หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 879: การปล้นกลางวันแสกแสก

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 879: การปล้นกลางวันแสกแสก
Prev
Next
ตอนที่  879: การปล้นกลางวันแสกแสก

 

เจี้ยนเฉินยืนอยู่พร้อมกับกระบี่ที่อยู่ในมือของเขา เขาไม่ได้ใช้พลังงานใดใดเพื่อลอยอยู่กลางอากาศ ในขณะที่ลมแรงปลิวไสว เสื้อของเขาก็พริ้วไสวอย่างอิสระไปกับสายลมในขณะที่ผมของเขาปลิวสยาย เขายืนอยู่เหมือนเทพเจ้าสงครามที่ไม่เคยพ่ายแพ้

หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือด เสื้อของเจี้ยนเฉินยังคงสภาพสมบูรณ์นอกเหนือจากรูที่ถูกซุ่มโจมตีในครั้งแรก

ในอีกด้านหนึ่งนั้น ผู้นำเผ่าคนก่อนอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ เขากระเซอะกระเซิงและเต็มไปด้วยรอยฟันจากดาบและเสื้อของเขาถูกย้อมไปด้วยสีแดง เขาเต็มไปด้วยเลือดซึ่งน่ากลัวมาก

เขาหายใจหอบในขณะที่เขาลอยอยู่ระดับหนึ่งพันเมตร หอกยาว 5 เมตรห้อยตกลงมาอย่างไร้พลังไปที่พื้นเพราะว่าเขาไม่มีพลังพอที่จะยกมันขึ้นมา

ในการต่อสู้กับเจี้ยนเฉิน เขาพบกับความพ่ายแพ้อย่างแสนสาหัสด้วยกำลังของเขาที่เป็นถึงเซียนผู้คุมกฏชั้นสวรรค์ที่ 8 นอกเหนือจากการซุ่มโจมตีของเขาในครั้งแรก เขาก็ก็ไม่สามารถเตะต้องได้แม้แต่เสื้อของเจี้ยนเฉินเลยและเขากลับตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่เสียเอง

“ข้าขอขอบคุณท่านนักรบที่กรุณา ข้าขอถามได้ไหมว่าท่านคือใครและให้ข้าเรียกท่านว่ากระไรดี ? ” ผู้นำเผ่าคนก่อนคำรามออกมา เสียงของเขาค่อนข้างอ่อนแอ เขารู้ดีว่าเจี้ยนเฉินมีโอกาสนับไม่ถ้วนในการที่จะฆ่าเขาก่อนหน้านี้ นี่เป็นเพราะการโจมตีของขาถูกสกัดไว้ได้โดยเจี้ยนเฉินทั้งหมด การโจมตีด้วยกระบี่ของเจี้ยนเฉินนั้นเร็วมากถึงขั้นที่น่าเหลือเชื่อ

“ข้าไม่ได้อยู่ในองค์กรไหน ! ข้าคือหยางยู่เทียน ! ” เจี้ยนเฉินตอบอย่างสงบ

“ยังไงก็เถอะ เมื่อเผ่าแห่งความกล้ามีนักรบที่แข็งแกร่งที่คอยช่วยเหลืออยู่ พวกเราเผ่าเมิ่งหวงจะถอยกลับและ ตามกฎของอาณาจักรทะเล เผ่าเมิ่งหวงของข้าจะไม่สามารถมายุ่งที่เผ่าแห่งความกล้าได้ในอีกร้อยปีถัดไป” ผู้นำเผ่าคนก่อนพูดคอตก แม้ว่าเขาไม่ปรารถนาที่จะยอมแพ้ในการโจมตีของเขา เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เผ่าของเขามีเยิ่นเซินที่เป็นทูตของศาลาเทพเจ้าอสรพิษแต่ศาลาทั้งสามยังไม่ยุ่งกับการต่อสู้เหนืออาณาเขตตัวเอง

เยิ่นเซินนำเกียรติยศมาให้แก่เผ่าเมิ่งหวงและยกสถานะของเผ่าขึ้น พวกเขาไม่สามารถใช้ความสัมพันธ์ของเขากับศาลาเทพเจ้าอสรพิษในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเผ่าของตัวเองได้

การต่อสู้ของเจี้ยนเฉินถึงบทสรุปแล้วแต่การต่อสู้ของนูบิสนั้นยังไม่จบลง ทูตที่เป็นเซียนผู้คุมกฎชั้นสวรรค์ที่ 8 สามคนและชั้นสวรรค์ที่ 9 หนึ่งคนได้เข้าร่วมการต่อสู้อย่างดุเดือดกับนูบิส ทุกครั้งที่พวกเขาปะทะกัน เสียงระเบิดดังสนั่นก็ดังขึ้นมา ในขณะที่พลังงานรุนแรงที่หลงเหลืออยู่ก็สร้างความปั่นป่วนให้กับบริเวณโดยรอบ มันทำให้มิติสั่นไหวและพื้นดินแตกระแหง

“เจ้าหนูทั้งสี่นี่ก็ไม่ได้กระจอกเลยแต่แย่จังที่ความแข็งแกร่งของพวกเจ้าในการต่อสู้ยังไม่เพียงพอ ข้าสามารถสู้คนอย่างพวกเจ้าได้ถึง 10 คนพร้อม ๆ กันเลย” นูบิสพูดในขณะที่สู้ไปด้วย เขาสู้พวกนั้นได้อย่างง่ายดายและมีทักษะมากแม้ว่าพวกนั้นจะมีถึง 4 คน แม้แต่เซียนราชายังยากที่จะกดดันนูบิสได้ในทุกวันนี้

“ข้าจะไม่ทำเป็นเล่นอีกแล้ว เผื่อมีใครมาว่าข้าทำให้เสียเวลาอีกครั้ง” นูบิสพูดพร้อมหัวเราะ การโจมตีของเขาจู่ ๆ ก็ดุร้ายขึ้น เขาหลบการโจมตีและแทงมือทั้งสองของเขาเข้าไปที่หน้าอกของทูต 2 คน เขาแทงมือเข้าไปก่อนที่จะเตะเข้าไปที่หัวของเยิ่นเซินด้วยความเร็วดุจสายฟ้า มันสั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณดั้งเดิมของเขาและกระแทกเขากระเด็นออกไปทันที

ในพริบตาเดียว ทูตสามในสี่คนสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไป

คนสุดท้ายเป็นถึงชั้นสวรรค์ที่ 9 และมีชื่อว่าต้าไห่ เขาอดไม่ได้ที่จะมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงออกมาแต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถอยกลับ แทนที่กัน เขาชักหอกสามง่ามของเขาออกมาและแทงไปที่นูบิสด้วยกำลังทั้งหมดที่มีของเขา

นูบิสโจมตีออกไปด้วยนิ้วและแสงสีทองก็พุ่งออกมาจากปลายนิ้ว มันกระแทกเข้ากับหอกสามง่ามอย่างรุนแรง จากนั้นนูบิสก็เตะไปที่หน้าอกของต้าไห่ในขณะที่เขาใช้ความได้เปรียบจากสถานการณ์ นูบิสใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดของเขาในการเตะครั้งนี้  ต้าไห่กระเด็นออกไปไกลพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมาในขณะที่กระดูกใกล้บริเวณเท้าของเขาที่กระทบกับพื้นนั้นแตกละเอียด อวัยวะของเขาได้รับบาดเจ็บและเริ่มที่จะปริแตก มันทำให้เลือดของเขาออกมาทางทวารทั้งเจ็ด

ทูตทั้งสี่คนถูกกระแทกกระเด็นลงไปที่พื้นโดยนูบิส หนึ่งในนั้นเป็นลมไป ในขณะที่ที่เหลืออีก 3 คนได้รับบาดเจ็บอย่างหนักและใบหน้าซีดเผือด

นูบิสลดระดับลงจากท้องฟ้าและส่งยิ้มไปที่ทูตทั้งสาม เขาเยาะเย้ยไปที่พวกนั้นแล้วพูด “เป็นยังไงบ้าง เจ้าพวกทูตผู้ยิ่งใหญ่ ? รู้สึกยังไงที่โดนอัดจนน่วมแบบนี้ ? มันต้องแปลกมากแน่ ๆ บอกข้ามาสิ ใครจะลงโทษใครกันแน่ ? ”

“เจ้ากล้าที่จะทำให้ทูตของศาลาเทพเจ้าอสรพิษบาดเจ็บงั้นหรือ มันไม่สำคัญหรอกว่าเจ้าเป็นใคร เจ้าเหลือเวลามีชีวิตอยู่อีกไม่นานแล้ว….”

“ผู้อาวุโสประจำศาลาจะมาแก้แค้นให้พวกเราแน่ พวกเขาจะต้องกำจัดวิญญาณของเจ้าไปคนหมด ศาลาจะไม่ยอมให้ใครมายุ่มย่ามกับทูตประจำศาลา”

คนทั้งสองที่อยู่ติดกับเยิ่นเซินก่อนหน้านี้มองไปที่นูบิสและขบฟัน โทสะเผาไหม้อยู่ในตาของพวกเขา ในฐานะที่เป็นทูตของศาลาเทพเจ้าอสรพิษ พวกเขาเชื่อว่าพวกเขานั้นเหนือกว่าคนอื่น ๆ พวกเขาไม่อาจยอมรับได้ว่ามีคนปฏิบัติกับพวกเขาแบบนี้ นี่เป็นการเยาะเย้ยพวกเขาอย่างรุนแรง

นูบิสโกรธขึ้นมา สายตาของเขาเป็นประกายเย็นชาในขณะที่จิตสังหารที่เคร่งเครียดปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเขา “เฮ้ กล้ามากที่พูดว่าข้าจะถูกกำจัดวิญญาณไป เมื่อเป็นแบบนั้น ทำไมพวกข้าไม่ให้พวกเจ้าได้สัมผัสถึงสิ่งนั้นก่อนล่ะ ? ”

“ช่างยโสโอหังนัก ข้าอยากรู้ว่าเจ้าจะกล้าฆ่าทูตประจำศาลาอย่างนั้นหรือ” หนึ่งในนั้นกล่าววาจาข่มขู่ออกมา

“เมื่อพวกเจ้าอยากตายขนาดนั้น ข้าจะสนองให้เอง” จิตสังหารพองโตขึ้นในตาของนูบิส เส้นพลังสีทองถูกยิงออกมาจากปลายนิ้วทั้งห้าของเขาทันทีและกลายเป็นลำแสงสีทองที่พุ่งไปที่หว่างคิ้วของพวกทูต เพื่อหมายที่จะกำจัดวิญญาณของพวกเขาไป

มิติรอบ ๆ หยุดอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกันภายใต้การควบคุมของนูบิส เขายึดคนทั้งสามเอาไว้กับที่เพื่อป้องกันไม่ให้พวกนั้นหนีได้ ทั้งหมดที่พวกเขาจะทำได้คือรอดูความตายที่กำลังใกล้เข้ามา

ท่าทางของทูตที่ไปยั่วยุนูบิสก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปในท้ายที่สุด ในขณะที่พวกเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของนูบิส ความกลัวแผ่กระจายอยู่ในจิตใจของพวกเขา เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะมีใครที่โง่พอที่จะสังหารทูตในอาณาเขตของศาลาเทพเจ้าอสรพิษ

ในเวลานั้นเอง จิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความวุ่นวาย พวกเขาเป็นทูตที่ยิ่งใหญ่ที่มีสถานะที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาและมีอนาคตที่สดใส การไปถึงระดับ 15 ดาวได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ไม่มีใครในพวกเขาที่ต้องการที่จะตายในตอนนี้

“นูบิส หยุด ! ” เสียงตะโกนปรากฏขึ้นมาไกลในตอนนี้ มันคือเจี้ยนเฉินที่กำลังใกล้เข้ามา

สายสีทองหยุดอยู่ห่างเพียงนิ้วเดียวจากหน้าผากของทูต นูบิสมองไปที่เจี้ยนเฉิน เขาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะดึงมือกลับมาและยกเลิกเส้นพลังสีทองออกไป

เจี้ยนเฉินมาถึงที่ข้างข้างนูบิส “นูบิส ไว้ชีวิตพวกนี้เถอะ”

 “เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าพูดแบบนั้น ข้าก็จะไว้ชีวิตพวกนี้ในครั้งนี้ แต่พวกเราต้องเอาแหวนมิติของพวกมันมา” นู
บิสพูด

เจี้ยนเฉินไม่ได้ปฏิเสธความคิดนั้น ตั้งแต่พวกเขาเข้ามาที่อาณาจักรทะเล สิ่งที่พวกเขาขาดแคลนมากที่สุดก็คือเงิน ทูตทั้งสี่อาจจะมีเงินจำนวนค่อนข้างมากอยู่ในแหวนมิติของพวกเขาและการที่เอาแหวนมิติมาก็ไม่ใช่ความคิดที่แย่ ถ้าพวกเขามีบางอย่างสำคัญที่พวกเขาต้องการ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงิน

เมื่อพวกนั้นได้ยินว่านูบิสต้องการเอาแหวนมิติของพวกเขาไป พวกเขาทั้งสามก็ตอบออกมาทันที หนึ่งในนั้นตะโกนออกมา “ไม่ได้ พวกเจ้าจะเอาแหวนมิติของพวกเราไปไม่ได้”

ใบหน้าของนูบิสมืดครึ้มลงในขณะที่เขาพูดขึ้นมา “แหวนมิติหรือชีวิตของพวกเจ้า ถ้าเจ้าต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ เจ้าก็ทิ้งแหวนมิติเอาไว้ ไม่อย่างนั้น ข้าจะไม่ปราณีแล้วนะ”

พวกเขาทั้งสามคนไตร่ตรองเรื่องนี้สักพักก่อนที่จะตกลงกันได้ในที่สุด พวกเขาจำต้องยอมถอดแหวนมิติของพวกเขาออกและมอบมันให้กับนูบิส

หลังจากนั้น นูบิสมาถึงตรงหน้าเยิ่นเซินที่เป็นลมและเอาแหวนมิติของเขามา

ท่าทางของทูตทั้งสามคนที่ยังมีสติอยู่เริ่มกลัวมากในขณะที่เขามองแหวนมิติของเยิ่นเซินถูกเอาไป พวกเขาขบฟันโดยไม่ได้พูดอะไร

“เอาล่ะ พวกเจ้าไปได้” นูบิสโบกมือของเขาและปล่อยให้ทั้งสามไปอย่างหงุดหงิด

ทูตทั้งสามทนอาการบาดเจ็บของพวกเขาในขณะที่พวกเขายืนขึ้นและจากไปด้วยสภาพมอมแมมและมีเยิ่นเซินอยู่ที่หลังของพวกเขา

นูบิสสำรวจแหวนมิติทั้งสี่แล้วพูดออกมา “ต้องมีเหรียญผลึกจำนวนมากเป็นแน่ในแหวนมิติ เพราะพวกนั้นเป็นถึงทูต”

“พวกเราไปกันก่อนเถอะ พวกเราได้ช่วยเผ่าแห่งความกล้าจัดการกับเผ่าเมิ่งหวงแล้ว ดังนั้นมันถึงเวลาที่พวกเราต้องไปแล้ว”  เจี้ยนเฉินพูดออกมา พวกเขากลับไปที่เผ่าแห่งความกล้าอีกครั้ง

เมื่อพวกเขากลับมาแล้ว พวกเขาก็เห็นผู้นำเผ่าแห่งความกล้ากำลังลงนามในบางอย่างที่เหมือนสัญญาเลือด สัญญานั้นเป็นกฎที่กำหนดว่าใครเป็นผู้ชนะในความขัดแย้งระหว่างองค์การ

“พวกเจ้าทั้งสี่คนส่งแหวนมิติมา” นูบิสพูดอย่างเย่อหยิ่งกับพวกนั้นทั้งสี่คน

จอมยุทธทั้งสี่ขมวดคิ้วทันทีที่พวกเขาได้ยินคำนี้ ผู้นำเผ่าคนก่อนควบคุมตัวเองแล้วพูดขึ้นมา “ตามกฎแล้ว พวกเราต้องจ่ายเหรียญผลึกเท่านั้น การเอาแหวนมิติไปเป็นการแหกกฎ พวกเราทำแบบนั้นไม่ได้”

“หุบปากซะ กฎบ้าบออะไรกัน รีบรีบส่งแหวนมิติมา” นูบิสคำราม เขาใช้สถานการณ์นี่เพื่อปล้นคนพวกนี้

ท่าทีของจอมยุทธทั้งสี่ของเผ่าเมิ่งหวงเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม เพื่องจากความแข็งแกร่งของนูบิสกับเจี้ยนเฉิน พวกเขาจึงรู้สึกถูกคุกคามมาก พวกเขาไม่ได้พูดอะไรและมอบแหวนมิติให้กับนูบิสอย่างง่ายดาย

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 879: การปล้นกลางวันแสกแสก"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
มีนาคม 12, 2022
กระทะเหล็กกู้โลก
กระทะเหล็กกู้โลก
มีนาคม 12, 2022
บัลลังก์รักสีเลือด
บัลลังก์รักสีเลือด
มีนาคม 12, 2022
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มีนาคม 12, 2022
ชีวิตจริงเสมือนฝัน
ชีวิตจริงเสมือนฝัน
มีนาคม 12, 2022
วันสิ้นโลก
วันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz