หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 801 การชุมนุมที่คฤหาสน์เจียงหยาง 1

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 801 การชุมนุมที่คฤหาสน์เจียงหยาง 1
Prev
Next

ตอนที่ 801 การชุมนุมที่คฤหาสน์เจียงหยาง 1

 

ภายในหนึ่งในตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งสิบ นิกายหยางจิ หัวหน้านิกายคนปัจจุบันนั่งอยู่บนบัลลังก์สูงกลางห้องโถงหรูหรา เบื้องล่างที่ชายสูงอายุหลายคนนั่งเรียงแถว ทั้งหมดเป็นเซียนผู้คุมกฎ

แม้ทั้งหมดจะไม่ได้ทรงพลังที่สุดในนิกาย แต่ก็เป็นสมาชิกระดับสูง ทั้งนิกายถูกปกครองโดยคนเหล่านี้ มีอำนาจเหมือนกับขุนนาง

“เรารู้มาว่าหยางยู่เทียนนั้นจริง ๆ แล้วคือเจี้ยนเฉิน บ้านของมันอยู่เมืองลอร์ อาณาจักรเกอซุน มันมาจากตระกูลเล็ก ๆ ชื่อตระกูลเจียงหยาง ชื่อในตระกูลคือเจียงหยางเซียงเทียน” หัวหน้านิกายพูดขึ้นจากบนบัลลังก์พร้อมมองไปรอบ ๆ

“อะไรนะ ? ตระกูลเจียงหยาง? ตระกูลเจียงหยางที่เป็นหนึ่งในตระกูลผู้พิทักษ์นะหรือ ? ” สิ้นคำพูดของหัวหน้านิกาย ทั้งคนที่ฟังอยู่ต่างส่งเสียงตกใจออกมา

หัวหน้านิกายยิ้มบาง ๆ “ตระกูลเจียงหยางในสิบผู้พิทักษ์นั้นมี 3 สาขา สาขาซู สาขาหยวน สาขาฉิง เซียงไม่ใช่หนึ่งในนั้น ข้าคิดว่าตระกูลเจียงหยางในเมืองลอร์นั้นเพียงแค่บังเอิญใช้แซ่เดียวกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเจียงหยางที่เป็นตระกูลผู้พิทักษ์”

“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ทวีปเทียนหยวนใหญ่ขนาดไหน การที่ตระกูลบางตระกูลจะใช้แซ่เหมือนกันนั้นเป็นเรื่องปกติ ที่ท่านหัวหน้านิกายวิเคราะห์มาไม่น่าจะผิด ตระกูลเจียงหยางแห่งเมืองลอร์น่าจะเพียงแค่บังเอิญเหมือนก็เท่านั้น” คำพูดของหัวหน้านิกายทำให้ทุกคนเห็นด้วยไปโดนปริยาย

ทันใดนั้นชายสูงอายุคนหนึ่งก็ลุกขึ้น ก่อนพูดพร้อมประสานมือทำความเคารพ “เรียนท่านหัวหน้านิกาย ไม่กี่วันก่อน ยามที่สำนักเราออกจากการปิดด่านเก็บตัว มีศิษย์จากนิกายสาขาภายนอกมาแจ้งข่าวว่านิกายสาขานั้นถูกทำลายโดยใครบางคน คน ๆ นั้นคือเจี้ยนเฉินกับพยัคฆ์ปีกเทวะ”

แววตาของหัวหน้านิกายเป็นประกายขึ้นมาทันที ก่อนลุกขึ้นจากบัลลังก์แล้วมองตรงไปยังชายแก่คนนั้น “จริงหรือ ผู้อาวุโสหลิงหยวนซี ? ”

ผู้อาวุโสหลิงหยวนซีประสานมือก่อนตอบอย่างมั่นใจ “เรียนท่านหัวหน้านิกาย ข้าส่งคนออกไปตรวจสอบมาแล้ว ทุกอย่างที่พูดมาเป็นความจริง ไม่มีความเท็จแม้แต่น้อย”

ทันทีที่ได้ยินหัวหน้านิกายหัวเราะลั่น “สวรรค์เป็นใจให้กับนิกายหยางจิของข้าแล้ว สวรรค์เป็นใจจริง ๆ ก่อนหน้านี้ปัญหาเรื่องคนที่ควรได้สิทธิ์ทำสัญญากับพยัคฆ์ปีกเทวะนั้นแก้กันไม่ตกภายในสิบตระกูล แต่การที่เจี้ยนเฉินทำลายนิกายสาขาของเรา มันเท่ากับว่าเรามีสิทธิ์ทุกประการที่จะจับมัน การที่เราจับตัวเจี้ยนเฉินได้ก็เท่ากับเราได้พยัคฆ์ปีกเทวะมาเช่นกัน”

“ต่อให้ตระกูลจะจับมันไปได้ก่อน แต่การที่มันทำลายสาขานิกายของเราก็เพียงพอจะใช้เป็นเหตุผล หากข้าแค่ใช้เส้นสายอีกนิดหน่อย โอกาสที่จะได้พยัคฆ์ปีกเทวะมาในครอบครองก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว”

แววตาของหัวหน้านิกายเปล่งประกายมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนเร่งออกจากห้องโถงประชุม “รอช้าไม่ได้แล้ว ข้าจะเร่งไปติดต่อกับเหล่าบรรพชน หาทางดูว่าเราจำเป็นต้องจัดการอะไรกับครอบครัวและคนสนิทของเจี้ยนเฉินหรือไม่ ผู้อาวุโสทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมออกเดินทางให้เร็วที่สุด”

…

คนหลายสิบคนกำลังเหาะทะยานบนท้องฟ้าเหนืออาณาจักรเกอซุน สองคนนำหน้าเป็นหญิงสาวที่ดูอายุน่าจะอยู่ในช่วงยี่สิบปีกับชายหนุ่มที่ดูมีอายุกว่านิดหน่อย ชายหนุ่มนับว่ารูปงาม ส่วนหญิงสาวเองก็งดงามไม่แพ้กัน เพียงแค่ดูก็รู้ว่าทั้งสองอยู่ในตระกูลใหญ่ แค่บุคลิกภาพก็ดีกว่าคนทั่วไปหลายขุม เพราะใบหน้าและท่าทางที่ไม่ค่อยแตกต่างกันนัก จึงดูท่าทางน่าจะเป็นพี่น้องกัน

ตามมาด้วยชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมสีดำอีกสิบสองคน ทั้งหมดมีสีหน้าไร้อารมณ์แต่ดวงตาแฝงไว้ดวงความเย็นชา

“มันมีตระกูลเล็ก ๆ ที่ใช้แซ่เจียงหยางจริง ๆ ด้วย มันกล้ามากนัก ! เหตุใดแซ่เจียงหยางของเราถึงถูกคนอื่นเอาไปใช้ร่วมได้ง่ายดายเพียงนี้ ? คราวนี้เราต้องลงโทษคนพวกนั้นให้หมด” หญิงสาวพูดเสียงกร้าว นางกำลังโกรธเป็นอย่างมาก

ชายหนุ่มข้าง ๆ ยิ้มแห้ง ๆ “น้องสาว อย่าไปใส่ใจเรื่องพวกนี้ให้มากนักเลย ทวีปเรากว้างใหญ่ ผู้คนมากหน้าหลายตา ชื่อแซ่ต่างบังเอิญเหมือนกันกลาดเกลื่อนไป ไม่แปลกหรอกที่จะมีตระกูลอื่นใช้ชื่อแซ่เดียวกับเรา เราแค่ทำให้พวกมันเปลี่ยนแซ่ตนเองไปก็เพียงพอแล้ว อย่าให้มากเกินไปเลย”

อารมณ์ของหญิงสาวสงบลงเล็กน้อยจากคำพูดของพี่ชาย หลังจากลังเลครู่หนึ่ง นางจึงพูดขึ้น “พี่ชายพูดถูกแล้ว ตกลง แค่ทำให้พวกมันเปลี่ยนแซ่ของตัวเองก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงโทษ”

“อีกอย่างนะน้องสาว ภารกิจครั้งนี้คือตามหาข้อมูลพยัคฆ์ปีกเทวะ อย่าสนใจเรื่องราวข้างทางให้มากมายนัก ดูสิ ตั้งแต่เราออกมาจากตระกูล เจ้าเอาแต่ไปสนใจนู้นนี้ตลอดทาง นี่เจ้าได้ใส่ใจสนใจภารกิจของเราบ้างหรือไม่ ? ” ชายหนุ่มพูดอย่างหนักใจ แววตาที่มองน้องสาวเต็มไปด้วยความรู้สึกเอ็นดูผสมกับความเหนื่อยใจ

หญิงสาวสงวนท่าทีขึ้นมา ก่อนพูดงึมงำ “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านพี่ไม่ต้องพูดอะไรอีก ตลอดทางแม้ข้าสนใจนู่นนี่นั่นข้างทาง แต่ข้าก็ตามหาเบาะแสของพยัคฆ์ปีกเทวะอยู่ด้วย ท่านไม่เห็นหรือ ? ”

ทั้งสองพูดคุยกันพร้อมกับมุ่งหน้าไปเมืองลอร์ แม้จะเป็นเพียงแค่เซียนสวรรค์ แต่ความเร็วของทั้งคู่นั้นเร็วกว่าเซียนสวรรค์ธรรมดาไปมาก จึงถึงเมืองลอร์ในเวลาไม่นานนัก

ยามนี้ทหารกว่าครึ่งล้านคนจากกองทัพดาบเทพตะวันออกได้กลับไปยังอาณาจักรฉินหวงหมดแล้ว

“น้องสาว ข้างล่างเราคือคฤหาสน์ตระกูลเจียงหยาง ลงไปกันเถอะ” ชายหนุ่มชี้ไปยังคฤหาสน์เบื้องล่าง

หญิงสาวขมวดคิ้วยามมองคฤหาสน์เบื้องล่าง แววตาปรากฏความหงุดหงิดรำคาญใจขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนแสยะยิ้มแล้วร่อนตัวลง

เซียนสวรรค์สิบกว่าคนร่อนลงมาท้องฟ้าตรงเข้ามากลางคฤหาสน์ แรงกดดันจากพลังนั้นมากพอที่จะทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นตื่นตัว

ทันทีที่ลงมาถึงทหารยามกลุ่มใหญ่มายืนล้อมรอบจากทุกทิศทางทันควัน ทหารทั้งหมดจ้องมองอาคันตุกะทั้งหมดอย่างดุดันไม่หวั่นเกรง

“กล้าดียังไงถึงมาบุกรุกคฤหาสน์เจียงหยาง ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึ ? บอกมาว่าพวกเจ้าเป็นใคร” หัวหน้าทหารตะโกนก้อง ต่อให้ต่อหน้ามีเซียนสวรรค์ถึง 14 คน แต่หัวหน้าทหารไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย เพราะนายน้อยสี่ของตระกูลนั้นเป็นเซียนสวรรค์

“ฮือฮืม พวกแกเองซะมากกว่าที่ไม่อยากมีชีวิตถึงได้กล้าใช้ชื่อเจียงหยางโดยไม่ขออนุญาต แล้วยังกล้าทำตัวไร้มารยาทต่อหน้าข้า ! คิดหรือว่าข้าไม่กล้าตัดลิ้นเจ้าทิ้งเสียตรงนี้ ? ” หญิงสาวเอามือท้าวสะเอวพร้อมมองตรงไปที่หัวหน้าทหารยามอย่างโกรธเคือง ยามนี้นางหัวเสียถึงขั้นสุดแล้ว

หัวหน้าทหารหน้าเครียดขึ้นมา แต่ก่อนที่จะพูดโต้ตอบ เขาเห็นเจียงหวูจี่กำลังเดินตรงมา สีหน้าจึงเปลี่ยนเป็นเคารพนบนอบ ก่อนพูดขึ้น “ข้าคารวะท่านผู้ดูแล”

เจียงหวูจี่เดินมาจากเบื้องหลังระหว่าง เขามองสำรวจเซียนสวรรค์ทั้งสิบสี่ที่พึ่งมาถึงอย่างละเอียดระหว่างที่เดิน ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสัญลักษณ์คล้ายพระอาทิตย์บนอกเสื้อคลุมของคนทั้งหมด สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายอย่างเห็นได้ชัด

สองพี่น้องเองก็เห็นเจียงหวูจี่ที่พึ่งมาถึง ก่อนจะเบนความสนใจไปทางฉางหวู่จี้แทน ก่อนที่หญิงสาวจะพูดขึ้นอย่างไร้มารยาทอีกครา “นำผู้นำตระกูลของพวกเจ้าออกมา”

เจียงหวูจี่มองหญิงสาวท่าทีหยาบคาบกับชายหนุ่มที่ดูเคร่งขรึมด้วยแววตาวุ่นวายสับสน ก่อนถาม “พวกเจ้าชื่ออะไร ? ” น้ำเสียงของเจียงหวูจี่สั่นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หญิงสาวไม่ไหวติง เพียงแค่จ้องมองลุงฉาง ก่อนพูด “ฮืมมม เจ้าไม่มีสิทธ์จะรู้ชื่อของข้า พาผู้นำตระกูลของเจ้าออกมา ข้าไม่มีเวลา…”

ก่อนที่หญิงสาวจะพูดจบ นางถูกหยุดด้วยมือจากชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดอย่างจนอกจนใจ “น้องสาวพอได้แล้ว หยุดเล่นไปทั่วได้แล้ว จะทำตัวแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน ? ยังสนุกไม่พออีกหรือไง ? ”

ท่าทียโสของหญิงสาวหายไปทันที “ท่านพี่ ปล่อยให้ข้าทำอย่างที่ข้าต้องการอีกสักหน่อยไม่ได้หรือ ? ข้าได้ยินมานานมากแล้วว่าในทวีปเทียนหยวน ตราบใดที่เจ้ามีพลัง จะข่มเหงใครก็ได้ไม่ต้องกังวล ในที่สุดข้าได้ออกมานอกตระกูล ท่านปล่อยข้าอีกสักหน่อยไม่ได้หรือ ? ”

“น้องสาว ! เรามาจัดการธุระ ไม่ใช่มาเล่น” ชายหนุ่มพูดอย่างสิ้นหวัง ต่อหน้าน้องสาวเขาไม่สามารถทำอะไรได้

“ตกลง ข้าเข้าใจ” หญิงสาวหันไปทางอื่นอย่างหดหู่ ไร้ความสุข

ชายหนุ่มไม่สนใจน้องสาวตัวเองอีก ก่อนหันไปหาเจียงหวูจี่ “ผู้นำตระกูลอยู่หรือไม่ ? ”

“ผู้นำตระกูลเพิ่งจากไปยังไม่ได้แต่งตั้งผู้นำคนใหม่ ยามนี้เรื่องราวต่าง ๆ ตาแก่คนนี้เป็นคนดูแลเป็นการชั่วคราว” ลุงเจียงพูดขึ้นมา

“เอาล่ะ เช่นนั้นแล้วข้าขอพูดตรง ๆ เลยละกัน พวกเจ้าไม่สามารถใช้ชื่อตระกูลเจียงหยางเป็นชื่อตระกูลของพวกเจ้า พวกเจ้าควรเปลี่ยนมันซะ” ชายหนุ่มพูดอย่างสงบ

ทหารยามทั้งอยู่โดยรอบตกตะลึงทันทีที่ได้ยินคำพูด ก่อนจะมองทั้งชายหนุ่มราวกับจ้องมองคนบ้า

“ไอ้พวกเด็กบ้า พวกเจ้าเป็นคนแรกที่กล้ามาบอกพวกเราให้เปลี่ยนแซ่ของตัวเองตั้งแต่ตระกูลเจียงหยางของเราก่อตั้งขึ้น” น้ำเสียงมีอายุดังขึ้นอย่างโกรธเคือง สมาชิกในตระกูลหลายคนเริ่มเดินออกมาพร้อมจ้องมองทั้งสองอย่างโกรธแค้น

คิ้วของหญิงสาวขมวด ก่อนที่นางจะทันได้พูดขึ้น ลุงเจียงกลับทำให้ทั้งสองตกใจด้วยคำถาม

“ข้าอยากรู้นักเจ้าสองคนมาจากสาขาไหนกัน ซู หยวน หรือ ชิง ? ” ลุงเจียงพูดด้วยเสียงที่สั่นเบา ๆ

หลังจากตะลึงอยู่ครู่ใหญ่ หญิงสาวตาเบิกกว้างจ้องมองลุงฉางอย่างไม่อยากเชื่อ “เป เป็ เป็นไปไม่ได้ ทะ ทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องราวภายในตระกูลเจียงหยางของเราได้”

“เจ้าเป็นใครกัน ? หรือว่าบางทีเจ้าจะเป็นสมาชิกตระกูลเจียงหยางของข้า ? ” ชายหนุ่มเองก็ดูตกใจไม่น้อย

ตระกูลเจียงหยางเป็นหนึ่งในตระกูลผู้พิทักษ์ที่อยู่ภายในมิติแยกและปิดผนึกตัวเองตลอดมา น้อยคนในโลกภายนอกที่จะรู้ว่าพวกเขามีตัวตนอยู่ แต่ชายแก่ตรงหน้าเป็นแค่เซียนสวรรค์ธรรมดา กลับพูดถึงเรื่องภายในตระกูลสาขาทั้งสามทันทีที่เริ่ม ทำให้ชายหนุ่มตกใจไม่น้อย นอกจากตระกูลผู้พิทักษ์ทั้งสิบที่คอยคุ้มกันทวีปเทียนหยวนแล้ว น้อยคนนักที่รู้

ลุงเจียงถอนหายใจเบา ๆ ภาพเบื้องหน้าซ้อนทับกับใครบางคนในความทรงจำ ก่อนถามขึ้น “ข้าอยากรู้ว่าเจียงหยาง ซูอวี้หยวนเป็นอะไรกันกับพวกเจ้าทั้งสอง”

“เจียงหยาง ซู อวี้หยวน นั้น นั้นชื่อของท่านย่าเย่ เจ เจ้ เจ้า ทำไมเจ้าถึงรู้ชื่อของท่านย่าเย่ของข้า ? ” หญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างโตราวกับไข่ห่านจ้องมองลุงเจียงอย่างตกตะลึง

ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของชายหนุ่มเองก็เริ่มหายไป เขาจ้องมองลุงฉางอย่างไม่อยากเชื่อ สีหน้าตกตะลึงจนลืมคำพูดไปหมด

 

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 801 การชุมนุมที่คฤหาสน์เจียงหยาง 1"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ข้ามเวลาล่าฝัน!
ข้ามเวลาล่าฝัน!
มีนาคม 12, 2022
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มีนาคม 12, 2022
เทพสงครามสายเลือดมังกร
เทพสงครามสายเลือดมังกร
มีนาคม 12, 2022
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
มีนาคม 12, 2022
คัมภีร์มัจจุราช
คัมภีร์มัจจุราช
มีนาคม 12, 2022
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
วงกตปริศนาแห่งดวงจันทร์
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz