หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!! - ตอนที่ 3 ชำระล้างร่างกาย

  1. หน้าแรก
  2. เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) ฉบับแปลใหม่ !!!
  3. ตอนที่ 3 ชำระล้างร่างกาย
Prev
Next

Chaotic Sword God ตอนที่ 3 ชำระล้างร่างกาย

เซียงเทียนมองดูร่างกายเล็ก ๆ ของเขาแล้วถึงกับอ้าปากค้าง ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความสับสน ในรอบปีที่ผ่านมา ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่วงชีวิตที่แล้วของเขา มันได้ฉายซ้ำขึ้นมาในความทรงจำของเขาอีกครั้ง ความทรงจำยังคงแจ่มชัดราวกับทุกสิ่งทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ราวกับว่ามันได้สลักลึกลงไปในจิตวิญญาณของเขา ไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่อาจที่จะลืมมันไปได้ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ในชีวิตที่แล้วของเขา เขามีนามว่าเจี้ยนเฉิน หลังจากที่เขาได้ตายลง วิญญาณของเขามาเกิดใหม่พร้อมกับความทรงจำเดิมที่เป็นปริศนา

 แม้ว่าเขาจะเพิ่งคลอดออกมาได้ แต่ความทรงจำทั้งหมดของเขายังคงถูกเก็บรักษาไว้ เขาจึงรู้วิธีการพูด ตลอดจนบทสนทนาจากผู้คนรอบตัวของเขา ทำให้เขาได้ข้อสรุปคร่าว ๆ ว่าครอบครัวที่เขาได้อาศัยอยู่เป็นเช่นไร แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาได้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่บนโลกใบเดิมอีกต่อไป ที่นี่เป็นโลกใบใหม่ที่เจี้ยนเฉินไม่เคยได้ยินมาก่อน

 คฤหาสน์ที่เจี้ยนเฉินอาศัยอยู่มีชื่อว่า 'เจียงหยาง' คฤหาสน์นี้เป็นของหนึ่งในสี่ตระกูลหลักของเมืองลั่วเอ๋อ แต่ละตระกูลต่างคานอำนาจกันอยู่ บิดาของเขาเป็นผู้นำตระกูลเจียงหยาง มีนามว่า 'เจียงหยางป้า' มารดาของเขามีนามว่า 'ไป๋หยุนเทียน' ฮูหยินสี่ของเจียงหยางป้า แม้ว่านางจะไม่ใช่ฮูหยินใหญ่ แต่นางก็ถือว่าเป็นกำลังสำคัญของตระกูล เพราะนางได้สมญานามว่า ' เซียนผู้เชี่ยวชาญแสง '

 แม้ว่าเจี้ยนเฉินจะไม่เข้าใจว่า ' เซียนผู้เชี่ยวชาญแสง ' คือสิ่งใดกันแน่ แต่เป็นเพราะมัน มารดาของเขาจึงมีฐานะสูงส่งภายในตระกูล ผู้คนมากมายต่างให้ความเคารพนับถือนาง

สำหรับตัวเจี้ยนเฉินเอง เขาเป็นนายน้อยสี่ของตระกูลเจียงหยาง มีฐานะสูงส่งในตระกูล เจี้ยนเฉินมีพี่ชาย 2คน พี่สาว 1 คน พี่ชายคนโตมีนามว่า เจียงหยางหู่ พี่สาวมีนามว่า เจียงหยางหมิงเย่ว และพี่ชายคนที่สามมีนามว่า เจียงหยางเค่อ พวกเขาทั้งสี่มีบิดาคนเดียวกันแต่ต่างมารดา นอกจากเจียงหยางหู่แล้ว เขาก็เคยพบกับเจียงหยางหมิงเย่วและเจียงหยางเค่อทั้งสองคนมาหลายครั้ง ทั้งสองคนอายุห่างจากเขาไม่มาก เจียงหยางหมิงเย่วอายุมากที่สุด นางอายุ 4 ปี ห่างจากเจี้ยนเฉินถึง 3 ปี เจียงหยางเค่ออายุมากกว่าเขา 2 ปี นอกจากพวกเขาทั้งสี่ อย่างไรก็ตามมีเด็ก ๆ อีกมากมายในตระกูล

ในขณะนี้มีพ่อบ้านสูงวัยคนหนึ่งเข้ามาหาเจี้ยนเฉินจากด้านหลังแล้วพูดว่า " นายน้อยสี่ขอรับ สายแล้วนะขอรับ ฮูหยินกำลังรอท่านอยู่นะขอรับ "

 เจี้ยนเฉินถึงกับสะดุ้งกลับสู่ความเป็นจริง เมื่อมองไปยังท้องฟ้า เขาก็เห็นว่าท้องฟ้ากำลังทอแสงบ่งบอกว่ายามค่ำคืนกำลังจะมาเยือน เขารู้ทันทีว่าตลอดทั้งบ่ายเขายืนนิ่งโดยไม่รู้สึกตัว " ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเจียงไป่ อีกสักครู่ข้าจะตามไป "

เจียงไป่ เป็นพ่อบ้านตระกูลเจียงหยาง เขาดูแลในทุก ๆ เรื่องของตระกูลเพราะเหตุนี้เขาจึงค่อนข้างมีความสำคัญในตระกูล แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงพ่อบ้านคนหนึ่ง แต่เขาก็ได้รับความเคารพนับถืออย่างดีเทียบเท่าผู้นำของคฤหาสน์นี้

 รอยยิ้มประดับบนใบหน้าของเจียงไป่ ขณะที่มองเจี้ยนเฉินอย่างคาดหวัง ตอนเจี้ยนเฉินอายุเพียง 6 เดือนเขาก็สามารถเดินได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องให้ใครช่วยและเขาเรียนรู้ได้เร็วมาก เขาสามารถพูดได้ตอนอายุเพียง 8 เดือนเท่านั้น ไม่ใช่แค่พูดได้ชัดเจน แต่ยังสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ ด้วยความสำเร็จเพียงสองสิ่งนี้ ทำให้เจี้ยนเฉินได้ถูกเรียกขานว่าเป็นอัจฉริยะ หลายคนต่างเฝ้ารอคอยวันที่เขาได้เติบโตขึ้น

ในเวลากลางคืนเจี้ยนเฉินได้ออกไปพร้อมกับมารดาของเขา ' ไป๋หยุนเทียน '  เพื่อไปทานอาหารเย็นที่ห้องอาหาร ห้องอาหารที่ทั้งคู่นั่งอยู่นั้นมีความพิเศษ มีเพียงผู้นำคฤหาสน์ เหล่าภรรยาและบุตรทั้งหลายเท่านั้น

เมื่อไป๋หยุนเทียนและเจี้ยนเฉินมาถึงห้องอาหาร หญิงสาวที่งดงามทั้งสามได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทรงกลมตัวหนึ่ง พวงนางดูอายุราว 20 ปี สองในสามกำลังอุ้มเด็กอยู่ในอ้อมแขน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชาย อีกหนึ่งเป็นเด็กสาว เด็กชายอายุราว ๆ 3–4 ขวบ แข็งแรงสมบูรณ์แต่อวบอ้วน เขาเป็นลูกคนที่สามของเจียงหยางป้า มีนามว่าเจียงหยางเค่อ

ขณะที่เจียงหยางเค่อมองเห็นเจี้ยนเฉิน ความเป็นอริและความเกลียดชังผุดขึ้นมาในดวงตาของเขา เห็นได้ชัดเจนว่าเขาตั้งใจจะทำอะไรบางอย่าง ไม่ว่าใครก็สามารถบอกได้ว่าเขาไม่ถูกกับเจี้ยนเฉิน

หญิงสาวทั้งสี่ต่างรับรู้ถึงความเป็นปรปักษ์ที่ได้แผ่ออกมาจากเจียงหยางเค่อไปยังเจี้ยนเฉิน แต่ก็ไม่มีใครเสียเวลาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในความคิดของพวกนางนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยของเด็ก ไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอันใด

 เด็กอีกคนอายุราว 4–5 ปี นางผูกแกละสองข้าง ดวงตาที่สดใสของนางมองไปยังเจียงหยางเค่อที่ยังคงมีท่าทางไม่เป็นมิตรแล้วหัวเราะขึ้นมา เกิดเป็นลักยิ้มขึ้นบนใบหน้าทั้งสองข้าง ดูน่ารักเป็นพิเศษ แม้ว่าตอนนี้นางจะยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ แต่แน่นอนว่าเมื่อนางเติบโตขึ้น ความงามของนางอาจเทียบเคียงได้กับเทพธิดา เด็กคนนี้มีนามว่าเจียงหยาง หมิงเย่ว เป็นบุตรคนที่สองของเจียงหยางป้า และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว

"น้องสี่ เจ้ามาแล้ว! มาสิ มานั่งตรงนี้สิ ! "  เด็กหญิงโบกมือให้เจี้ยนเฉิน ในเวลาที่นางได้เห็นเจี้ยนเฉิน รอยยิ้มบนใบหน้านางก็ยิ่งงดงามมากยิ่งขึ้น

 เจี้ยนเฉินผงกศีรษะของเขาเป็นเชิงทักทายเจียงหยาง หมิงเย่ว์ แล้วนั่งลงพร้อมกับมารดาของเขา

 ไป๋หยุนเทียนเริ่มตามใจเจี้ยนเฉิน นางพูดอย่างอ่อนโยนว่า "เซียงเอ๋อ กล่าวทักทายท่านป้าและพี่ ๆ ของเจ้าสิ"

 เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่น เจี้ยนเฉินมองไปยังเหล่าหญิงสาวที่ดูเอาแต่ใจ "คารวะ ท่านป้าใหญ่ ป้ารอง ป้าสาม พี่รอง พี่สาม"ตั้งแต่ที่แม่ของเขารู้ว่าเขาสามารถพูดจาได้ฉะฉาน นางรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สอนหลักพื้นฐานมารยาทให้เขา ด้วยกรอบความคิดของเจี้ยนเฉินได้ไหลไปตามกระแส เขาไม่ได้คัดค้านการสอนของนาง เพราะสิ่งนี้เป็นประโยชน์ในระยะยาวบนโลกใบใหม่ของเขา

ครั้งแรกเมื่อเขามายังสถานที่ที่เขาไม่รู้จัก เขาต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างมากมายในร่างกายใหม่ เพราะเขาได้กลับชาติมาเกิดใหม่พร้อมกับความทรงจำดั้งเดิม เขายังรู้สึกว่าตัวเขายังเป็นเจี้ยนเฉินอยู่ ลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา เขาไม่ได้คิดว่าชีวิตใหม่นี้จะเป็นของเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ค่อย ๆ ยอมรับร่างกายและชีวิตใหม่นี้ ไม่ว่าจะคิดเช่นไร ไป๋หยุนเทียนก็เป็นมารดาของเขา แม้ว่ายังคงเป็นปริศนาอยู่ว่าความทรงจำในอดีตยังคงอยู่ได้เช่นไร พวกมันมาจากสถานที่แห่งหนึ่งจากอีกโลก ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับโลกใบใหม่นี้ ดังนั้นเจี้ยนเฉินจึงตัดสินใจซ่อนความทรงจำของเขาไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะยอมรับชีวิตใหม่และมอบทุกสิ่งให้กับมัน

หญิงสาวทั้งสามยิ้มให้แก่เจี้ยนเฉิน หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวสวมชุดคลุมสีทองหัวเราะขึ้น "น้องหยุน นี่แสดงให้เห็นว่า เซียงเทียนลูกเจ้าฉลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ และหาได้ยากที่จะได้พบเห็นเด็กเช่นเขา เขาอายุเพียงแค่ 1 ขวบเท่านั้น ข้าอิจฉาเจ้าจริง ๆ ที่มีลูกที่ฉลาดเยี่ยงนี้" หญิงสาวคนที่พูด คือฮูหยินรองของเจียงหยางป้าและเป็นแม่ของเจียงหยางหมิงเย่ว มีนามว่า ไป๋ยู่ซวง

 "ใช่แล้วน้องหยุน สิ่งที่พี่รองพูดถูกต้อง เมื่อได้พบเจอเขาในแต่ละวัน ข้ายิ่งชอบเซียงเทียนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกวันนี้" หญิงสาวอีกคนซึ่งนั่งติดกับเจี้ยนเฉิน นางเป็นฮูหยินสามซึ่งมีนามว่าหยูเฟิงหยานพูดออกมา

 " เซียงเทียนเป็นเด็กอัจฉริยะอย่างแท้จริง เดินได้ตอน 6 เดือน พูดได้ตอน 8 เดือน ไม่มีเด็กคนไหนในวัยเท่าเขาสามารถเลียนแบบเขาได้ ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าพลังเซียนในร่างกายของเขาจะมากขนาดไหน เมื่อเขาได้รับการทดสอบในอีก 2 ปีข้างหน้า ข้าหวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงเขาจะทำให้พวกเราต้องตกตะลึง " หลิงหลงฮูหยินใหญ่ซึ่งดูมีอายุและเจ้าอารมณ์มากกว่าคนอื่นพูด

ขณะที่หลิงหลงพูดจบ ได้มีเสียงอันลุ่มลึกของชายคนหนึ่งว่า " ข้าเห็นด้วย ข้าตั้งตารอพบกับความตกตะลึงเมื่อเซียงเทียนอายุ 3 ขวบ" ชายวัยกลางคนอายุสามสิบปี เดินเข้ามายังห้องอาหารด้วยท่าทีของผู้นำ ด้วยชุดฉางเป่าสีขาวประดับไปด้วยขอบสีทอง ผมสีดำยาวถึงไหล่ มันทำให้บรรยากาศในห้องอาหารผ่อนคลายลง

"ท่านพี่"

"ท่านพ่อ"

ทันใดที่เห็นชายคนนั้น ทั้งเจ็ดคนต่างลุกขึ้นยืนขึ้นพร้อมกันแล้วกล่าวเรียกชายหนุ่มออกมา แม้แต่เจียงเฉินก็ยังไม่มีข้อยกเว้น เขาได้กล่าวออกไปอย่างนุ่มนวล

 แท้จริงแล้วชายผู้นี้คือเจียงหยางป้า ผู้นำตระกูลเจียงหยาง

 เจียงหยางป้าเดินไปยังโต๊ะอาหารแล้วนั่งลงด้วยรอยยิ้ม เขามองเจี้ยนเฉินแล้วถามว่า "เซียงเอ๋อ เจ้าอยู่ที่นี่มีความสุขดีใช่ไหม?"

 เจี้ยนเฉินพยักหน้าของเขา "ขอรับ!"

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงหยางป้า "เซี่ยงเอ๋อ หากเจ้ารู้สึกเหมือนถูกปิดกั้นให้อยู่แต่ภายในคฤหาสน์ที่น่าเบื่อแห่งนี้ เจ้าสามารถออกไปหาประสบการณ์ภายนอกด้วยตนเองได้ตามสบาย"

"ข้าทราบแล้วขอรับ ท่านพ่อ" เจี้ยนเฉินตอบ

เจียงหยางป้ารู้สึกมีความสุขมากจนยากที่จะอธิบายออกมา ความฉลาดของเจี้ยนเฉินช่างแตกต่างจากเด็กอายุ 1 ขวบคนอื่น ๆ

การทานอาหารระหว่างครอบครัวเป็นไปอย่างมีความสุข อาหารได้หมดลงอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินได้กลับไปยังห้องของเขา ด้วยอายุประมาณเขา เขาควรที่จะนอนห้องเดียวกับมารดาเขา แต่ว่าเขาได้ร้องขอว่าเขาต้องการห้องของตัวเอง ในเรื่องคำขอนี้เจี้ยนเฉินยืนกรานอย่างแน่วแน่ ไม่เปลี่ยนใจ ท้ายที่สุดไป๋หยุนเทียนจึงต้องยอมทำตามคำขอของเขา

ในคืนนั้นเขาได้นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงของเขา มือของเขาทั้งสองข้างวางอยู่บนเข่า ฝ่ามือของเขาหงายขึ้น เขามีท่าทางสงบนิ่งเข้าสู่ขั้นแรกของการฝึกบัญญัติกระบี่นภา

บัญญัติกระบี่นภา ในโลกก่อนสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เจี้ยนเฉินได้ฝึกฝนมาถึง 20 ปี และได้กลายมาเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา มันเป็นเคล็ดวิชาบ่มเพาะพลังที่หาได้ยากและน่าเกรงขาม เป็นเคล็ดวิชาที่ลึกซึ้งและแข็งแกร่งมาก

บัญญัติกระบี่นภาเป็นสิ่งที่เจี้ยนเฉินพบเจอโดยบังเอิญเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็ก เขาได้ตกลงไปในหุบเขาขณะที่เล่นอยู่ในภูเขา ด้วยวิธีการอะไรบางอย่างเขาได้รอดชีวิตมาได้โดยตกลงในแอ่งน้ำ เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นเขาก็พบว่าเขาติดอยู่ในถ้ำ มีปลาเพียงอย่างเดียวที่เป็นอาหารของเขา หลังจากค้นพบคัมภีร์เล่มนี้ เขาก็ได้แต่ฝึกฝนวิชานี้ หลังจากฝึกฝนมานับสิบปีเขาก็ได้บรรลุเคล็ดวิชา สามารถออกจากถ้ำนี้ได้

เจี้ยนเฉินเป็นเด็กกำพร้าจากสงคราม เขาได้รับการเลี้ยงดูโดยปู่และย่า นับจากที่เขาติดอยู่ในถ้ำก็ผ่านมานับสิบปี เมื่อเขากลับไปถึงก็พบว่าท่านทั้งสองได้จากเขาไปแล้ว หลังจากเคารพศพพวกเขาทั้งสอง เจี้ยนเฉินได้ออกจากหมู่บ้านบนหุบเขาเล็ก ๆ แล้วออกไปเผชิญโลกเพียงลำพัง

เจี้ยนเฉินยอมรับอะไรก็ตามที่ได้มาจากชีวิตเก่าและยอมรับในชีวิตใหม่ของเขา ด้วยการยอมรับนี้ เขาเริ่มบ่มเพาะพลังและชำระล้างกายเป็นเวลาครึ่งปี เพื่อให้ร่างกายของเขาเตรียมพร้อมที่จะกลับมาแข็งแกร่งดังเดิม

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 3 ชำระล้างร่างกาย"

4 9 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

กระทะเหล็กกู้โลก
กระทะเหล็กกู้โลก
มีนาคม 12, 2022
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มหากาพย์ดาบเทวะ!
มีนาคม 12, 2022
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
ราชันย์จอมโจรปล้นสุสาน
มีนาคม 12, 2022
ชีวิตจริงเสมือนฝัน
ชีวิตจริงเสมือนฝัน
มีนาคม 12, 2022
ข้ามเวลาล่าฝัน!
ข้ามเวลาล่าฝัน!
มีนาคม 12, 2022
วันสิ้นโลก
วันสิ้นโลก
มีนาคม 12, 2022
Tags:
นิยายลิขสิทธิ์
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz