หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 750: ตระกูลซาร์

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 750: ตระกูลซาร์
Prev
Next

ตอนที่ 750: ตระกูลซาร์

 

ชายชราซิตูรับเลือดมา 2 หยด หลังจากนั้น เขาก็รวมเลือด 2 หยดนั้นเข้าด้วยกันและวางมันไปที่กึ่งกลางคิ้วทั้งสองข้าง หลังจากที่เลือดทั้งสองหยดนั้นสัมผัสกับเขาแล้ว มันก็หายไปทันที

ชายชราซิตูหลับตา หลังจากนั้นสักพัก เขาก็ลืมตาขึ้น สายตาของเขาเปล่งประกาย เขาตะโกนเสียงทุ้มออกมา “ด้วยวิญญาณของข้าเป็นเส้นทาง และเลือดเป็นสิ่งนำทาง ด้วยพลังของธรรมชาติ ทักษะคำทำนายสุดยอด ! ” แสงสีแดงพุ่งออกมาจากหว่างคิ้วของเขา ภายใต้การควบคุมของจิตใจของชายชราซิตู มันก็ได้ฉายภาพสีแดงที่ลึกลับออกมา พลังปราณอันลึกลับของโลกได้เกิดเป็นภาพขึ้นมา มันได้เปลี่ยนเป็นดวงดาวสีแดงเข้มและหายเข้าไปที่หน้าฝากของชายชราซิตู

ทักษะคำทำนายสุดยอดนั้นพิเศษมาก มันถูกค้นพบโดยพวกเขาทั้งห้าในถ้ำของเซียนราชาเมื่อหลายร้อยปีก่อน พวกเขาทั้งห้าพยายามที่จะทำความเข้าใจมัน แต่มีเพียงชายชราซิตูเท่านั้นที่พอจะจับพื้นฐานของทักษะนี้ได้

ทักษะคำทำนายสุดยอดนั้นไม่ใช่วิชาโจมตี มันใช้เพื่อทำนายอนาคต ทักาะที่เหมือนการพยากรณ์ อย่างไรก็ตาม ชายชราซิตูเข้าใจในทักษะคำทำนายสุดยอดในขั้นพื้นฐานเท่านั้น และสามารถใช้ประโยชน์จากมันในขั้นเบื้องต้น นี่รวมไปถึงการคนหาคนอย่างไร้ขอบเขตโดยใช้อุปกรณ์หรือวัตถุพิเศษ

ชายชราซิตูหลับตาแน่น ผิวสีชมพูของเขาซีดจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า เขาอยู่ในลักษณะนั้นนาน 1 เค่อ ก่อนที่จะเปิดตาขึ้น “เมืองแห่งเทพเจ้า จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ ! ”

“พวกเราไปที่จักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ทันที ไม่อย่างนั้นผู้พิทักษ์ทั้งสี่จากนิกายดาบโลหิตจะต้องมาพบเจอเราในไม่ช้า ทักษะซ่อนตัวที่เราได้มาจากถ้ำเซียนระดับราชาจะไร้ประโยชน์ต่อหน้าทั้งสี่คนนั้น” ชายชราหม่าเทิงพูดเสียงทุ้ม

“ชักช้าไม่ได้แล้ว เดินทางทันที”

…

ในส่วนลึกของเทือกเขาครอสมีปราสาทลึกลับซ่อนอยู่ที่รู้จักกันแค่สองสามคน ในตอนนี้ ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ท่าทางดุร้ายกำลังนั่งอยู่ที่พื้นเย็นเย็นในห้องที่ตกแต่ง ท่าทางของเขาขมุกขมัว

เขาคือหนึ่งในสองราชาของตระกูลกิลลิกัน ราชาพยัคฆ์

ระดับพลังของข้าลดลงจากเซียนราชาชั้นสวรรค์ที่ 2 เป็นชั้นสวรรค์ที่ 1 และข้าไม่สามารถที่จะฟื้นคืนได้ในเวลาอันสั้น การออกไปจากภูเขาลึกในครั้งนี้มีค่าใช้จ่ายที่แสนแพงสำหรับข้า” ราชาพยัคฆ์กำหมัดแน่นและขบฟันอย่างโกรธเกรี้ยว

“พลังของข้าอาจจะลดลง แต่ข้าสามารถสำเร็จภารกิจของผู้ปกครองได้ มันคุ้มค่า ผู้ปกครองจะไม่ทำไม่ดีต่อข้าแน่” แววตาแห่งความสนใจเกิดขึ้นในตาของเขาและเขาพูดต่อ “การเติบโตของพยัคฆ์ปีกเทวะนั้นเหนือความคาดหมายไปเล็กน้อย ข้าจะยื้อต่อไปอีกไม่ได้นาน ไม่อย่างนั้นถ้าพยัคฆ์ปีกเทวะเกิดแข็งแกร่งขึ้นมา มันก็จะยากที่จะจัดการ ข้าชักสงสัยแล้วว่าพวกชายชราซิตูทำสำเร็จแล้วหรือยัง ข้าจะให้เวลาพวกนั้นอีกเดือนและถ้าพวกนั้นทำไม่สำเร็จทันเวลา ข้าก็จะไปรายงานความคืบหน้ากับผู้ปกครอง” ราชาพยัคฆ์คิดพิจารณา

ในตอนนี้ บัณฑิตวัยกลางคนในชุดขาวได้ปรากฏขึ้นมาในห้องอย่างทันทีทันใด เขาจ้องไปที่ราชาพยัคฆ์ด้วยท่าทีที่ซับซ้อน “มันคุ้มค่าจริงหรือ ? พยัคฆ์ปีกเทวะคือราชาของเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรและอยู่ในจุดสูงสุด ภายใต้การนำของมัน เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรของพวกเราก็เจริญรุ่งเรือง ผู้ปกครองจะทำอาชญากรรมที่ชั่วร้ายด้วยการทำสิ่งแบบนี้หรือ”

ราชาพยัคฆ์จ้องอย่างเยือกเย็นไปที่บัณฑิตวัยกลางคนและพูดอย่างไร้อารมณ์ “เปิงคิง พวกเราเผ่าพันธุ์สัตว์อสูร ต้องการการคงอยู่ของท่านผู้ปกครองเท่านั้นเพื่อความเจริญรุ่งเรือง ในตอนนี้มันไม่เหมือนกับครั้งโบราณกาลแล้วที่จะมีจอมยุทธอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อหน้าพวกเรา ทวีปสัตว์เทวะนั้น ทวีปเทียนหยวนก็อ่อนแอเกินไปที่จะสู้กับพวกเรา”

“ราชาพยัคฆ์ เจ้าต้องไม่ดูถูกจอมยุทธของทวีปเทียนหยวน ในทวีปนั้น ยังมีมนุษย์ที่สามารถประมือกับท่านผู้ปกครองได้อยู่” บัณฑิตกล่าว

ราชาพยัคฆ์เย้ยและแสดงสายตาเหยียดหยาม “เจ้ากำลังพูดถึงคนทรยศของอารามจิตพิสุทธิ์ คนที่ใช้เวลาของเขาในอารมณ์ทั้งเจ็ดและกิเลสทั้งหกงั้นหรือ ? เขาจะไปเป็นคู่ต่อสู้ของผู้ปกครองได้อย่างไรกัน ? ”

“ราชาพยัคฆ์ มันมีข่าวที่ว่าพยัคฆ์ปีกเทวะนั้นถูกรับไว้โดยหัวหน้าของตระกูลเปิงของข้าที่ทวีปสัตว์เทวะ  มันยังพอมีเวลาหากเจ้าจะเปลี่ยนใจ” บัณฑิตกล่าว

“ดูเหมือนว่าตระกูลเปิงของเจ้าจะเลือกที่จะยืนอยู่ข้างพยัคฆ์ปีกเทวะสินะ ข้าต้องโน้มน้าวเจ้า มันยังมีเวลาที่เจ้าจะเปลี่ยนใจนะ ไม่อย่างนั้น เมื่อท่านผู้ปกครองได้พยัคฆ์ปีกเทวะไปแล้ว ตระกูลเปิงของเจ้าจะต้องประสบหายนะเป็นแน่ ! ” ราชาพยัคฆ์ตอบกลับอย่างเย็นชา

เมื่อได้ยินเช่นนั้น บัณฑิตก็ถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่ได้พูดอะไรต่อและร่างของเขาก็หายไปช้า ๆ จากห้องนั้น

…

ในจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ มีรถม้าที่หรูหราที่ติดตราสัญลักษณ์ของสมาคมเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงกำลังวิ่งอยู่ที่ถนนกว้างในเมืองแห่งเทพเจ้า ภายในรถม้านั้น เจี้ยนเฉินที่อยู่ในชุดขาวนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่กับเสือขาวตัวเล็กที่อยู่บนตักเขา ข้าง ๆ เขานั้นคือองครักษ์ของเขา หยางหลิง

อาการบาดเจ็บรุนแรงของหยางหลิงที่เกิดขึ้นบนเรือนั้นได้รับการรักษาเป็นการส่วนตัวจากท่านผู้อาวุโสของสมาคม ดังนั้นเขาจึงฟื้นตัวอย่างเต็มที่แล้ว ในตอนนี้เขานั่งอย่างเย็นชาอยู่ในรถม้าและปกป้องเจี้ยนเฉินอยู่เงียบ ๆ

ในรถม้าที่กระตุกไปมา เจี้ยนเฉินลืมตาอย่างช้า ๆ เขามองไปที่ยางหลิงแล้วพูด “หยางหลิง ข้าสงสัยว่าเจ้าตัดผ่านเซียนสวรรค์วัฎจักรที่ 6 มานานขนาดไหนแล้ว ? ”

“อาจารย์หยางยู่เทียนที่เคารพ หยางหลิงนั้นได้หยุดอยู่ที่วัฎจักรที่ 6 มาเกือบศตวรรษแล้ว” หยางหลิงตอบอย่างไร้อารมณ์ แต่สายตาที่เขามองไปที่เจี้ยนเฉินนั้นมันก็เต็มไปด้วยความเคารพอย่างปิดบังไม่อยู่

“ศตวรรษหนึ่ง ! ” เจี้ยนเฉินพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ นั้นมันประมาณ 4 เท่าของอายุของเขาในตอนนี้เลย

“หยางหลิง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะหาทางและสำเร็จเป็นเซียนผู้คุมกฎได้ในอีกไม่นานนัก” เจี้ยนเฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ในตอนนี้สถานะของหยางหลิงในใจของเจี้ยนเฉินนั้นแตกต่างจากที่เคยเป็นมาก่อน

ท่าทีของหยางหลิงเศร้าหมอง “มันจะง่ายอย่างนั้นได้อย่างไรที่จะเป็นเซียนผู้คุมกฎ มีคนหลายคนในทวีปเทียนหยวน รวมทั้งพวกที่เก่งกาจบางคนด้วย แต่มีกี่คนกันที่ได้เป็นเซียนผู้คุมกฎ ? ”

เจี้ยนเฉินหยุดไปสักครู่ “หยางหลิง ถ้าข้ามีโอกาสในอนาคต ข้าต้องการที่จะหาวิธีที่จะช่วยท่าน”

เมื่อได้ยินดังนั้น ความสนใจของหยางหลิงก็ผุดขึ้นมา สายตาของเขาเป็นประกาย ร่องรอยแห่งความยินดีปรากฏขึ้นลึกซึ้งในดวงตาของเขา สำหรับเขาแล้วนั้น สิ่งที่เจี้ยนเฉินพูดหมายความว่าเขาคงจะขอให้เซียนผู้คุมกฎมาพบกับเขาโดยตรงหลังจากที่เจี้ยนเฉินสำเร็จระดับ 7 แล้ว

ในรถม้าที่หรูหราวิ่งผ่านถนนที่กว้างใหญ่ภายในเมือง ก่อนที่จะหยุดที่คฤหาสน์ที่ใหญ่โต คฤหาสน์นี้กว้างใหญ่มาก แม้ว่ามันจะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนสำนักงานใหญ่ของสมาคม แต่มันก็มีพลังที่โบราณและหนาแน่น เหมือนกับว่าคฤหาสน์นี้มันไม่ใช่คฤหาสน์ แต่เป็นชายชราที่อยู่มานานแสนนานและมีประสบการณ์ยาวนาน มันมีผลกระทบกับจิตใจของผู้คนลึกซึ้งจริง ๆ

ที่ทางเข้าของคฤหาสน์ ยามในชุดเกราะสีเงินยืนเหมือนรูปปั้นโดยไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ทุกคนในนั้นคือเซียนปฐพี เหนือทางเข้าหลักนั้นมีแผ่นหินสลักขนาดใหญ่แขวนอยู่ข้างบน คำสองคำถูกเขียนอย่างงดงามอยู่บนแผ่นหินนั้น

ที่นี่คือตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองแห่งเทพเจ้า และเป็นหนึ่งในสามตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่ควบคุมจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์อยู่ นั่นก็คือตระกูลซาร์ ตระกูลนี้เป็นเจ้าของหนึ่งในเจ็ดเมืองหลวงของทวีป

“ท่านคืออาจารย์หยางยู่เทียนใช่หรือไม่ ? ” เมื่อหยางยู่เทียนออกมาจากรถม้า เสียงชราก็ดังกึกก้องออกมาจากคฤหาสน์ ชายชราในชุดสีฟ้าเดินออกมาจากข้างใน น้ำเสียงของเขานั้นอบอุ่นโดยไม่มีความเย่อหยิ่ง ในขณะที่ดวงตาของเขาฉายแววเฉลียวฉลาดและกำลังสำรวจเจี้ยนเฉินอยู่

เจี้ยนเฉินประสานมือทำความเคารพชายชรา “ข้าคือหยางยู่เทียน ข้ามาเยี่ยมภายใต้คำเชิญของท่านหัวหน้าที่เคารพ ! ”

ชายชราหัวเราะคิดคัก “คนรับใช้แก่นี้ เป็นพ่อบ้านรองของตระกูลซาร์ ขอคารวะท่านอาจารย์หยางยู่เทียน อาจารย์หยางยู่เทียน ท่านหัวหน้ากำลังรอท่านอยู่ที่ห้องโถงหลักแล้ว กรุณามากับข้า”

“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ขอรบกวนท่านพ่อบ้านนำทางไปเลย ! ” การกระทำและคำพูดของเจี้ยนเฉินได้รับการอบรมและสุภาพเรียบร้อย เขาไม่ได้เย่อหยิ่งหรือไม่ระมัดระวัง ไม่ได้ถ่อมตนหรือวางอำนาจ แม้ว่าเขาจะมาที่ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแห่งเทพเจ้า เขาก็ยังใจเย็นและสงบนิ่งหมือนอย่างเคย

เมื่อได้เห็นดังนั้น พ่อบ้านรองก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้ารับในใจ “หยางยู่เทียนนี้มีดีจริง ๆ ! ”

เจี้ยนเฉินและหยางหลิงได้ตามพ่อบ้านเข้าไปในตระกูลซาร์ หลังจากนั้น เขาก็ได้ผ่านห้องหลายห้องไปโดยมีพ่อบ้านเดินนำ ก่อนจะไปถึงที่กึ่งกลางห้องโถงที่ใหญ่โต ที่ปลายสุดของห้องโถงมีชายวัยกลางคนในชุดม่วงทองนั่งอยู่ เขาคือหัวหน้าของตระกูลซาร์ และเบื้องล่างเขาลงไปนั้นมีคนที่มีอายุหลากหลายนั่งอยู่สองฝั่ง

เจี้ยนเฉินยืนอยู่ที่กลางห้องโถงและประสานมือคำนับไปที่ชายวัยกลางคนอย่างสบาย ๆ “หยางยู่เทียนคารวะท่านหัวหน้า”

สายตาของหัวหน้าเป็นประกาย เขาสำรวจดูเจี้ยนเฉินใกล้ ๆ ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของเขา “ข้าได้ยินมาว่าผู้ที่มีพรสวรรค์เช่นอาจารย์หยางยู่เทียนนั้นไม่เคยปรากฏขึ้นที่ใดมาก่อน และได้เป็นลูกศิษย์ลำดับที่ 3 จากท่านประธานของสมาคมมาซักพักแล้ว การที่ได้พบท่านในวันนี้ น้องหยางยู่เทียนนั้นเป็นมังกรในมวลหมู่มนุษย์จริง ๆ ” หัวหน้าตระกูลซาร์ไม่ได้วางท่าโอ้อวดเลยแม้แต่น้อย และยอมรับเจี้ยนเฉินในฐานะที่เท่ากับตนเอง

นี่เป็นเพราะว่าหัวหน้าตระกูลซาร์รู้ดีว่าตระกูลซาร์และสมาคมเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงนั้นอยู่ในระดับเดียวกัน สถานะของเขาในตระกูลซาร์ไม่ได้เหนือไปกว่าสถานะของเจี้ยนเฉินในสมาคมเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงเลย

หัวหน้าตระกูลซาร์ไม่ใช่คนที่กุมอำนาจเอาไว้ แต่เขาเป็นเหมือนกับกระบอกเสียง เขาเป็นเหมือนพ่อบ้านที่คอยทำตามที่เจ้านายสั่งพร้อมทั้งทำงานที่น่าเบื่อในตระกูล

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 750: ตระกูลซาร์"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ข้ามเวลาล่าฝัน!
ข้ามเวลาล่าฝัน!
มีนาคม 12, 2022
คัมภีร์มัจจุราช
คัมภีร์มัจจุราช
มีนาคม 12, 2022
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
มีนาคม 12, 2022
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
เถ้าแก่ขั้นเทพ!
มีนาคม 12, 2022
วันสิ้นโลก
วันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
กระทะเหล็กกู้โลก
กระทะเหล็กกู้โลก
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz