อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่กว่าก็จะตามมา

 

ถ้าเขาไม่ได้เห็นกระเรียนในม่านกระเรียนสยายปีก ชิงสุ่ยคงจะต้องใช้เวลายาวนานอย่างน้อยหนึ่งปีหรือนานกว่านี้เพื่อที่จะเข้าถึงมัน เขาบรรลุถึงขั้นที่ 4 แห่งเคล็ดวิชากายาบรรพกาลและพลังลมปราณก็เริ่มหมุนเวียนโดยอัตโนมัติ ซึ่งมันช่วยได้มาก

 

ความโดดเด่นของเคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียนนั้นอยู่ในสถานะที่ละเอียดและไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้เต็มกำลัง นี้ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เขาเฉื่อยชาลง กระเรียนนั้นดูเหมือนว่าพวกมันจะผ่อนคลายมากเมื่อโผบิน แต่พวกมันสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและมีความอดทนสูง นี่คือประโยชน์ของเคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียน

 

ชิงสุ่ยบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้วสำหรับเคล็ดวิชารูปแบบพยัคฆ์ ด้วยความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับรัศมีกลิ่นอายราชาจากจิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ เขาสามารถบรรลุความสำเร็จขั้นเริ่มต้นของเคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียนได้ หลังจากได้รับผ้าม่านกระเรียนสยายปีกมาในตอนแรก เขาได้พบกับทางตันอยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเขาทุ่มเทให้กับการฝึกฝนอย่างหนักและความพยายามในการทำความเข้าใจในเคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียน แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความสำเร็จในการฝึกฝนของเขานั้นมาจากลวดลายภาพกระเรียนนี้

 

เขาประสบความสำเร็จทั้งสองครั้งด้วยลวดลายภาพเหล่านี้ มันเหมือนกับสิ่งที่ชางห่ายกล่าวไว้ว่า ภาพวาดอาจช่วยให้เข้าใจถึงสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น ชิงสุ่ยรู้สึกว่าเขาอาจจะต้องมองหาความก้าวหน้าจากภาพวาดราคาแพงเหล่านี้ สำหรับการฝึกฝนเคล็ดวิชาเลียนแบบสัตว์ 9 อสูรของเขาในอนาคต

 

ชิงสุ่ยคิดเสมอว่าเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วในดินแดนหยกยุพราชอมตะ แต่เขาพอใจมาก เขาพอใจที่มีเวลาในการฝึกฝนมากกว่าปกติถึงสิบเท่า

 

หลังจากที่หมุนเวียนพลังลมปราณจากเคล็ดเสริมกายาบรรพกาลอีกครั้ง เขาก็ประสบความสำเร็จถึงระดับที่ 76 ตามที่เขาหวังไว้ ความสำเร็จนี้ทำให้ชิงสุ่ยมีความสุขมาก เขาไม่ค่อยแน่ใจว่าระดับของเคล็ดเสริมกายาบรรพกาลเมื่อเทียบกับระดับการฝึกตนในโลก 9 มหาทวีปนั้นจะอยู่ที่ประมาณไหน

 

เหมือนกับตอนที่เขาอยู่ที่จุดสุดยอดของขั้นที่ 3 แห่งเคล็ดวิชากายาบรรพกาล ชิงสุ่ยรู้สึกว่าเขาสามารถเอาชนะคนที่อยู่ในจุดสูงสุดของระดับอาณาจักรพลังปราณบัญชาสวรรค์ได้ อย่างไรก็ตามมันไม่อาจเปรียบเทียบกับผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียนได้ เทคนิคของเขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในการต่อสู้ที่เกี่ยวพันถึงชีวิตและความตาย เขาแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียน เพราะการฝึกฝนเคล็ดวิชากายาบรรพกาลของเขา ทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

 

ดังนั้นเมื่อตอนที่เขาอยู่ที่จุดสูงสุดของเคล็ดวิชากายาบรรพกาลขั้นที่ 3 เขาจึงฆ่าผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียนระดับต่ำได้ เมื่อชิงสุ่ยเข้าสู่เคล็ดวิชากายาบรรพกาลขั้นที่ 4  ความสามารถของเขาอย่างน้อยก็เปรียบได้กับผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียนขั้นที่ 4 เขาสามารถจัดการพวกนั้นได้อย่างง่ายดายและได้รับชัยชนะจากการฝึกฝนฝ่ามือพุทธองค์ทองคำเก้าสะท้าน

 

ตอนนี้เขาสามารถไหลเวียนพลังเคล็ดเสริมกายาบรรพกาลได้ถึงระดับที่ 76 รอบ จาก 49 รอบ ชิงสุ่ย ได้รับพละกำลังเพิ่มมากขึ้น เมื่อเขามาถึงรอบที่ 50, 60 และ 70 ตามลำดับ มันมากเกินกว่าที่เขาจะบุกเข้าสู่ระดับอื่นๆ

 

ชิงสุ่ยยังไม่รู้ว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน แต่เขารู้ว่าเขายังไม่สามารถเอาชนะชางห่ายหมิงเยวี่ยได้ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึงขั้นสุดยอดของอาณาจักรพลังปราณเทวะเซียนเทียนจากทั้งหมด 10 ขั้น แน่นอนว่าผลประโยชน์ที่ได้รับของคนที่มาถึงขั้นสุดยอดของอาณาจักรพลังปราณเทวะเซียนเทียนนั้นก็ยังมีพลังอำนาจมากกว่า แม้ว่าจะเจอกับผู้ฝึกตนเทวะเซียนเทียนขั้น 3 พวกนั้นก็ไม่มีทางที่จะเอาชนะใครก็ตามที่อยู่ในขั้นสุดยอดของอาณาจักรพลังปราณเทวะเซียนเทียนได้ นี่คือช่องว่างที่ยิ่งใหญ่มากๆระหว่างระดับขั้นของพลัง คนๆหนึ่งอาจจะอาศัยเทคนิคหรือเคล็ดวิชาที่มีประสิทธิภาพในการท้าทายกับคนที่มีระดับพลังที่สูงกว่า หากว่าพวกเขาเป็นผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียง แต่มันกลับเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ในการจะท้าทายอำนาจของผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของระดับพลังนั้นๆ

 

สำหรับผู้เยี่ยมยุทธที่สามารถไปถึงระดับพลังขั้นที่ 10 มันเหมือนกับการระเบิดพลังที่สะสมเอาไว้ออกมาเพื่อทะลายกำแพงจากระดับพลังขั้นที่ 1 ไปจนถึงขั้นที่ 10 นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมมันถึงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้ฝึกตนปราณบัญชาสวรรค์ที่พยายามเพื่อจะบรรลุไปถึงขั้นปราณเทวะเซียนเทียนและขั้นปราณเทวะเซียนเทียนเพื่อบรรลุไปถึงขั้นปราณเทวะกษัตริย์ ซึ่งความยากของการบรรลุนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมในแผ่นดินใหญ่อย่างมหาทวีปเมฆามรกต จึงไม่มีผู้ฝึกตนระดับปราณนักบุญพิโรธเลย ในช่วงพันปีที่ผ่านมา

 

เขาคิดว่าชางห่ายหมิงเยวี่ยขอร้องให้เขาแกล้งทำตัวเป็นสามีของเธอ เพื่อต้องการจัดการกับผู้ฝึกตนปราณเทวะเซียนเทียนขั้นที่ 8 ผู้ที่ไล่ตามเธอ ชิงสุ่ยรู้สึกว่าแม้ว่าเขาอาจจะไม่สามารถเอาชนะผู้ที่อยู่ในระดับขั้นสุดยอดของอาณาจักรพลังปราณเทวะเซียนเทียน แต่เขาก็สามารถจัดการกับใครบางคนที่อยู่ในระดับปราณเทวะเซียนเทียนขั้นที่ 8 ได้ด้วยเคล็ดวิชากายาบรรพกาลขั้นที่ 4 ของเขา

 

ถ้าเขาไปถึงจุดสุดยอดของขั้น 4 แห่งเคล็ดวิชากายาบรรพกาล เขาจะสามารถท้าทายผู้ที่มีระดับพลังปราณที่สูงกว่าในระดับถัดไปขั้นที่ 1 ได้ เช่นเดียวกับที่เขาทำในตอนที่เขาอยู่ที่ระดับขั้นสุดยอดแห่งเคล็ดวิชากายาบรรพกาลขั้น 3 หรือไม่? กล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่าเขาจะสามารถเอาชนะผู้ฝึกตนขั้นเริ่มต้นของอาณาจักรพลังปราณเทวะกษัตริย์ได้หรือไม่ เมื่อเขาไปถึงจุดสุดยอดของขั้น 4 แห่งเคล็ดวิชากายาบรรพกาล?

 

ขณะที่ปล่อยให้ความคิดของเขาไหลผ่านไปมา เขาได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาทุกวันและมองไปรอบๆดินแดนหยกยุพราชอมตะ สถานที่แห่งนี้เป็นของเขาเท่านั้นและทางฝั่งของบ่อน้ำในดินแดนหยกยุพราชอมตะเอง ก็ดูเหมือนจะใหญ่โตขึ้นมามากในตอนนี้

 

อัตราการเติบโตของปลาสีดำและเต่านั้นลดลงอย่างมาก พวกมันแต่ละตัวนั้นรวดเร็วและยากที่จะจับได้เหมือนเมื่อก่อน ชิงสุ่ยรู้ว่านี่เป็นเพราะวิหคเพลิงซึ่งมักจะบินโฉบมาหาอาหารจากที่นี่ ผู้ที่ช้ากว่าจะต้องตาย สิ่งมีชีวิตนั้นมีสัมผัสรับรู้ถึงอันตรายและบรรดาสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นในดินแดนหยกยุพราชอมตะก็มักจะฉลาดกว่าสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในโลกภายนอก

 

"นี่เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน วิหคเพลิงจะได้กินเต่าและปลาสีดำที่ไม่ตัวโตมากเกินไป เพื่อที่มันจะได้ค่อยๆเติบโตอย่างช้าๆโดยไม่มีปัญหาอะไร" ชิงสุ่ยคิดอย่างมีความสุข เขารู้สึกมีความสุขอีกครั้ง เมื่อเห็นเต่าทองคำ 5000 ปี และหอยหลอดเงินขาว 1000 ปี ทั้งสองเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่นักปรุงยาทุกๆคนใฝ่ฝัน พวกมันเป็นส่วนผสมในการปรุงยาของพวกมันเองหรือแม้แต่แทนที่ส่วนผสมอื่นสำหรับการปรุงยาชนิดต่างๆ

 

ชิงสุ่ย ได้เก็บผลสุคนธ์มอมเมา งาม้วน และโกฐจุฬาลัมพาจำนวนมากไว้ที่ริมบ่อน้ำ แม้ว่าเขาจะเอาพวกมันไปให้ครอบครัวชางห่ายเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เขาสามารถกินได้อีกนาน

 

ผลเสริมปราณ ผลเสริมความว่องไว ต้นเสริมปราการ และผลเสริมกายาต่างก็เคยถูกใช้ไปจนหมดแล้ว เขาใช้ต้นเสริมปราการสองต้นสุดท้ายไปเพื่อกลั่นยาเม็ดเสริมความทนทาน

 

เมื่อเขาเห็นสมุนไพรที่มีอายุเกือบ 300 ปี ชิงสุ่ยพอใจกับพลังที่พวกมันมอบให้ ชิงสุ่ยรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับการฝึกตนและเพาะปลูกพืชเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามสาเหตุหลักที่เขามาที่นี่ก็คือเพราะมันสามารถทำให้เขามีเวลาในการฝึกฝนมากขึ้นสิบเท่าจากโลกภายนอก

 

ก่อนที่ชิงสุ่ยจะเสร็จสิ้นการฝึกฝนในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ชางห่ายหมิงเยวี่ยและห่าวหยุนลิ่วลี่ก็ได้มาถึง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้หยุดฝึกฝนใดๆ เขาเพียงเหลือบมองไปที่พวกเขาเล็กน้อยและทักทาย ในขณะที่ยังคงฝึกฝนเคล็ดวิชารูปแบบพยัคฆ์ร่วมกับเคล็ดวิชารูปลักษณ์กระเรียน การเคลื่อนไหวอาจจะดูเงอะงะ ไม่ค่อยแข็งแรงและให้ความรู้สึกแปลกๆ แต่ความลึกลับและความแข็งแกร่งของเขาก็ยังคงเป็นสิ่งที่อันตราย

 

"ยอดรัก เรามาฝึกซ้อมกันเถอะ ข้าอาจจะต้องเสี่ยงชีวิตของข้าในการต่อสู้เสี่ยงตายเพื่อเจ้าในวันนี้" ชิงสุ่ยยิ้มและพูด

 

ชางห่ายหมิงเยวี่ยยังคงไม่คุ้นเคยที่ชิงสุ่ยเรียกเธอด้วยชื่อเล่นแบบนี้ แต่เขาจะต้องเรียกเธอเช่นนี้ตลอดทั้งวัน นอกจากนี้เธอจะต้องแสดงถึงความสุขที่มีเขาอยู่ข้างกาย

 

ชางห่ายหมิงเยวี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะมีการโจมตีใส่ชิงสุ่ย ท่วงท่าของเธอดูเหมือนจะคล้ายคลึงกับของชางห่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคล้ายกับห่าวหยุน ลิ่วลี่ด้วย เมื่อเธอใช้กระบวนท่ากระบี่เริงระบำ แขนสองข้างอันงดงามของเธอก็เปรียบดั่งหิมะสีขาวซีดที่ทิ่มแทงไปยังชิงสุ่ยอย่างรวดเร็ว

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "AST บทที่ 224 - การทำความเข้าใจรูปลักษณ์กระเรียนและความสำเร็จขั้นเริ่มต้นของพลังอำนาจกระเรียน"

4 15 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา
The Alchemist God ทะลุมิติเทพศาสตรา
มกราคม 12, 2023
ซุปมาเวล
ซุปมาเวล
พฤษภาคม 23, 2024
the city of terror เมืองแห่งความหวาดกลัว
the city of terror เมืองแห่งความหวาดกลัว
มีนาคม 12, 2022
ไปจีบสาวที่โลกอนิเมะกันเถอะ!
ไปจีบสาวที่โลกอนิเมะกันเถอะ!
มีนาคม 12, 2022
4
(แฟนฟิควันพีช) ทหารเรือแห่งความมืด
มกราคม 29, 2023
เนตรเซียนทะลุสมบัติ
เนตรเซียนทะลุสมบัติ
กรกฎาคม 5, 2022
Tags:
กำลังภายใน
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz