หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique - AST บทที่ 220 – จิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์และขั้นสมบูรณ์ของรูปแบบพยัคฆ์

  1. หน้าแรก
  2. เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique
  3. AST บทที่ 220 – จิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์และขั้นสมบูรณ์ของรูปแบบพยัคฆ์
Prev
Next

ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย

https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique

บทที่ 220 – จิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์และขั้นสมบูรณ์ของรูปแบบพยัคฆ์

 

ชิงสุ่ยยังคงมองดูไปเรื่อยจนพบกับภาพเขียนบนผนัง มันมีขนาดใหญ่พอที่จะเติมเต็มผนังของเรือนรับรองได้อย่างพอเหมาะและยังมีภาพเขียนขนาดเล็กเท่าฝ่ามือบางส่วนที่ประดับอยู่รอบๆ อย่างไรก็ตามทุกชิ้นล้วนมีความสวยงามมากเกินไปที่จะซื้อไว้ใช้เพียงแค่ประดับในงานเลี้ยงฉลองหรืองานใดๆ!

 

ท่ามกลางผู้คนทั้งหมด ชิงสุ่ยได้เห็นภาพเขียนสองสามภาพที่เขาเคยพบเห็นมาก่อน เช่นจิตรกรรมภาพเขียนราชวังใบไม้ผลิ มันเป็นภาพเขียนที่ดูเรียบง่าย อย่างไรก็ตามในช่วงชีวิตนี้ พวกมันถูกนำมาขายในราคาเดียวกันกับภาพเหมือนของดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากยอดเทือกเขาและจิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ เสน่ห์ของพวกมันไม่ได้ด้อยไปกว่าภาพอื่นๆเลย

 

ชิงสุ่ยชื่นชอบในจิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ซึ่งมีฉากหลังเป็นเทือกเขาที่ยิ่งใหญ่ มันแสดงให้เห็นถึงรัศมีและกลิ่นอายของความเป็นผู้นำอย่างเต็มเปี่ยม ชิงสุ่ยจำได้ว่ามีเคล็ดบางอย่างแฝงอยู่ในจิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเคล็ดวิชารูปแบบพยัคฆ์ เมื่อเขาเห็นภาพเขียนนี้ เขาก็รู้สึกปลื้มปิติ เพราะมันจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการฝึกฝนเคล็ดวิชารูปแบบพยัคฆ์ให้กับเขา

 

ชิงสุ่ยสังเกตเห็นว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะเขาลุ่มหลงในภาพเขียนซะจนท้องฟ้าเริ่มมืดลง ชิงสุ่ยหยิบจิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ลงมาและมุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่ ห้องโถงใหญ่คือที่ที่ใช้สำหรับการติดต่อซื้อขายต่างๆ หญิงสาวท่าทางงดงามหลายคนยืนอยู่ใกล้ๆบริเวณเครื่องเรือนเพื่อช่วยในการตอบคำถามและให้ข้อมูลแก่ลูกค้า

 

ชิงสุ่ยไม่ได้สนใจที่จะสนทนากับพวกเธอ เหตุผลที่เขาตัดสินใจที่จะซื้อภาพเขียนนี้เป็นเพราะเขารู้สึกมีชะตาต้องกันกับมัน เขาไม่เกี่ยงแม้ว่ามันจะมีราคามากหรือน้อยก็ตาม เนื่องจากเขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน

 

ที่ห้องโถงใหญ่เหล่าหญิงสาวที่งดงามต่างสังเกตเห็นชิงสุ่ยกำลังถือจิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ไว้ในมือ ดวงตาของพวกเธอช่างงดงามเป็นประกายราวกับพระจันทร์เสี้ยวที่กำลังส่องแสง มันช่างเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับใบหน้าอันเรียวเล็กและขาวนวลของพวกเธอ ภาพเขียนชิ้นนี้ถือได้ว่าเป็นภาพที่ดีมากในบรรดาภาพเขียนอื่นๆ มันมีป้ายราคาแปะไว้ที่ 100,000 เหรียญเงิน

 

ชิงสุ่ยคิดว่ามันทำให้รู้สึกถึงความรู้สึกของการใช้จ่ายเงินของคนบางกลุ่ม การใช้จ่ายเงิน 100,000 เหรียญเงิน สำหรับภาพเขียนเป็นสิ่งที่คนรวยมักจะทำกัน เมื่อเขาเห็นใบหน้าอันยิ้มแย้มของหญิงสาวเหล่านั้น ชิงสุ่ยคาดเดาว่าพวกเธอคงจะคิดว่าเขาเป็นคนร่ำรวยจึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

 

หลังจากจ่ายเงินซื้อขายภาพเขียนเสร็จสิ้น ชิงสุ่ยก็ไม่ได้หันกลับไปสนใจใดๆ เขาไม่ต้องการที่จะเผชิญกับสายตาของหญิงสาวเหล่านั้นที่เต็มไปด้วยความสนอกสนใจ เขาสังเกตเห็นว่าพวกเธอได้แสดงท่าทีแบบเดียวกันทั้งหมดต่อลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อของราคาแพงๆ

 

เป็นไปได้ว่าคนที่สามารถจ่ายเงินซื้อของพวกนี้ได้มักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ?

 

ขณะที่เดินออกจากร้านค้าแห่งนี้ ชิงสุ่ยได้เก็บจิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ไว้ในดินแดนหยกยุพราชอมตะและมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ชางห่าย ในเวลาเดียวกันเขาก็คิดถึงการหยิบยืมเงินสักจำนวนหนึ่งก่อนที่เขาจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

 

แม้ว่าจะมีคำกล่าวที่ว่าสิ่งดีๆไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน แต่ในบางครั้งก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าเงินเป็นสิ่งจำเป็น เฉกเช่นเดียวกับการซื้อจิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ในวันนี้ของเขา ในขณะที่เขายังคงมีเงินเหลืออยู่ในมือราวๆ 10,000 เหรียญเงิน ชิงสุ่ยรู้สึกว่ามันไม่เพียงพอสำหรับเขาที่จะใช้จ่ายในสถานที่เช่นนี้ เขาไม่ได้เดินขึ้นไปดูชั้นบนๆเพราะว่ามันมีราคาที่ค่อนข้างแพง

 

ชิงสุ่ยใช้เวลาทั้งวันไปกับความพึงพอใจที่เขาได้รับมาและเมื่อเขากลับมาที่คฤหาสน์ชางห่ายมันก็ค่ำแล้ว อย่างไรก็ตามในเมืองหลวงของทวีปกลับไม่มีความมืดมิด เพราะหินแสงสว่างทำให้สถานที่ต่างๆภายในเมืองของโลก 9 มหาทวีป แทบจะไม่มีความมืดมิดปกคลุม แม้กระทั่งยามที่เฝ้ารักษาการณ์ในตอนกลางคืนก็รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังทำงานอยู่ในตอนกลางวัน ภายใต้แสงของหินแสงสว่าง สภาพแวดล้อมที่น่าจะดูมืดครึ้มตอนกลางคืนภายในเมืองก็กลับดูคึกคักและน่าตื่นเต้นขึ้นมาในทันที

 

เมื่อเขามาถึงที่คฤหาสน์ชางห่าย เขาสังเกตเห็นว่าทุกคนกำลังนั่งรายล้อมกันอยู่ ชางห่ายหมิงเยวี่ยและห่าวหยุนลิ่วลี่ต่างกำลังจดจ่ออยู่กับการฟังเรื่องราวที่เล่าเรื่องโดยคู่ผัวเมียชางห่าย มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสัตว์อสูรในโลก 9 มหาทวีป มันเป็นเหตุการณ์ที่ช่างน่าหลงใหล

 

"เจ้ากลับมาแล้ว พวกเรามาทานมื้อค่ำกันเถอะ" ภรรยาชางห่ายยิ้มและพูดเมื่อเห็นชิงสุ่ย มันแฝงไปด้วยเสน่ห์และความอ่อนโยนของหญิงที่งดงามอย่างแท้จริง

 

"พวกท่านกำลังพูดคุยอะไรกัน? ทุกคนดูมีความสุขมากๆ" ชิงสุ่ยยิ้มและทักทายทุกคน

 

"ท่านพ่อบุญธรรมกำลังพูดถึงช่วงเวลาวัยเด็กที่แสนซนของท่านพี่หมิงเยวี่ย" ห่าวหยุนลิ่วลี่ยิ้มและพูดตอบ

 

"น่าสนใจ! เช่นนั้นก็เล่าให้ข้าฟังด้วย" ชิงสุ่ยนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่

 

"เอาล่ะ พวกเราทานอาหารค่ำกันก่อนเถอะ เราจะพูดคุยเรื่องนี้กันหลังจากทานอาหารเสร็จ เจ้าออกไปข้างนอกตลอดทั้งวัน เจ้าพบสถานที่ที่น่าสนใจหรือไม่?" ชางห่ายหมิงเยวี่ยขัดจังหวะสิ่งที่ห่าวหยุนลิ่วลี่กำลังจะพูดเกี่ยวกับเขา

 

ชิงสุ่ยไขว้เขว่ไปเล็กน้อย ในความเป็นจริงเขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนั้นสักเท่าไหร่ เมื่อเขาได้ยินชางห่ายหมิงเยวี่ยถามว่าเขาค้นพบสถานที่ที่น่าสนใจหรือไม่ ชิงสุ่ยก็คิดถึงเมืองเครื่องเรือนเมฆามรกตทันที

 

"เมืองเครื่องเรือนเมฆามรกตเป็นสถานที่ที่ไม่เลว ข้าใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่นั่น" ชิงสุ่ยยิ้มและตอบ

 

"เจ้าใช้เวลาตลอดทั้งวันที่นั่น? เจ้าต้องการซื้อเครื่องเรือนหรือ?" ห่าวหยุนลิ่วลี่ถามด้วยความสงสัย แม้กระทั่งชางห่ายหมิงเยวี่ยก็รู้สึกแปลกใจ ชิงสุ่ยมักจะทำให้พวกเขาประหลาดใจเสมอ

 

"มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ค่อนข้างดีที่นั่นเช่นภาพเขียน" ชางห่ายขัดจังหวะและพูดแทรกขึ้นมา

 

คำพูดของชางห่ายทำให้หญิงสาวทั้งสองคนสับสนมากยิ่งขึ้น ขณะที่พวกเธอมองไปที่ชิงสุ่ยและมองกลับไปที่ชางห่าย

 

"ดูเหมือนว่าท่านก็คิดเช่นเดียวกัน" ชิงสุ่ยยิ้มและพูด

 

“ภาพเขียนเป็นสิ่งที่ล้ำค่า ผู้ที่มีความเข้าใจในระดับสูงสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังที่แอบแฝงอยู่ในภาพเขียนและยังสามารถได้รับประโยชน์มากมายจากความเข้าใจในแนวคิดใหม่ๆของผู้ที่เข้าถึงมัน"

 

คำพูดของชางห่ายสะกิดเข้ากับสิ่งที่ชิงสุ่ยคิดและเขาก็พยักหน้าเห็นด้วย

 

"เอาล่ะ ไปทานอาหารค่ำกันเถอะ เราจะคุยกันต่อหลังจากทานอาหารค่ำกัน" รู่ตงแม่ชางห่ายหมิงเยวี่ยร้องเรียก

 

หลังจากทานอาหารค่ำ ชางห่ายหมิงเยวี่ยและห่าวหยุนลิ่วลี่ก็ช่วยรู่ตงจัดเก็บโต๊ะอาหาร ชิงสุ่ยรอจนกระทั่งพวกเขาเสร็จสิ้นทุกอย่างและออกมาพร้อมกัน

 

"ข้าอยากจะขายยาฟื้นฟูขนาดเล็กให้ท่าน ข้าสามารถขายได้มากที่สุดเท่าไหร่?" ชิงสุ่ยต้องการที่จะขายมันให้กับชางห่าย เขาต้องการสำรองเงินเก็บเอาไว้จำนวนมากๆ ดินแดนหยกยุพราชอมตะของเขามีพื้นที่มากมายในการจัดเก็บเงินทอง

 

คำถามของชิงสุ่ยทำให้ทั้งสี่คนงุนงง ชิงสุ่ยถูจมูกของเขาและยิ้มอย่างงุ่มง่าม "ข้าอาจจะซื้อของบางอย่างใน 2-3 วันนี้ และข้ากลัวว่าอาจจะมีเงินไม่เพียงพอ"

 

"มันจะดีกว่าถ้าเจ้าเก็บพวกมันเอาไว้ พวกเราได้รับสิ่งต่างๆมากมายจากเจ้ามาพอแล้ว เงิน 5,000,000 เหรียญเงินจะเพียงพอหรือไม่?" ชางห่ายยิ้มเล็กน้อยและกล่าว

 

"เจ้ามาหาพวกเราได้เสมอ หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือ" ห่าวหยุนลิ่วลี่พึมพำออกมา

 

"อืมมม ก็คงจะเพียงพอแล้ว ถ้ามันมากกว่านี้ ข้าเกรงว่าจะไม่สามารถรับมันไว้ได้" ชิงสุ่ยกล่าว

 

"ท่านพ่อ ข้าพอจะมีมันอยู่บ้างนิดหน่อยตอนนี้ ข้าจะมอบมันให้กับเขาก่อน!" ชางห่ายหมิงเยวี่ยกล่าวอย่างรวดเร็ว

 

"ข้าไม่ได้มีเงินจำนวนมากขนาดนั้นติดตัวอยู่ในตอนนี้ เงินจำนวน 5,000,000 เหรียญเงิน ไม่ได้มากมายอะไร ข้าไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องใช้มัน ดังนั้นเจ้าสามารถเอาเงินไปได้ทั้งหมด" ห่าวหยุนลิ่วลี่กล่าวขณะที่เธอมองไปที่ชิงสุ่ย ทำให้รู้สึกราวกับว่าเธอเสียใจที่ไม่ได้มีเงินเตรียมพร้อมอยู่ในขณะนี้

 

ชิงสุ่ยรู้สึกทึ่งในขณะที่เขาพูดว่า "ช่างมันเถอะ ไม่ว่าจะเป็นเงินของใคร ข้าก็ขอขอบคุณทุกคน"

 

ชิงสุ่ยกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง เขาเข้าไปในดินแดนหยกยุพราชอมตะอย่างรวดเร็วและสิ่งแรกที่เขาทำก็คือ ไปที่ขวดโหลก้อนเชื้อเห็ดหลินจือ

 

ชิงสุ่ยสัมผัสได้ว่า เมื่อเขาเข้ามาในดินแดนหยกยุพราชอมตะ วิหคเพลิงก็กู่ร้องออกมาสองสามครั้งอย่างมีความสุข

 

โชคดีเป็นอย่างยิ่งที่เขาเคยเตือนวิหคเพลิงเอาไว้ก่อนว่าไม่ให้กินสิ่งนี้ ไม่เช่นนั้นเขาคงจะรู้สึกโกรธมาก ถ้ามันถูกกินจนหมดโดยวิหคเพลิง!

 

ดินแดนหยกยุพราชอมตะทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกเหมือนกับเขาอยู่ในเรือนกระจกเพาะชำ ไม่มีลมและไม่มีสภาพอากาศเช่นเมฆหรือฝน ชิงสุ่ยคิดถึงจิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ที่เขาเพิ่งซื้อมาในตอนเช้า

 

ชิงสุ่ยแขวนมันไว้บริเวณพื้นที่ว่าง ทำให้ชิงสุ่ยรู้สึกว่าเขาควรจะมีฉากกั้นห้อง เพื่อที่เขาจะสามารถแขวนภาพเขียนทั้งหมดไว้บนฉากกั้นห้องได้ในอนาคต

 

ชิงสุ่ยตัดสินใจที่จะลองไปหาซื้อฉากกั้นห้องที่เมืองเครื่องเรือนเมฆามรกตในวันพรุ่งนี้ มันต้องเป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะเขาจะสามารถแขวนภาพเขียนไว้คอยเชยชมได้ เหตุผลที่เขาตัดสินใจที่จะซื้อฉากกั้นห้อง เพราะเขานึกถึงจิตรกรรมภาพเขียนนกหงส์เพลิงที่งามสง่า ท่ามกลางสินค้าที่จะขายในร้าน เขาไม่แน่ใจว่าที่เมืองเครื่องเรือนเมฆามรกตนั้นจะมีภาพแบบนี้อีกสักอันหนึ่งหรือไม่

 

ชิงสุ่ยมองไปที่จิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์อย่างละเอียด พยัคฆ์ที่อยู่บนยอดเทือกเขาก็เหมือนกับมังกรที่โผบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ในแง่ของกลิ่นอายและกระแสพลังที่แผ่ออกมา มันดูเหมือนว่าพยัคฆ์นั้นจะมีความแข็งแกร่งมากกว่า ความน่าเกรงขามของกลิ่นอายเหล่านี้ไม่มีวันสิ้นสุด

 

ในภาพเขียนนั้นเป็นช่วงเวลาที่พยัคฆ์ร้ายกำลังกระโจนออกมาสู่จุดสูงสุดของเทือกเขา ภาพเขียนแสดงให้เห็นถึงร่างกายอันใหญ่โตและแข็งแรง มันดูว่องไวและมีกลิ่นอายของความเป็นราชา

 

ชิงสุ่ยเริ่มฝึกเคล็ดวิชารูปแบบพยัคฆ์! ขณะที่เขามองไปที่พยัคฆ์ในภาพเขียน เขาพยายามที่จะสัมผัสถึงกลิ่นอายจากพยัคฆ์ตนนั้นที่เคยสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลิ่นอายของความเป็นราชา

 

คราวนี้รูปแบบพยัคฆ์ไม่เพียงแต่จะมีกลิ่นอายที่น่าเกรงขาม แต่ยังสัมผัสได้ถึงความกดดันอันท่วมท้นที่ไม่เคยมีมาก่อน ชิงสุ่ยรู้ว่านี่เป็นกลิ่นอายของราชา ในตอนแรกมีหลายพื้นที่ที่ยังสัมผัสถึงมันได้เพียงเบาบางน้อยนิด แต่ตอนนี้มันกลับแผ่กระจายไปทั่ว ทันใดนั้นความรู้สึกของการประสบสำเร็จก็ปรากฏขึ้น เมื่อการฝึกฝนของเขาได้รับการตอบสนองและกลิ่นอายรัศมีของราชาก็แฝงอยู่ในทุกท่วงท่าของรูปแบบพยัคฆ์ที่เขาขยับ

 

แม้แต่เสียงพยัคฆ์คำรามก็ต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ชิงสุ่ยพอใจกับรูปแบบพยัคฆ์ของเขาแล้ว มันพัฒนาไปถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว

 

ชิงสุ่ยหยุดนิ่งเงียบและมองไปที่จิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์ รูปแบบพยัคฆ์ได้บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว หลังจากที่พยายามฝึกฝนจนสำเร็จอย่างยากลำบาก เขาคิดว่าความสำเร็จของเขาในวันนี้ ช่างคุ้มค่ากับเงินจำนวน 100,000 เหรียญเงิน ที่ถูกใช้จ่ายออกไป

 

ชิงสุ่ยรู้สึกว่ามันลึกลับมากๆ เขาคิดว่าการที่เขาไปที่เมืองเครื่องเรือนเมฆามรกตช่างเป็นเรื่องที่โชคดีอย่างมาก มันทำให้เขาได้รับประโยชน์อย่างมาก ต่อรูปแบบพยัคฆ์ที่บรรลุจนถึงขั้นสมบูรณ์ได้ มันช่วยเพิ่มพละกำลังให้กับชิงสุ่ยถึง 3000 จิน

 

ต่อจากนั้นชิงสุ่ยก็เริ่มฝึกฝนเคล็ดเสริมกายาบรรพกาล มันยังคงติดอยู่ที่ระดับ 75  แต่ชิงสุ่ยรู้สึกว่าเขาจะสามารถผ่านเข้าสู่ระดับ 76 ได้เร็วๆนี้ ตราบเท่าที่เขาสามารถเข้าถึงระดับที่ 98 เขาก็จะสามารถบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ได้ อย่างไรก็ตามชิงสุ่ยยังรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความจริงที่ไกลเกินเอื้อมและน่าจะเป็นไปได้ที่จะบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์

 

เพื่อก้าวเข้าสู่คลื่นสวรรค์ชั้นที่ 5 แห่งเคล็ดเสริมกายาบรรพกาล มันมีแนวโน้มว่าเขาจะสามารถเข้าสู่ระดับที่ 100 ได้หลังจากเข้าใจถึงเคล็ดบางอย่างออกแล้ว ชิงสุ่ยตัดสินใจที่จะเลิกคิดมากไปมา ในขณะที่เขาได้รับพลังอันยิ่งใหญ่หลังจากการปรับแต่งพลังของเคล็ดเสริมกายาบรรพกาลแล้ว มันก็ยากที่จะเจาะผ่านเข้าไปในแต่ละขั้น ถ้าไม่ใช่เพราะดินแดนหยกยุพราชอมตะ เขาอาจจะหยุดอยู่แค่เพียงคลื่นสวรรค์ชั้นที่ 4  แม้จะใช้เวลาทั้งช่วงชีวิตนี้ของเขา

 

เป้าหมายของชิงสุ่ยคือการคิดถึงหนทางและวิธีการในการยกระดับความสามารถของตนเองและการฝึกฝนไปสู่ขั้นสมบูรณ์ ชิงสุ่ยจำได้ว่าชางห่ายหมิงเยวี่ยได้มอบสูตรยาเม็ดเสริมความทนทานให้กับเขา เขาตัดสินใจที่จะกลั่นยานี้ขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถของตน

 

เขานำเอาผลอสรพิษวงแหวนทองคำและต้นเสริมปราการออกมา พร้อมกับตัดก้อนเชื้อเห็ดหลินจือบางส่วนใส่ไว้ หลังจากนั้นเขาก็หยดเลือดจากเต่าทองคำ 5000 ปี และหอยหลอดเงินขาว 1000 ปีลงไป

 

เขาใส่สิ่งเหล่านี้ลงไปในหม้อกลั่นยาเหล็กทองคำประกายเพลิงและเพิ่มปริมาณน้ำให้เหมาะสมจากบ่อน้ำในดินแดนหยกยุพราชอมตะ ชิงสุ่ยใส่ผลอื่นๆที่เหลือลงไปและค่อยๆให้ความร้อนจากเปลวไฟที่ลุกโชน

 

เมื่อมีเสียงเดือดของน้ำเริ่มดังขึ้น ชิงสุ่ยเพิ่มความร้อนจากเปลวไฟขึ้นตามลำดับ เมื่อเขาได้เพิ่มส่วนผสมอื่นๆที่เขาเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ใส่ลงไป

 

ชิงสุ่ยมีประสบการณ์ถึงสองครั้งในการผสมยาฟื้นฟูขนาดเล็ก ดังนั้นเขาจึงมีความมั่นใจในการกลั่นยาเม็ดเสริมความทนทานในครั้งนี้ นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่ามันง่ายมาก

 

การกลั่นยาเป็นการทดสอบความอดทนของคนๆหนึ่งและผู้ที่ไม่มีมันก็จะไม่สามารถกลั่นยาได้สำเร็จ ยิ่งยาที่มีคุณภาพสูงมากแนวคิดนี้ก็จะเห็นผลมากขึ้น ได้มีการกล่าวกันว่ามียาเม็ดระดับพระเจ้าบางยา ซึ่งจะใช้ต้องใช้พลังงานและเลือดของนักกลั่นยาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการกลั่น เมื่อกลั่นสำเร็จแล้วมีความเป็นไปได้ที่นักกลั่นยาอาจจะถึงแก่กรรมสูงมากหรืออย่างน้อยที่สุดเขาอาจจะเป็นอัมพาตไปครึ่งหนึ่ง

 

การกลั่นยาฟื้นฟูขนาดเล็กจะต้องมีสมาธิค่อนข้างสูง ยิ่งต้องมีสมาธิมากเท่าใดก็จะยิ่งต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นยาที่ดีกว่าและมีคุณภาพสูง สมาธิที่ต้องใช้และระยะเวลาในการกลั่นก็จะยิ่งมากขึ้น นี่เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างเครียด

 

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "AST บทที่ 220 – จิตรกรรมภาพเขียนพยัคฆ์และขั้นสมบูรณ์ของรูปแบบพยัคฆ์"

4 15 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

Apocalypse Meltdown (โลกาวินาศล่มสลาย)
โลกาวินาศล่มสลาย
พฤษภาคม 17, 2022
กล่องจักรวาล(Universe Storage Box)
กล่องจักรวาล(Universe Storage Box)
ธันวาคม 8, 2022
เจ้าแห่งเกาะ
เจ้าแห่งเกาะ
พฤษภาคม 17, 2022
ฉันมีมานาไร้ขีดจำกัดในวันสิ้นโลก
ฉันมีมานาไร้ขีดจำกัดในวันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
ตัวเอกพวกนั้นฉันฆ่าเองแหละ (The Protagonist Are Murdered by Me)
ตัวเอกพวกนั้นฉันฆ่าเองแหละ (The Protagonist Are Murdered by Me)
มีนาคม 12, 2022
Pirates Achievements System
Pirates Achievements System
มีนาคม 12, 2022
Tags:
กำลังภายใน
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz