หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 842 การเดินทางผ่านห้วงมิติ

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 842 การเดินทางผ่านห้วงมิติ
Prev
Next

ตอนที่ 842 การเดินทางผ่านห้วงมิติ

 

ในเมื่อเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้แล้ว เจี้ยนเฉินจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวทุกอย่างให้คุ้มค่าในมหาสมุทรดวงดาว ไม่ว่าหญ้าน้ำลายมังกรหรือละอองดาวต่างก็ล้ำค่ามาก หญ้าน้ำลายมังกรนั้นมีแต่ในพื้นที่พิเศษ เป็นหนึ่งในพืชหลายสิบชนิดที่ต้องใช้เวลาเกือบล้านปีถึงจะโตเต็มที่และผนวกกับข้อเท็จจริงที่ว่าพวกมันต่างก็แทบจะสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ทำให้มันเป็นพืชที่มีค่าล้ำค่ามาก หญ้าน้ำลายมังกรทุกต้นนั้นเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าที่มิอาจประเมินได้ในทวีปเทียนหยวน

“ข้าได้รับวัสดุอีกหนึ่งอย่างแล้วสำหรับการสร้างกระบี่ม่วงฟ้า ข้าอยากรู้นักว่าเหลือวัสดุอีกกี่อย่างกัน” เจี้ยนเฉินคิดในใจ เขาคาดหวังอย่างมากกับวันที่เขาสามารถตีกระบี่ทั้งสองเล่มนั้นได้ อีกทั้งเขายังรู้ด้วยสัญชาติญาณที่แข็งแกร่งยิ่งว่าพลังของกระบี่จักไม่ทำให้เขาผิดหวังแน่ ๆ เขาพอจะรู้สึกแบบนั้นได้จากจิตวิญญาณกระบี่

กระบี่กับจิตวิญญาณกระบี่เปรียบเสมือนร่างกายมนุษย์กับวิญญาณของเขา ถ้าหากพวกมันสูญเสียร่างกาย ไม่ว่าวิญญาณของพวกมันจะทรงพลังแค่ไหน พวกมันก็ย่อมยังคงอ่อนแอมาก เรื่องนี้อาจจะสังเกตได้เช่นกับการร่วงหล่นของเซียนผู้คุมกฎ ซึ่งร่างกายของเซียนผู้คุมกฎนั้นทรงพลังมากแต่เมื่อวิญญาณของพวกเขาหลุดออกจากร่าง พวกเขาอาจจะถูกกำจัดได้อย่างง่ายดายเพียงแค่โบกมือ ในตอนนี้จิตวิญญาณกระบี่เองก็เป็นแบบนั้น เป็นวิญญาณที่ไร้ร่างกาย ถึงแม้พวกมันจะอ่อนแอแต่ยังคงทรงพลัง ยามเมื่อพวกมันฟื้นคืนเต็มที่และสถิตในภาชนะที่เหมาะสม พอถึงยามนั้นเจี้ยนเฉินเองก็ไม่อาจจะจินตนาการได้ว่าพวกมันจักทรงพลังถึงเพียงไหน

ถึงแม้ว่าเขาจะบรรลุวัตถุประสงค์ในการมาที่นี่แล้ว เจี้ยนเฉินก็ยังไม่มีเจตนาที่จะออกไป เขายังเสี่ยงมุ่งหน้าไปในหลุมอุกกาบาตพร้อมกับรุยจินและคนอื่น ๆ แทน เขาเองก็แปลกใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเกาะที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน

นอกจากนี้ จิตวิญญาณกระบี่ยังมีความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลากับพลังงานของที่นี่ นี้เป็นเป้าหมายของการตรวจสอบต่อไปของเจี้ยนเฉิน

พื้นที่ในหลุมอุกกาบาตเป็นพื้นที่ที่ไม่รู้จัก เจี้ยนเฉินติดตามอยู่ด้านหลังรุยจินและเฮยยู่ พวกเขาได้เดินทางลงมาหลายกิโลเมตรแล้วทว่าก็ยังไม่ถึงก้นหลุม เมื่อได้เดินทางลงมามากกว่าสามสิบกิโลเมตร เงาร่างค่อย ๆ ปรากฏต่อสายตาของพวกเขา

เงาร่างนั้นคือมนุษย์และสัตว์อสูรที่กลายเป็นซากศพมีชีวิตเมื่อกี้ ซึ่งในตอนนี้ถูกแช่แข็งในท่ากำลังวิ่ง

เมื่อเห็นสิ่งนี้ ท่าทางของเจี้ยนเฉินจู่ ๆ ก็แปลกประหลาดขึ้นมา ซากศพตัวนี้เพิ่งถูกแช่ไว้ที่นี่โดยทักษะลับจากตระกูลมังกรก่อนหน้านี้

ทั้งสี่ต่างหยุดเท้าพร้อมเพรียงกัน พวกเขาจ้องมองที่ซากศพที่แช่แข็งตรงหน้าด้วยความตกใจ หลังจากนั้นสักพัก รุยจินพูดด้วยเสียงหุ้มลึกว่า “เราได้กลับมาที่เดิมกันจริง ๆ ”

“หลุมอุกกาบาตช่างลึกลับจริง ๆ บางทีนี่อาจเป็นค่ายกลใช่หรือไม่ ? ” เฮยยู่อุทานออกมาด้วยความสงสัย

“ค่ายกลนี้มีขนาดใหญ่มาก หยั่งไม่ถึงเสียจนค่ายกลของตระกูลมังกรของข้าธรรมดาไปเลย แม้แต่ข้าก็ไม่รู้สึกถึงช่องโหว่ในค่ายกลได้เลย นอกจากนี้ ข้ายังไม่สามารถค้นหาค่ายกลใด ๆ แบบนี้ได้ในความทรงจำที่สืบทอดมาของข้าอีกด้วย บางทีค่ายกลนี้คงเป็นค่ายกลเกิดขึ้นโดยธรรมชาติหลังจากเกาะถูกเปลี่ยนแปลง ? ” รุยจินพึมพำออกมาพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นี่เป็นค่ายกลหยิน-หยางแปดทิศ ! นี่เป็นไปได้ยังไง-ยังไง-ยังไงกัน ! ที่ค่ายกลหยิน-หยางแปดทิศทะ- ทำไมมันถึงปรากฏขึ้นมาที่นี่ ? ” ทันใดนั้นเสียงความตกใจของจิตวิญญาณกระบี่ดังขึ้นในหัวของเจี้ยนเฉิน

“จือหยิง ฉิงโซว พวกเจ้ารู้จักค่ายกลนี้งั้นหรือ ? มีวิธีไหนบ้างที่จะทำลายมัน ? ” เจี้ยนเฉินได้ถามออกมาอย่างจริงจัง

“พวกเราพอรู้ค่ายกลนี้ มันเป็นค่ายกลหยิน-หยางแปดทิศ แต่ได้ยังไงกันที่ค่ายกลนี้ถึงปรากฏที่นี่ ? ไม่น่าจะมีใครในโลกใบนี้รู้จักมัน ? เป็นไปได้อย่างไรกัน” เสียงของจือหยิงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาตกใจอย่างมาก

“และค่ายกลหยิน-หยางแปดทิศนี้ยังสมบูรณ์อีกด้วย ผู้ที่วางค่ายกลต้องมีความเข้าใจในค่ายกลหยิน-หยางแปดทิศสูงมาก มีบางคนจากพวกเราในอดีตกลับมาที่นี่ก่อนหน้านี้ ? ” จือหยิงพึมพำออกมา เขาเต็มไปด้วยความสงสัย

“จือหยิง ฉิงโซว ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะมาระลึกความหลังกับเรื่องนี้น่ะ พวกเจ้าน่าจะบอกข้าถ้าหากมีหนทางทำลายค่ายกลนี้แต่เนิ่น ๆ ” เจี้ยนเฉินกล่าว

เจี้ยนเฉินผงกหัวเล็กน้อย ก่อนหันไปกล่าวกับอีก 3 คน “ข้ามีวิธีทำลายค่ายกลแล้ว ผู้อาวุโส กรุณาเดินตามหลังข้าและย่างเท้าตามเท้าของข้าน่ะขอรับ”

ด้วยเหตุนี้ทั้งสามคนจึงจ้องที่เจี้ยนเฉินด้วยความประหลาดใจ พวกเขารู้สึกประหลาดใจมากและสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของเจี้ยนเฉินที่จะทำลายค่ายกลได้อย่างไร

ทั้งสามคนลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะเดินตามเจี้ยนเฉินไป พวกเขาตัดสินใจลองเชื่อใจเจี้ยนเฉินครั้งนี้ เพื่อดูว่าเขาจักมีวิธีการที่จะทำลายค่ายกลอย่างไร

“ตั้งใจมองฝีเท้าของข้าน่ะ ท่านต้องไม่ก้าวเท้าผิดเด็ดขาด ไม่งั้นพวกท่านจะไม่สามารถออกไปได้ " เจี้ยนเฉินเตือนทุกคนก่อนใช้ความคิดเพื่อสื่อสารกับจิตวิญญาณกระบี่ เขาเริ่มก้าวไปมาด้วยวิธีการที่ลึกลับมากตามที่จิตวิญญาณกระบี่แนะนำ

มีทั้งสิ้น 49 ก้าว ในการก้าวเท้าที่จำเป็นเพื่อเดินออกจากค่ายกล เมื่อเขาก้าวเท้าที่ 8 สภาพแวดล้อมก็เริ่มเปลี่ยนไปทันที เขาพบว่าเขาได้มาถึงท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว

หลังจากนั้นรุยจิน เฮยยู่ และหญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์ต่างก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของเจี้ยนเฉิน เมื่อพวกเขาตระหนักว่าตอนนี้อยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว พวกเขาแต่ละคนต่างจ้องมองกันและกันอย่างตกใจมาก

"นี่เป็นรูปแบบการก้าวเท้าลึกลับ ข้าเดินเพียงแค่ระยะ 10 เมตร แต่ข้ากลับมาถึงที่นี่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าข้าเป็นภาพลวงตาหรือว่าข้าเคลื่อนย้ายผ่านห้วงมิติงั้นหรือ ? " เฮยยู่กล่าวด้วยความตกใจ เขาไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เขาเห็นตอนนี้เป็นของจริงหรือของปลอม

เจี้ยนเฉินสังเกตสภาพแวดล้อม เขาขมวดคิ้วและหลับตา "มันไม่ใช่ภาพลวงตา มันเป็นความจริง จริง ๆ แล้วเรามาถึงมิติแล้ว ค่ายกลนี้ถูกวางโดยใครบางคนที่ทรงพลังมาก ด้วยความสามารถที่น่าสะพรึงกลัว เขาใช้ค่ายกลเพื่อเชื่อมต่อส่วนหนึ่งของห้วงมิติรอบนอกก่อนที่จะสร้างสะพานขึ้นสู่มิติที่ไม่รู้จัก การก้าวเท้าที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้เป็นการเดินออกจากค่ายกล ซึ่งมันจักนำพาเราตรงไปยังสะพานอีกด้านหนึ่ง ทุกการก้าวเท้าตรงกับส่วนสำคัญของสะพาน การก้าวเท้าไม่ถูกต้องจะเป็นเหมือนการก้าวออกจากสะพานและตกลงไปในน้ำ "

"ถ้าหากเราตกลงไปในน้ำ จะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ? " รุยจินถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก แม้ว่าเจี้ยนเฉินจะกล่าวกุเรื่องขึ้นกับทั้งสามคน แต่พวกเขาเชื่ออย่างนั้นอย่างแน่นอน

หลังจากพูดคุยกับจิตวิญญาณกระบี่แล้ว เขาก็อธิบายข้อมูลที่ได้รู้มาให้พวกเขา "ข้าก็ไม่รู้มากนัก ค่ายกลนี้เชื่อมโยงกับโลก มันใช้มิติที่กว้างใหญ่เป็นพิเศษ ทุกอย่างตรงหน้าเราเป็นจริง เราเดินตามสะพานและเดินทางมาถึงในมิติและโดยการก้าวเท้านี้เราจึงสามารถออกมาได้สำเร็จ ถ้าเราก้าวเท้าผิดแม้แต่น้อยในตอนนั้น บางทีเราอาจจะกลับไปที่หลุมอุกกาบาตอีกครั้งหรือบางทีเราอาจสูญหายไปในมิติรอบนอกอันกว้างใหญ่นั้นจนถึงไม่สามารถหาทางกลับมาได้อีกครั้ง"

เทื่อได้ยินคำพูดของเจี้ยนเฉิน ถึงแม้ว่ารุยจิน และเฮยยู่ ซึ่งเป็นเซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 9 ขั้นกลางเองก็มีความรู้สึกที่เปลี่ยนไป พวกเขามีพลังมาก แต่นั่นเป็นเพียงกับทวีปเทียนหยวนเท่านั้น ในมิติพวกเขาดูเหมือนไม่มีนัยสำคัญใด ๆ

เนื่องจากมิติรอบนอกไม่ใช่สถานที่ที่แม้แต่เซียนจักรพรรดิจะกล้าเดินทางบุ่มบ่ามได้ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเดินทางไกลเกินไป มิฉะนั้นพวกเขาจะสูญเสียความรู้สึกถึงทิศทางและสูญเสียความสามารถในการแยกแยะระหว่างซ้ายขวา ขึ้นบนหรือลงล่าง

"มันเป็นเรื่องยากจริง ๆ ที่จะจินตนาการได้ว่าคนที่ก่อค่ายกลนี้เป็นตัวตนที่ทรงพลังมากถึงเพียงไหน เขาเดินทางไปในมิติได้ด้วยซ้ำ ไม่อยากจะเชื่อเลย " เฮยยู่ถอนหายใจด้วยความตื่นกลัว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและชื่นชมอย่างจริงใจ

"เป็นความสามารถที่ทรงพลังมาก แม้กระทั่งเซียนจักรพรรดิยังไม่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้ บางทีเฉพาะผู้ที่ได้ก้าวล้ำเซียนจักรพรรดิเท่านั้นถึงจะสามารถทำอะไรเช่นนี้ได้ ข้าเพียงสงสัยว่าเรื่องทั้งหมดนี้คงต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับพยัคฆ์ปีกเทวะเป็นแน่" รุยจินกล่าวด้วยเสียงหุ้มลึก

"ตอนนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนเดินตามรอยเท้าของข้าอย่างใกล้ชิดนะ อย่าผิดพลาดเด็ดขาดไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตรายได้" เจี้ยนเฉินกล่าวอย่างเคร่งขรึมและก้าวเท้าที่ลึกลับนั่นต่อ

พวกเขาทุกคนต่างรีบแสดงท่าทางระมัดระวังมากขึ้นก้าวเท้าตามรอยเท้าของเจี้ยนเฉิน ทุกการก้าวของพวกเขาจะนำพาพื้นที่มิติที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ทุกการก้าวของพวกเขาจะข้ามผ่านระยะที่แสนไกลในทุก ๆ ก้าวของพวกเขา

เมื่อทั้งสี่คนก้าวเท้าในก้าวที่ 13 ฉากตรงหน้าพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน พื้นที่ที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวรอบตัวหายไปและพวกเขามาถึงอุโมงค์วงกลมซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร มีความสับสนวุ่นวายที่มองไม่เห็นอยู่รอบ ๆ อุโมงค์

"นี่คืออุโมงค์รูหนอน" เจี้ยนเฉินกล่าวด้วยเสียงลึก ๆ

"อุโมงค์รูหนอนคืออะไร ? " หญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์ถามอย่างลืมตัวจากความอยากรู้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางเคยได้ยินเรื่อง "อุโมงค์รูหนอน"

"ข้าเองก็ไม่ทราบมากนัก"เจี้ยนเฉินส่ายหัว เขาได้รับข้อมูลทั้งหมดนี้จากจิตวิญญาณกระบี่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ไม่คุ้นเคยกับเขาอย่างมากและสิ่งต่าง ๆ ของที่นี่ต่างก็ต้องใช้ความรู้ที่มากมายมาอธิบาย

หญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์ เฮยยู่และรุยจิน ต่างหันมามองเจี้ยนเฉิน พวกเขาทุกคนแอบสบถว่า "นับแต่เจ้าเองก็ยังไม่รู้ งั้นเจ้าจะมาตั้งชื่อมันได้ยังไง ? "

พวกเขาเดินผ่านอุโมงค์ทีละก้าว ๆ เมื่อถึงก้าวที่ 4 อุโมงค์เริ่มสั่นอย่างรุนแรง ไม่นานหลังจากนั้นพายุแห่งมิติก็ปรากฏตัวขึ้นและมุ่งไปยังกลุ่ม

การแสดงออกของเจี้ยนเฉินเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขาโห่ร้องออกมาว่า "แย่แล้ว เราเจอกับพายุมิติ ซึ่งพายุนี้เป็นเรื่องปกติในหมู่ดาว เราจำเป็นต้องก้าวให้เร็วกว่านี้ ! " ด้วยเหตุนี้ก้าวเท้าของเจี้ยนเฉินจึงเพิ่มความไวขึ้นและก้าวหน้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ทั้งสามคนที่อยู่เบื้องหลังก็เริ่มจริงจังมากยิ่ง พวกเขาทั้งหมดตามหลังเจี้ยนเฉินมาติด ๆ ไม่มีใครมีความคิดว่าพวกเขาสามารถกลับไปยังตำแหน่งที่พวกเขาจากมาหลังจากที่สูญหายเข้าไปในมิติอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดนั้นได้

พายุมิติพุ่งเข้าหาพวกเขาจากด้านหลังและพัดไปที่ทั้งสี่คน มันบังคับให้ทั้งสี่คนต้องก้าวไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตอนนี้เจี้ยนเฉินไม่สนใจทั้งสามคนที่อยู่ข้างหลังเขา เขาก้าวหลายก้าวติดต่อกันจนก้าวเสร็จก้าวที่ 49 อย่างรวดเร็ว

เมื่อก้าวเท้าสุดท้ายจบลง วิสัยทัศน์ของเจี้ยนเฉินก็เปิดกว้างขึ้น อุโมงค์รูหนอนและพายุมิติที่ทะยานตามหลังเขาล้วนหายไป ราวกับเขามาถึงโลกที่แตกต่าง มันเงียบสงบมากในสภาพแวดล้อมโดยรอบ ๆ นั้นไม่มีอันตรายใด ๆ

เจี้ยนเฉินไม่มีเวลาพอที่จะสังเกตโลกใหม่นี้ได้ทั้งหมด เขารีบหันหลังไปมองและเห็นเพียงแค่แรงกระเพื่อมในห้วงมิติเท่านั้น ชุดมนต์ดำกระเพื่อมเล็กน้อยก่อนที่หญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์จะปรากฏตัวข้างหน้าเจี้ยนเฉิน นางดูเหมือนตื่นตระหนกเล็กน้อย ที่หน้าผากของนางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เห็นได้ชัดว่าเพราะนางมีความกังวลมากเกินไป

เมื่อเห็นว่าสุดท้ายนางออกมาจากอุโมงค์รูหนอนอย่างไม่ดีนัก หญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์ได้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย นางกวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบ ๆ อย่างคร่าว ๆ ก่อนที่จะหันหลังกลับมาแล้วรอรุยจินและเฮยยู่

ไม่นานหลายสิบวินาทีก็ผ่านไป อย่างไรก็ตามรุยจินและเฮยยู่ยังไม่ได้ปรากฏตัวข้างหน้าเจี้ยนเฉินและหญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์

สีหน้าของเจี้ยนเฉินกลายเป็นน่าเกลียด เขารู้สึกแย่มาก ๆ และพูดด้วยน้ำเสียงลึก ๆ ว่า "ผู้อาวุโสทั้งสองคนถูกดูดเข้าไปในพายุมิติใช่หรือไม่ ? "

สีหน้าของหญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์เปลี่ยนไปเล็กน้อย หลังจากนั้นสักครู่นางก็พูดว่า "ลองรอดูกันอีกหน่อยสิ ด้วยพลังของพวกเขาในฐานะเซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 9 พวกเขาคงไม่เผชิญกับอันตรายมากเกินไปหรอก"

ต่อจากนั้นเจี้ยนเฉินและแม่มดแห่งสวรรค์รออีก 1 ชั่วยาม อย่างไรก็ตามรุยจินและเฮยยู่ยังไม่มาปรากฏ

"ดูเหมือนว่าทั้งสองคนคงไม่สามารถก้าวออกมาได้จริง ๆ " เจี้ยนเฉินพูดอย่างร้อนใจขณะที่เขานั่งสมาธิอยู่บนพื้น สีหน้าของเขาไม่ค่อยดีนัก แม้ว่าเขาจะได้พบกับรุยจินและเฮยยูไม่นาน แต่พวกเขาก็ช่วยเขาไว้หลายหน ทำให้เจี้ยนเฉินรู้สึกแย่มาก นอกจากนี้การสูญเสียพวกเขาก็เท่ากับสูญเสียสองผู้เชี่ยวชาญทรงพลัง

หญิงสาวเจ้าเสน่ห์แห่งสวรรค์นั่งอยู่ใกล้ ๆ โดยถือพิณอยู่ในมือที่ขาวนวลของนางอย่างแน่น ในโลกภายนอกนี้มีอันตรายจำนวนมากที่ไม่รู้จัก หากไม่มีเซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 9 คอยร่วมเดินทาง การเดินทางในอนาคตของพวกเขาคงจะเป็นเรื่องยากมากหรือแม้แต่อันตรายถึงชีวิต

"เห้อ ข้าควรจะดึงพวกเขาเข้าไปในพื้นที่มิติของวัตถุเซียน ทำไมถึงไม่คิดถึงเรื่องนี้น่ะตอนนั้น ? " เจี้ยนเฉินขยุ้มหนังศีรษะอย่างเสียใจ

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 842 การเดินทางผ่านห้วงมิติ"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ชีวิตจริงเสมือนฝัน
ชีวิตจริงเสมือนฝัน
มีนาคม 12, 2022
กระทะเหล็กกู้โลก
กระทะเหล็กกู้โลก
มีนาคม 12, 2022
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
มีนาคม 12, 2022
เทพสงครามสายเลือดมังกร
เทพสงครามสายเลือดมังกร
มีนาคม 12, 2022
วันสิ้นโลก
วันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz