เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique - AST บทที่ 218 - ส่วนผสมของยาเม็ดเสริมความทนทาน เนื้อเห็ดหลินจือทองคำ
- หน้าแรก
- เทพอสูรบรรพกาล -Ancient Strengthening Technique
- AST บทที่ 218 - ส่วนผสมของยาเม็ดเสริมความทนทาน เนื้อเห็ดหลินจือทองคำ
ฝากติดตามเพจด้วยนะครับ แฟนเพจ แจ้งเตือนก่อนใคร กดเลย
https://www.facebook.com/AncientStrengtheningTechnique
บทที่ 218 – ส่วนผสมของยาเม็ดเสริมความทนทาน เนื้อเห็ดหลินจือทองคำ
ชางห่ายหมิงเยวี่ยเห็นว่าภายในกำไลของพ่อของเธอดูเหมือนจะเป็นอัญมณีสีดำระดับ 3 แต่เมื่อเธอมองเห็นอัญมณีสีดำใกล้ๆ เธอก็รู้ได้ทันทีว่ามันคืออัญมณีสีดำขั้นที่ 4…………..
"ท่านผู้อาวุโส ข้าตั้งใจจะมอบมันให้เป็นของขวัญแก่ท่าน เหตุใดท่านถึงปฏิบัติกับข้าราวกับคนนอก?"ชิงสุ่ยสายหน้า
ชางห่ายผู้เป็นพ่อคิดก่อนจะกล่าว "ข้าไม่ได้จะปฏิบัติกับเจ้าดุจคนนอก แต่เจ้ายังไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆต่อลูกสาวข้าเลยนะ" เขาพยายามจะหว่านหลอมสร้างสานสัมพันธ์ระหว่างลูกสาวเขากับชิงสุ่ยในหลายต่อหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ถูกปฏิเสธโดยชิงสุ่ย ชิงสุ่ยนั้นต้องการใช้ชางห่ายรู้สึกว่าเขานั้นเป็นคนที่น่าโปรดปราน
ชางห่ายหมิงเยวี่ยหลังจากได้ยินวลีที่ว่า "เหตุใดท่านถึงปฏิบัติกับข้าราวกับคนนอก?"มันทำให้เธอเริ่มคิดอย่างผิวเผินว่า ถ้าหากเขาไม่ใช่คนนอกแล้วเขาจะเป็นอะไร? เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เธอก็เริ่มรู้สึกเขินอาย
" ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องกังวล ข้ามีสูตรยาบางอย่างที่จะมอบให้กับเขาแล้ว"ชางห่ายหมิงเยวี่ยยิ้ม จากนั้นเธอก็หยิบแผ่นหนังจารึกและส่งมอบมันให้กับชิงสุ่ย
ชิงสุ่ยยิ้มและรับแผ่นหนังจารึกจากชางห่ายหมิงเยวี่ยที่กำลังแสดงท่าทางแปลกประหลาด เมื่อชิงสุ่ยคิดถึงเรื่องนี้ เขาจึงยิ้มอย่างข่มขื่นและรีบหยิบขวดยากระเบื้องขนาดเล็กที่เขาเตรียมไว้ให้กับเธอ
"ยกโทษให้ข้าด้วยเถิดที่คาดลืมมอบมันให้กับแม่นางผู้เลิศเลอ"ชิงสุ่ยส่งมอบของขวัญด้วยท่าทางที่กระวนกระวาย
เมื่อมองดูชิงสุ่ย คู่รักสามีภรรยาชางห่ายทำได้เพียงแค่ยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มแสดงความยินดีที่ได้เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างชิงสุ่ยกับลูกสาวของเขา
ชิงสุ่ยเมื่อมองอย่างรวดเร็วและเห็นคำว่า "ยาเม็ดเสริมความทนทาน" ด้วยความอยากรู้เขาจึงมองลงมาด้านล่างและเห็นว่ามันต้องการใช้เพียงส่วนผสม 5 ส่วนเท่านั้น ซึ่งส่วนผสมทั้งหมดนั้นเขาสามารถรวบรวมมันได้อย่างง่ายดาย เว้นเสียแต่ส่วนผสมเพียงอย่างเดียวที่เขาไม่อาจหาได้ตอนนี้ นั่นคือผลเสริมปราการ
ส่วนผสมที่เหลือนั้นก็คือ เห็ดหลินจือพันปี เมล็ดที่อยู่ภายในร่างกายสัตว์อสูร ฟันหมาป่าหิมะขาว และลำไส้ของหมีอสูร ซึ่งเห็ดหลินจือพันปี ชิงสุ่ยเคยเห็นมันอยู่ที่ร้านโอสถสหัสวรรษ ดังนั้นมันจึงไม่มีปัญหา และตัวของชิงสุ่ยเมล็ดก็ยังมี เมล็ดพลังที่อยู่ภายในร่างกายของราชันอสรพิษวงแหวนทองคำที่อยู่ในดินแดนหยกยุพราชอมตะ ส่วนสัตว์อีก 2 ตัว ไม่ว่าจะเป็นหมาป่าหิมะขาว หรือหมีอสูร ชิงสุ่ยสามารถแทนที่ของเรานั้นได้โดยอาศัยเลือดของเต่ายาทองคำและหอยหลอดพันปี
นั่นก็หมายความว่าโอกาสที่เขาจะสามารถเรียนรู้มันมีโอกาสเป็นไปได้ง่าย ในขณะที่เขากำลังตื่นเต้น เขาก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ไม่มีอีกคำอธิบายใดๆเลย ยกเว้นเพียงแต่ชื่อของมันที่ปรากฏ "ยาเม็ดเสริมความทนทาน" ผลลัพธ์ที่ได้สามารถคาดเดาได้ เนื่องจากส่วนผสมที่อยู่ด้านล่างนั้นล้วนเป็นของมีค่า และมีอายุไม่ต่ำกว่าพันปี ดังนั้นผลลัพธ์ของมันจะต้องยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
แม้ผลลัพธ์จะไม่ถูกเขียนอยู่ในจารึกหนังสัตว์แผ่นนี้ แต่เมื่อชิงสุ่ยมองไปที่ชางห่ายหมิงเยวี่ยดูเหมือนว่าแววตาของเธอนั้นกำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงามมันทำให้เขาจมอยู่ในความงามของเธอโดยลืมเลือนเรื่องทั้งหมดไปชั่วขณะ
"เจ้ารู้เรื่องผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ยาเม็ดนี้หรือเปล่า?"ชิงสุ่ยรู้สึกร้อนรนเล็กน้อย หลังจากที่เขาพยายามจ้องมองเธอต่อหน้าพ่อแม่ของเธอ
"ยาเม็ดเสริมความทนทาน เม็ดนี้สามารถเพิ่มระดับความอดทนได้สูงถึง 50% และสามารถเพิ่มความอดทนให้แก่สัตว์อสูรได้อีกด้วย"ชางห่ายหมิงเยวี่ยกล่าวตอบกลับ
"เออออ……สัตว์อสูรสามารถใช้มันได้ด้วย" ชิงสุ่ยกำลังคิดว่า เพียงแค่การเพิ่มความสามารถในการอดทนขึ้นอีก 10% ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องดีแล้ว เช่นถ้าหากมีความสามารถในการอดทนต่อการโจมตีได้ 10 ครั้ง ถ้าหากเพิ่มขึ้นอีก 10% นั่นก็หมายความว่าจะสามารถทนต่อการโจมตีได้ถึง 11 ครั้ง แล้วด้วยความเร็วสูงสุดของสัตว์อสูร ถ้าหากพวกมันบินได้ไกลสูงสุด 10000 ลี้และด้วยความอดทนที่เพิ่มขึ้น 10% นี้นั่นก็หมายความว่าพวกมันจะบินได้ไกลขึ้นถึง 11000 ลี้
"อืมมม ไม่เลวเลย มันเป็นยาเม็ดที่ดี ถ้าหากค่าสามารถกลั่นมันได้สำเร็จ ข้าจะมอบมันให้กับนกยักษ์ของเจ้าด้วย……."
ในช่วงปลายรุ่งอรุณ ชิงสุ่ยก็ออกไปข้างนอกเพียงคนเดียว โดยที่หญิงสาวทั้งสองได้ตามเขาไปยังร้านโอสถสหัสวรรษในภายหลัง
"ลิ่วลี่ มาเถิด พวกเราเดินไปพลางคุยไปพลางกันดีกว่า"ชางห่ายหมิงเยวี่ยดึงมือของห่าวหยุนลิ่วลี่
"อืม ได้เลย ข้าเองก็อยากเดินเล่นกับพี่สาวด้วย"ห่าวหยุนลิ่วลี่เองในตอนนี้ก็เริ่มสนิทกลับชางห่ายหมิงเยวี่ย จนสามารถเรียกเธอว่า "พี่สาว"ได้อย่างเต็มปาก มันจึงทำให้เธอค่อนข้างถูกล้อเลียนจากชิงสุ่ย
"ลิ่วลี่ วันนี้เราจะมาพูดทุกอย่างกันอย่างตรงไปตรงมา และก็ห้ามมีใครโกหกเด็ดขาดเลยนะ จะว่าอย่างไร?"ชางห่ายหมิงเยวี่ยยิ้มให้กับห่าวหยุนลิ่วลี่
"เออ… ข้าไม่เคยคิดจะโกหกใดๆต่อหน้าพี่สาวเลย ข้าไม่เคยคิดโกหกเลย"ห่าวหยุนลิ่วลี่ยิ้มกลับมาด้วยความจริงใจ
ชางห่ายหมิงเยวี่ยหัวเราะอย่างมีความสุขในขณะที่เธอมองไปไกลๆและเริ่มเดินช้าๆ "ดูเหมือนว่าเจ้าพยายามหลีกเลี่ยงชิงสุ่ยเพราะข้าอย่างนั้นหรือ?"
หลังจากสิ้นสุดคำพูด ชางห่ายหมิงเยวี่ยยังคงมองดูใบหน้าและอารมณ์ของห่าวหยุนลิ่วลี่ที่เงียบสงัด เธอสัญญาแล้วว่าเธอจะไม่โกหกใดๆต่อชางห่ายหมิงเยวี่ย ดังนั้นการที่เธอเงียบไปนั้นก็เปรียบดังการที่กำลังโกหก
"ลิ่วลี่ ถ้าเขาบอกเล่าหรือว่า เรื่องระหว่างข้ากับเขามันเป็นไปไม่ได้ ถ้าหากเจ้ายังคิดหลีกเลี่ยงเขาอยู่ สักวันหนึ่งเจ้าจะต้องเสียใจ"ชางห่ายหมิงเยวี่ยถอนหายใจและกล่าวกลับห่าวหยุนลิ่วลี่
"ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เรียกว่ารัก แต่ข้ารู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ต้องยอมแพ้ เจ้าคิดว่าอย่างไร?"ชางห่ายหมิงเยวี่ยรู้ดีว่าห่าวหยุนลิ่วลี่เป็นคนหัวแข็ง
"พี่สาว ท่านไม่ชอบเขาจริงๆหรือ?"ห่าวหยุนลิ่วลี่ถามอย่างจริงจัง
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"ชางห่ายหมิงเยวี่ยหัวเราะออกมา
"ลิ่วลี่ เจ้าเป็นคนน่ารัก เจ้ามักจะคิดว่าทุกอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ดีเสมอ แต่ในบางครั้ง การที่เจ้ายอมมอบสิ่งที่ดีเหล่านั้นให้กับผู้อื่นมันอาจจะกลายเป็นสิ่งไม่ดีก็ได้เช่นเดียวกับความรัก เจ้าคิดว่าอย่างไร? ถ้าหากวันนึงมีผู้หญิงคนหนึ่งต้องการสิ่งที่สำคัญที่สุดของเจ้า เจ้าจะยอมหรือไม่?"
ห่าวหยุนลิ่วลี่ฟังคำพูดของชางห่ายหมิงเยวี่ย เธอค่อนข้างตกตะลึงชั่วขณะหนึ่งก่อนถึงพูดอย่างช้าๆว่า " แต่เขาเป็นคนดีจริงๆ ถ้าเพียงรู้สึกว่า เขานั้นคู่ควรกับพี่สาว"
"เจ้าเด็กโง่ เจ้าคิดมากไปอีกแล้ว ถ้าหากข้าสามารถหาชายที่ยอดเยี่ยมกว่านี้ได้ เจ้าจะชอบเขาหรือไม่? ข้าขอบอกเลยว่าบางสิ่งบางอย่างนั้นมันไม่สามารถบังคับกันได้ ในวันนี้ข้าเพียงอยากจะบอกเจ้าเจ้าจงไขว่คว้าในสิ่งที่เจ้าต้องการ และอยากปล่อยให้ตัวเองต้องเสียใจอีกเลย"ชางห่ายหมิงเยวี่ยกล่าวกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
ห่าวหยุนลิ่วลี่เงียบไปสักพักนึงก่อนที่จะพยักหน้าตามที่ชางห่ายหมิงเยวี่ยกล่าว และค่อยๆยิ้มอย่างมีความสุข รอยยิ้มนั้นเปรียบดังการบรรเทาภาระที่หนักอึ้งออกจากใจ
ชิงสุ่ยเดินเข้าไปในร้านโอสถสหัสวรรษได้เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งมองนอกรอบราวกับกำลังรอบางสิ่งบางอย่างมาเป็นเวลานาน
เมื่อเขามองเห็นชิงสุ่ย รอยยิ้มบนใบหน้าของชายชราก็ปรากฏขึ้นในขณะที่เขาดีต้อนรับชิงสุ่ย ซึ่งตัวของชิงสุ่ยเพลงเพราะตระหนักได้ว่าร้านโอสถแห่งนี้ไร้ซึ่งลูกค้าใดๆทั้งหมดและเขาก็คาดเดาได้ว่ามันคงเป็นชายชราเองที่ปฏิเสธลูกค้าเพื่อรอเขา
นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาไปปรากฏอยู่ในห้องของยี่เอ๋อ ก่อนที่หญิงสาวจะยิ้มและทักทายอย่างมีความสุขหลังจากได้เห็นหน้าของชิงสุ่ย
ชิงสุ่ยไม่กล่าวอ้อมค้อมใดๆทั้งสิ้น เขาหยิบขวดขึ้นมา 2 ขวด ขวดแรกเป็นเลือดของเต่ายาทองคำ และอีกขวดหนึ่งเป็นเลือดของหอยหลอดพันปี "จงกินของเหลวนี้ หนึ่งหยดในทุกๆวัน"
ชายชรามองไปที่ของเหลวหายากภายในขวด เขาเองค่อนข้างไม่เชื่อว่ามันจะสามารถยืดอายุขัยของยี่เอ๋อได้ถึง 50 ปีจริงๆ แต่เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เพราะมันอาจดูไม่สุภาพต่อชิงสุ่ย ชายชราจึงคิดเพียงอย่างเดียวว่า "อย่างน้อยก็ได้พยายามรักษาแล้วถึงแม้ผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่ต่างจากเดิม" แม้ว่าเขาอยากให้ชิงสุ่ยเป็นคนที่สามารถรักษาหลานสาวของเขาได้ และเขาเองก็รู้ว่าเรื่องเหล่านี้คงเกิดขึ้นได้ยาก ผู้ฝึกตน แม้กระทั่งหมอหรือนักปรุงยาที่โด่งดังเองก็ยังไม่อาจรักษาหรือแม้กระทั่งแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
ชิงสุ่ยสามารถมองเห็นความสงสัยที่อยู่ภายในใจลึกลึกของชายชราก่อนที่เขาจะยิ้มและกล่าวว่า "ท่านคงตามหาผู้คนมากมายเพื่อรักษาหลานสาวของท่าน และท่านก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องยากในการรักษานาง และท่านคงกำลังคิดว่าสิ่งของพวกนี้มันยากเกินจะเชื่อว่ามันจะสามารถยืดอายุขัยหลานสาวของท่านได้ถึง 50 ปีถึงจริงๆ"
"ไม่ ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อ ข้าเชื่อในตัวเจ้าพ่อหนุ่ม" ชายชรายิ้มอย่างอึดอัดใจ
ชิงสุ่ยลังเลชั่วขณะก่อนที่เขาจะหยิบขวดยากระเบื้องออกมา 2 ขวดก่อนที่จะส่งมันให้กับชายชรา "โปรดตรวจสอบมันก่อนเถอะแล้วท่านจะรู้เรื่องเหล่านี้นี่เอง"
ชายชราหยิบขวดหนึ่งออกมาด้วยท่าทีที่ไม่แน่ใจก่อนที่เขาจะเปิด "นี้เจ้าคือนักปรุงยาที่อยู่ระดับราชัน ยี่เอ๋อของข้ามีความหวังแล้ว "เขากล่าวด้วยความกระวนกระวายใจในขณะที่ร่างกายของเขากำลังสั่นเทา
"ผู้อาวุโส ข้าขอมอบขวดทั้งสองให้แก่ท่าน ทุกๆคนจะสามารถกินมันได้เพียง 2 เม็ดเท่านั้นนี่คือข้อจำกัด ท่านสามารถใช้มันได้คนหนึ่ง ส่วนหลานสาวของท่านนั้นจะต้องรออีกครึ่งเดือนหลังจากที่หลานสาวของท่านดื่มของเหลวในขวดทั้งสองนี้จนหมด แล้วท่านค่อยให้นางกินเม็ดยาเหล่านี้ หลังจากที่นางกินชีวิตของนางจะถูกเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็อีก 50 ปี"ชิงสุ่ยกล่าวอย่างเรียบง่าย
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดดังนั้นเขาจึงไม่คิดปฏิเสธมัน
"พ่อหนุ่มน้อย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ข้าต้องการดังนั้นข้าจึงไม่อาจปฏิเสธมันได้ โปรดรอสักครู่ก่อนเถิด!!!!"ชายชรากล่าวพร้อมก็เดินออกไป
ในห้องเหลือเพียงชิงสุ่ยจับหญิงสาวที่ถูกเรียกว่ายี่เอ๋อ บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนแปลงไปนิดหน่อย ซึ่งแน่นอนว่าชิงสุ่ยก็รับรู้ได้ถึงมัน นั่นก็คือหญิงสาวคนนั้นกำลังมองชิงสุ่ยด้วยความสนใจ
"เจ้าอายุเพียงแค่ 18 ปีจริงๆหรือ?"
ชิงสุ่ยเดาว่า เธอคงเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้ในตอนที่สาวกนิกายกระบี่นภาพูดคุยกันในตอนที่เขาเป็นผู้พิทักษ์หนุ่มที่อยู่น้อยที่สุด รวมถึงการที่เขาเป็นผู้อาวุโสที่อายุน้อยที่สุดเช่นกัน
"อายุไม่สำคัญหรอก"ชิงสุ่ยยิ้มและตอบ
"เออ…….นั่นก็เป็นความจริง ต้องขออภัยในเหตุการณ์ครั้งก่อนที่เกิดขึ้นด้วย"หญิงสาวมองไปที่ชิงสุ่ยก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาบาง
"ขอโทษข้า? เข้าจำได้ว่าข้าเป็นคนทำร้ายเจ้าในตอนที่เราเจอกันครั้งก่อน?"ชิงสุ่ยจ้องมองหญิงสาวด้วยความแปลกประหลาด
"ในตอนนั้น ข้าคิดเพียงว่าถ้าต้องการจะสู้กับเจ้า โดยที่ข้าละเลยความจริงที่ว่าคนรักของเจ้ากำลังได้รับบาดเจ็บ ทำให้เจ้าต้องเสียเวลา"
ในที่สุดชิงสุ่ยก็รู้เหตุผลว่าทำไมในตอนนั้นเธอจึงคิดจะต่อสู้กับเขา นั่นคงเป็นเพราะเธอนั้นไม่กลัวตาย
"ไม่ต้องกังวลหรอก ในตอนนั้นข้าเองก็พลั้งมือโจมตีเจ้ารุนแรงเกินไปหน่อย"ชิงสุ่ยหัวเราะเบาๆเพราะเขานั้นทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ
"สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยผ่านมันไปเถิด ยังไม่พูดถึงมันอีกเลย ดูเหมือนเราจะยังไม่คุ้นเคยกัน ตัวข้ามีนามว่าชิงห่านยี่"หญิงสาวกล่าวอย่างมีความสุขด้วยใบหน้าที่สดใส
ในไม่กี่อึดใจ ชายชราก็ถือถุงผ้าขนาดใหญ่ก่อนที่เขาจะส่งให้ชิงสุ่ย ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความสุข
"สิ่งนี้คืออะไร?"ชิงสุ่ยถามด้วยความงุนงง
"เห็ดหลินจือ 5000 ปี!!!!!!!"
ชิงสุ่ยเปิดถุงออกมาและเห็นเห็ดหลินจือขนาดใหญ่เท่าลูกเมล่อนหิมะ ผิวของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยสีทอง และเนื้อของมันนั้นเต็มไปด้วยเส้นใหญ่ที่พาดผ่านกันไปมามากมาย
มันเป็นเห็ดหลินจือสีทองอย่างแท้จริง ชิงสุ่ยรู้จักมันดีในชื่อ ไทส่วยเอี๊ย(ไทส่วย) เห็ดหลินจือในตำนาน
ไทส่วยแม้ว่าจะถูกเรียกว่าเห็ดหลินจือแต่มันไม่ได้เป็นทั้งพืช เป็นทั้งสัตว์ หรือเป็นเชื้อรา แต่มันเป็นสิ่งมีชีวิตลักษณะที่ 4 เพราะว่าเนื้อของมันนั้นมีลักษณะคล้ายเนื้อสัตว์มันจึงถูกเรียกเป็นสิ่งมีชีวิต ในขณะที่ทั้งอ้วนและใหญ่แต่กลับโปร่งใสและเปล่งประกายดุจน้ำแข็ง มีคนเคยกล่าวไว้ว่า เนื้อของเห็ดหลินจือนั้นคือยาอำมฤต แม้ว่าจะถูกพิสูจน์แล้วว่ามันไม่ใช่ความจริง ได้อย่างน้อยที่ทุกคนรู้ดีก็คือมันสามารถยืดอายุขัยของคนได้
ชิงสุ่ยไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะได้เห็นเห็ดหลินจือในตำนาน เห็ดหลินจือทองคำต่อหน้าสายตาของเขา มันเป็นเห็ดหลินจือทองคำที่มีอายุกว่า 5000 ปี ซึ่งมันควรเรียกว่าเห็ดในตำนานไทส่วยทองคำ
"ด้วยความเคารพท่านผู้อาวุโส แต่สิ่งนี้เป็นของขวัญที่มีค่ามากเกินไป"ชิงสุ่ยกล่าวด้วยความลังเล
"ฮ่าๆๆๆๆ ถึงแม้มันจะมีค่าต่อตัวข้าจริงๆ แต่หลานสาวของข้านั้นมีค่ามากกว่า 10000 เท่า ช่างน่าแปลกใจจริงๆที่ข้ายกมันให้เจ้าแต่เจ้ากลับปฏิเสธ ได้โปรดอย่าทำลายน้ำใจของชายชราคนนี้ที่มีต่อเจ้าเลย"
"ก็ได้ ข้าจะขอรับมันด้วยความเต็มใจ ข้าเชื่อว่าในอนาคตสิ่งนี้จะต้องช่วยข้าได้อย่างมาก"ชิงสุ่ยแท้จริงแล้วเขาไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนใดๆเลยจากความเมตตาของเขา แต่เขากลับได้เห็ดหลินจือทองคำจากการกระทำของเขา มันเป็นสิ่งตอบแทนที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งที่เขาให้ไป
ในตอนที่ชิงสุ่ยกำลังจะจากไปเขาก็ได้รับสมุนไพรพันปี โดยที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้แม้แต่ครั้งเดียว ชายชรายังคงให้พยายามยัดเยียดให้เขาเลือกสมุนไพรออกไปอีก ดังนั้นชิงสุ่ยจึงเลือกหยิบบัวหิมะพันปี และด้วยความปฏิเสธของเขาที่ยกเรื่องเห็ดหลินจือทองคำออกมา เขาจึงสามารถหลีกเลี่ยงและออกมาได้
แต่ทั้งหมดทั้งมวลชายชรายังคงยืนกรานให้ชิงสุ่ยเลือกสิ่งของเพิ่มเติม ดังนั้นชิงสุ่ยจึงเลือกที่จะสัญญาว่าจะกลับมาอีกครั้งในยามที่เขาต้องการสมุนไพร
เมื่อออกมาจากร้านโอสถสหัสวรรษ ชิงสุ่ยแนะนำเห็ดหลินจือทองคำไปเก็บไว้ในดินแดนหยกยุพราชอมตะ แล้วเมื่อเขาเข้าไปข้างในเขาก็รู้ว่ามันสามารถเติบโตได้ดีในน้ำ เขาจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปในดินแดนหยกยุพราชอมตะในยามค่ำคืน เพื่อเก็บมันไว้ในบ่อน้ำเล็กๆ
ถนนที่กว้างใหญ่ถูกเติมเต็มไปด้วยการค้ามากมายแม้แต่กลุ่มนิกายหรือตระกูลขนาดใหญ่ยังคงอยู่ไปชั่วอาณาบริเวณ พวกเขายังคงเป็นมนุษย์ยังต้องการที่จะกินอาหาร ต้องการเสื้อผ้าและต้องการเงินตราเพื่อดูแลครอบครัว ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งเงินลงทุนของนิกายและตระกูลที่เชี่ยวชาญทางด้านการค้าขาย
การตามหาสมบัติล้ำค่านั้นเป็นสิ่งที่ลำบากแล้วต้องใช้ความอดทน ชิงสุ่ยไม่เห็นอะไรเลยที่น่าสนใจหลังจากที่เขาได้พยายามเดินตามท้องถนนกว่าครึ่งวัน แม้ว่าเขาจะได้ชมพื้นถนนที่ดูงดงาม และด้วยอากาศที่ร้อนอุ่น มันจึงทำให้หญิงสาวมากมายแต่งกายในชุดเปิดเผยเรือนร่าง ทั้งหน้าอกที่ดูยั่วยวน สะโพกที่กลมมน เอวที่เรียวคอดสามารถดึงดูดความสนใจจากบุรุษเพศได้อย่างดี