หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เคล็ดกายานวดารา - ตอนที่ 62 ฉากจบของงานประมูล

  1. หน้าแรก
  2. เคล็ดกายานวดารา
  3. ตอนที่ 62 ฉากจบของงานประมูล
Prev
Next

“หกอี้”

 

 

เสียงยานคางเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากห้องพิเศษแห่งหนึ่ง ยิงฮวาที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่มก็สะดุ้งตัวโยนจนชาที่อยู่ในแก้วกระฉอกออกมาหลายหยด 

 

 

ทุกสายตาภายในงานจ้องมองไปยังต้นเสียงนั้นก็พบว่าเป็นชายหนุ่มเยาว์วัยผู้หนึ่งกำลังนั่งแสยะยิ้มอยู่ เขามีนามว่าหลงเฉินนั่นเอง จากนั้นสายตาทั้งหมดก็หันกลับมามองที่ยิงฮวาอีกครั้งก็พบว่าบัดนี้ใบหน้าของชายวัยฉกรรจ์เต็มไปด้วยความโมโหโกรธาเสียแล้ว 

 

 

ก่อนหน้านี้ที่หลงเฉินทำการประมูลหญ้าสลายดาราก็ถูกยิงฮวาขัดคอขึ้นมาครั้งหนึ่งจนเปิดทางให้เซี่ยปายฉือจัดการกับเขาได้โดยง่าย นับตั้งแต่นั้นมาห้วงแห่งความคิดของหลงเฉินก็หมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้ เมื่อสบโอกาสดีในครั้งนี้จึงถือว่าเป็นการระบายความขุ่นเคืองออกมาให้จบสิ้นกันไป

 

 

ผู้คนไม่น้อยเกิดความนับถือต่อหลงเฉินขึ้นมาภายในจิตใจ ชายหนุ่มผู้นี้ช่างหาญกล้าที่จะตั้งตนเป็นปรปักษ์กับยิงฮวาผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดในจักรวรรดิคิดจะกระทำการเช่นนั้นเสียด้วยซ้ำไป

 

 

ภายในห้องพิเศษของยิงฮวาถูกกดดันจากรังสีอาฆาตจนผู้อื่นที่อยู่ภายในห้องหายใจอย่างติดขัดขึ้นมาส่วนหนึ่ง เขาคาดไม่ถึงว่าหลงเฉินที่สงบเสงี่ยมมาโดยตลอดจะใช้ช่วงเวลาเช่นนี้หันกลับเล่นงานตนได้

 

 

“เจ็ดอี้”

 

 

ทว่าในช่วงเวลาที่คับขันเช่นนี้ย่อมไม่มีหนทางที่จะถอยหนีออกไปได้อีกแล้ว เขาจำเป็นจะต้องมีโอสถเม็ดนี้ไม่ว่าจะต้องสูญเสียออกไปกี่ตำลึงทองก็ตาม 

 

 

ใบหน้าของหลงเฉินเต็มเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ มุมปากปรากฏรอยยิ้มกว้างจนแทบจะฉีกถึงใบหู เขาจดจ้องไปที่ห้องพิเศษของยิงฮวาอยู่ตลอดช่วงจึงเห็นปฏิกิริยาที่ลิงโลดของยิงฮวาต่อโอสถผลัดกล้ามเนื้อเปลี่ยนกระดูก

 

 

ถึงแม้ว่าภายในจิตใจจะรับรู้ได้ว่าการล่วงเกินต่อยิงฮวาช่างเป็นสิ่งที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย ทว่าในตอนนี้ไม่อยากจะคิดไปไกลเกินกว่าการระบายความอัดอั้นตันใจออกมาก่อน แล้วสิ่งใดจะเกิดค่อยว่าจัดการในภายภาคหน้า

 

 

อย่างไรเสียยิงฮวาคงจะไม่ลงมือทำอันใดต่อเขาได้มากมายนัก เป็นถึงคนของชุมนุมผู้หลอมโอสถย่อมไม่มีผู้ใดหาญกล้าที่จะข้องแวะได้อยู่แล้ว 

 

 

“แปดอี้”

 

 

ผู้คนทั่วทั้งบริเวณรวมไปถึงเหย่าหนีเชวียนก็พอจะเดาออกว่าหลงเฉินเสนอราคาไปอย่างว่างเปล่า ทว่ากลับไม่ได้ทักท้วงหรือห้ามปรามแต่อย่างใด บรรยากาศยังคงดำเนินไปด้วยเสียงโห่ร้องจากผู้คน

 

 

เมื่อพบว่าหลงเฉินเริ่มก่อกวนการประมูล ภายในดวงตาคู่งามของเหย่าหนีเชวียนกลับทอประกายเจิดจ้าของความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ทว่ากลับเก็บท่าทางให้ดูนิ่งเฉยเอาไว้เช่นเคย 

 

 

“เยี่ยมมาก หลงเฉินซื่อจื่อได้เสนอราคาแปดอี้แล้ว ยังมีผู้ใดจะให้ราคาที่สูงกว่านี้อีกหรือไม่? หากไม่มี เช่นนั้นโอสถผลัดกล้ามเนื้อเปลี่ยนกระดูกระดับสูงเม็ดนี้ก็จะกลายเป็นของหลงเฉินซื่อจื่อ” เสียงเย้ายวนของเหย่าหนีเชวียนดังขึ้นมาจากเวที

 

 

“ช้าก่อน ข้าสงสัยว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นเพียงแต่ขานราคาเปล่าเท่านั้น เขาคงจะไม่ได้มีเงินมากมายอย่างที่เสนอขึ้นมาหรอกกระมัง”

 

 

จู่จู่ยิงฮวาก็ได้เอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในแววตากลับแฝงเอาไว้ด้วยเพลิงโทสะที่เดือดดาลอยู่หลายสาย ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามข่มความเกรี้ยวกราดเอาไว้ ทว่าผู้คนทั้งหมดกลับสัมผัสได้อยู่ขุมหนึ่ง

 

 

“ใต้เท้ายิงฮวา เกิดความสงสัยต่อพวกเราอย่างนั้นหรือ?” เหย่าหนีเชวียนเก็บรอยยิ้มคืนกลับไปในทันที แล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

 

 

“หลงเฉินซื่อจื่อเป็นถึงศิษย์ของท่านปรมาจารย์หวินฉี ทั่วทั้งจักรวรรดิเฟิงหมิงมีผู้ใดที่ไม่ทราบบ้าง ก่อนที่งานประมูลจะเริ่มขึ้นทางปรมาจารย์หวินฉีได้นำเอ่อตู้มามอบให้หลงเฉินซื่อจื่อด้วยตัวเอง 

 

 

ใต้เท้ายิงฮวายังเกิดความสงสัยต่อหลงเฉินซื่อจื่ออยู่หรือไม่ ยังจะครหาว่าเป็นการขานออกมาด้วยลมปากอยู่อีกหรือ?”

 

 

วาจาอันคมคายของเหย่าหนีเชวียนนี้ถือได้ว่าไร้ซึ่งความเกรงใจอย่างถึงที่สุดแล้ว ราวกับว่าความไม่พึงพอใจต่อยิงฮวาเมื่อก่อนหน้านี้ถูกระบายออกมาจนสุดจะทน 

 

 

เมื่อได้ยินเหย่าหนีเชวียนโพล่งคำพูดเสียดแทงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ผู้คนมากมายต่างก็คลายความคับข้องภายในจิตใจไปได้ทั้งหมด 

 

 

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ก็เหมือนกับว่าหลงเฉินได้กระทำการแทนชุมนุมผู้หลอมโอสถ หากเป็นเอ่อตู้ของปรมาจารย์หวินฉีจริง หลงเฉินย่อมสามารถกวาดซื้อสิ่งของไปได้ทั้งสิ้นอยู่แล้ว

 

 

หลงเฉินเองก็มีสีหน้าปั้นยากวูบขึ้นมาชั่วครู่ สิ่งที่เคยสงสัยมาโดยตลอดถูกเปิดเผยจนเข้าใจขึ้นมาอย่างถ่องแท้ ยิงฮวาผู้นี้ได้ก่อกวนการประมูลของหมู่ตึกฮวาหวินมาโดยตลอด พวกเขาจึงได้หยิบยืมอำนาจของหลงเฉินเพื่อตบเข้าไปที่ใบหน้าของยิงฮวาฉาดใหญ่ 

 

 

ชายวัยฉกรรจ์ที่กำลังถูกกล่าวโทษอยู่นั้นก็ได้ทอสีหน้าเคร่งขรึมอย่างถึงขีดสุด หากเป็นจริงอย่างที่เหย่าหนีเชวียนกล่าวออกมา ต่อให้เขามีทรัพย์สินมากกว่านี้ก็ยังไม่อาจเอือมเป็นคู่แข่งของหลงเฉินได้ 

 

 

“สิบอี้”

 

 

ยิงฮวากุมฝ่ามือข้างหนึ่งไปที่อก ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะปะทุออกมา พลันก็ได้ขานราคาเพิ่มสูงขึ้นไปอีก ทว่าก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่าด้วยกำลังทรัพย์ถึงสิบอี้ตำลึงทองนั้นต้องเก็บสะสมมาเนิ่นนานหลายปี หากต้องใช้ทั้งหมดขึ้นมาจริงๆ คงจะต้องกระอักโลหิตอย่างแน่นอน

 

 

“พี่หลง อย่าได้เรียกอีกเลย เพียงเท่านี้พวกข้าก็แทบจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว” เจ้าลิงผอมบีบเสียงออกมาจากลำคอ 

 

 

การที่หลงเฉินขานเรียกราคาขึ้นมาครั้งหนึ่งก็ได้ทำให้หัวใจของพวกเขาวายไปครู่หนึ่งด้วยเช่นกัน อ้าปากหนึ่งครั้งมีค่าถึงหนึ่งอี้ตำลึงทอง ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เงินทองที่พวกเขาจะต้องสูญเสีย ทว่าก็ไม่อาจทนเห็นเรื่องราวเช่นนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

 

 

ภวังค์แห่งความคิดของหลงเฉินโลดแล่นขึ้นมาวูบหนึ่ง: ยิงฮวาผู้นี้น่าสงสัยเป็นที่สุด เขาจะต้องเป็นผู้ลงมือต่อผู้อื่นรวมทั้งเขาอย่างแน่นอน เพียงแค่ตอนนี้ยังไม่โผล่หางออกมาให้เห็นก็เท่านั้น 

 

 

 

“สิบห้าอี้”

 

 

เจ้าลิงผอมที่เพิ่งจะห้ามปรามออกไปก็เกิดความแตกตื่นขึ้นมาจนอยากจะสลบไปจากความอัดอั้นในตอนนี้เสียเลย หลงเฉินไม่ได้ยินที่เขากล่าวหรืออย่างไรกัน?

 

 

ยิงฮวาที่ได้เรียกขานเพิ่มขึ้นถึงสองอี้เมื่อครู่นี้ยังไม่ร้ายกาจเท่าหลงเฉินที่ขานออกมาทีเดียวก็สูงถึงห้าอี้ นี่คิดจะใช้ทรัพย์สินของปรมาจารย์หวินฉีทับถมยิงฮวาให้ตายไปเลยหรือ? 

 

 

ทั่วทั้งงานประมูลถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศที่ชวนให้ปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น แม้แต่หวังลู่หยางก็ยังอดเปลี่ยนสีหน้าไปมาอยู่หลายครั้ง ราคาเช่นนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขาไปอย่างยิ่งแล้ว 

 

 

ในตอนนี้โอสถผลัดกล้ามเนื้อเปลี่ยนกระดูกระดับกลางที่อยู่ในกำมือของเขาไม่อาจนำไปเทียบค่ากับระดับสูงเม็ดนั้นได้เลย ทว่าหากทำการวิเคราะห์ออกมาได้ก็คงจะสามารถหลอมให้ล้ำค่ากว่านี้ได้อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้เขาจึงเลือกที่จะปล่อยวางจากโอสถระดับสูงเม็ดนี้

 

 

“กร่อบ”

 

 

แก้วชาในมือของยิงฮวาถูกบีบจนแตกละเอียด น้ำชาสาดกระเซ็นไปเปรอะเปื้อนอาภรณ์ ทว่ากลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาจากชายวัยฉกรรจ์ผู้นี้แต่อย่างใด

 

 

เส้นเลือดที่อยู่บนหน้าผากกว้างนั้นกระตุกขึ้นมาเป็นสาย ถ้าหากไม่รู้ถึงเบื้องหลังของหมู่ตึกฮวาหวินอันน่าตกใจ เขาคงจะพุ่งตัวออกไปสังหารหลงเฉินทิ้งแล้วก็เป็นได้

 

 

“หลงเฉิน เจ้าคิดที่จะครอบครองโอสถเม็ดนั้นให้จงได้อย่างนั้นหรือ?” ยิงฮวาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

 

หลงเฉินแสยะยิ้มที่มุมปาก ฟังจากน้ำเสียงของชายผู้นั้นแล้วคงจะกัดกรามจนแน่นอยู่พอตัว “เปล่า โอสถเช่นนั้นไม่ได้มีประโยชน์ต่อข้านักหรอก” หลงเฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่มากกว่าหลายขุม 

 

 

“เช่นนั้นเจ้าก็จงใจที่จะเป็นศัตรูกับข้าอย่างนั้นหรือ?!” ยิงฮวาสูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง แล้วตะโกนออกมาอย่างเหลืออด 

 

 

“จะกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูก ที่ข้าประมูลของสิ่งนี้ก็มีเหตุผลด้วยกันหลายประการ อย่างแรกก็คือโอสถโบราณเช่นนี้ ต่อให้ข้าประมูลกลับไปด้วยราคาที่สูงลิบก็ไม่ถือว่าขาดทุน หากนำกลับไปมอบให้ปรมาจารย์ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ว่ากล่าวข้าอันใดแล้ว ยังจะชมเชยในตัวข้าอีกเสียหลายคำด้วย

 

 

อย่างที่สองนี่สำคัญกว่า เมื่อครู่นี้เจ้าได้เอ่ยขัดข้าอยู่รอบหนึ่ง ข้าจึงบังเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยตัวข้านั้นมีนิสัยที่ประหลาด หากอ้าปากแล้วไม่ว่าอันใดก็ชมชอบที่จะทานไปเสียหมด ที่ไม่ชมชอบทานก็มีแต่เพียงแห้วเท่านั้น

 

 

อย่างที่สามก็คือเป็นเหมือนกับส่งเสริมให้กับทางจักรวรรดิเมืองเฟิงหมิง ขุนนางเจิ้งหยวนผู้เป็นบิดาของข้า ผู้ปกปักษ์อยู่แนวชายแดน หลั่งเลือดท่ามกลางสงครามเพื่อความสงบสุขของชาวเฟิงหมิง ทว่าตระกูลหลงกลับยากข้นแค้น แม้แต่บริวารเพียงสิบกว่าคนยังแทบจะเลี้ยงดูไม่ไหวอยู่แล้ว 

 

 

และยิงฮวา เจ้าที่มีชื่อเสียงเทียบชั้นได้กับบิดาของข้ากลับกระทำเรื่องราวต่างๆ นานาต่อราชวงศ์ราวกับว่ากุมอำนาจทั้งหมดไว้ในกำมือ ข้าจึงสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าระหว่างมนุษย์ด้วยกันนั้นมีความแตกต่างกันมากเพียงใดด้วยการทดสอบว่าแท้ที่จริงแล้วตระกูลของเจ้ามีความมั่งคั่งเพียงใดกันหรือยังน้อยกว่าตระกูลหลงของข้ากี่เท่าตัวกัน?” หลงเฉินระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

 

 

ผู้คนภายในงานประมูลต่างก็เป็นประชาชนของจักรวรรดิเฟิงหมิงไปกว่าครึ่ง จึงพอจะสัมผัสได้ถึงความชิงชังที่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยวาจาท้าทายเช่นนั้น

 

 

ขุนนางเจิ้งหยวนเป็นหนึ่งในสามของสุดยอดฝีมือแห่งเฟิงหมิง อีกทั้งยังลงแรงมากที่สุด ทว่ากลับต้องมาพบเจอกับเรื่องอยุติธรรมเช่นนี้ ช่างน่าสลดใจเสียยิ่งยวด 

 

 

“เจ้าต้องการจะช่วงชิงกับข้าแม้ต้องแลกด้วยลมหายใจอย่างนั้นหรือ?” ยิงฮวากล่าวขึ้นมาด้วยแววตาที่ปรากฏจิตสังหารขึ้นมาอย่างรุนแรง จากนั้นก็ได้เหลือบมองไปยังแก้วที่แตกคามือ 

 

 

“จะกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูกอีก เจ้าลองเสนอราคาขึ้นมาอีกครั้งดูสิ ไม่แน่ว่าหากเจ้าแสดงความเสียใจในสิ่งที่เคยกระทำ ตระกูลหลงอย่างข้าอาจจะไม่แย่งชิงต่อก็ได้” หลงเฉินแสยะยิ้ม

 

 

“ฮาฮาฮา ได้ แท้จริงแล้วก็เป็นบิดาพยัคฆ์ที่ไม่มีบุตรสุนัข ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเสียจริง ข้าจะขอจดจำเรื่องราวในวันนี้เอาไว้ เช่นนั้นข้าจะขอเรียกราคาขึ้นอีกครั้ง——สิบห้าอี้กับอีกหนึ่งร้อยหมื่น” ยิงฮวาฝืนยิ้มแล้วกล่าวออกมา 

 

 

หลงเฉินยิ้มน้อยๆ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นขีดจำกัดของยิงฮวาแล้ว เขาเพิ่มขึ้นมาเพียงหนึ่งร้อยหมื่น เห็นได้ชัดว่าหากหลงเฉินยังเรียกขึ้นมาอีก ชายผู้นี้คงจะปล่อยไปอย่างแน่นอน ฉะนั้นแล้วนี่คงจะถึงเวลาอันสมควรที่จะหยุดราคาแล้ว

 

 

ความปลื้มปิติภายในใจปรากฏขึ้นมาหลังได้รับชัยชนะ ยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงเทียบเคียงกับบิดา กลับต้องมาตกอยู่ในสภาวะกดดันจนเสียเปรียบ เพียงเท่านี้ก็คลายความแค้นเคืองภายในใจได้มากแล้ว 

 

 

ทว่าในตอนนี้เขายังไม่มีพลังที่มากเพียงพอ ย่อมไม่หาญกล้าที่จะตอแยยิงฮวามากไปกว่านี้ ไม่เช่นนั้นก็จะถูกพลิกให้เป็นผู้ที่ถูกบีบให้จนตรอกเสียเอง ต่อให้เป็นคนของชุมนุมผู้หลอมโอสถก็คงจะไม่มีทางช่วยจัดการเรื่องที่ตามมาในภายหลังได้ หรืออาจจะต้องตายไปอย่างไรหนทางแก้แค้นก็เป็นได้

 

 

เหย่าหนีเชวียนกลับคืนสู่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มหวานอีกครั้ง นางเริ่มต้นนับแล้วให้ยิงฮวาได้รับโอสถผลัดกล้ามเนื้อเปลี่ยนกระดูกไปอย่างสมปรารถนา ทันใดนั้นก็มีการเต้นระบำอันตระการตารอบสถานที่จัดประมูล เสียงดนตรีบรรเลงขึ้นมาอย่างครึกครื้น ชั่วครู่ก็มีการปรากฏกายของหญิงสาวหลายนางที่สวมอาภรณ์สีสันฉูดฉาดกำลังเต้นรำไปมา

 

 

เหย่าหนีเชวียนที่ยืนอยู่บนเวทีก็ได้กล่าวขอบคุณออกมาอยู่หลายคำ โค้งคำนับไปทั่วทุกสารทิศ บัดนี้การประมูลของหมู่ตึกฮวาหวินได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

 

 

หลงเฉินยังคงเตร็ดเตร่อยู่บริเวณเดิม รอคอยให้ผู้อื่นเดินออกไปให้หมดสิ้นเสียก่อน แล้วเขาค่อยเดินออกไปพร้อมกับพวกพ้อง 

 

 

เมื่อพวกเขาเดินออกมาจากห้องพิเศษที่เคยอยู่ก็ยืนประจันหน้ากับคนกลุ่มหนึ่ง นั่นก็คือเซี่ยฉางเฟิง ฉู่หยาง เซี่ยปายฉือ และเหล่าองครักษ์นั่นเอง 

 

 

“หลงเฉิน เจ้าอย่าได้ลิงโลดไปว่าหวินฉีให้การสนับสนุนอยู่แล้วจะลำพองตัวขึ้นมาได้ ไทเฮาได้ยกองค์หญิงสามให้แต่งกับพี่ชายของข้าแล้ว เจ้าอย่าได้คิดจะเป็นคางคกกินเนื้อห่านฟ้าอีกเชียวล่ะ” เซี่ยปายฉือชี้หน้ามาที่หลงเฉินแล้วด่าทอออกมาด้วยความเกลียดชัง 

 

 

“เอ๊ะ เจ้าใช่หญิงสาวที่ร่วมหลับนอนกับอาจารย์ของตนใช่หรือไม่? อาจารย์ของเจ้าไปอยู่แห่งใดแล้วล่ะ เจ้าไม่ต้องติดตามไปปรนนิบัติเขาอย่างนั้นหรอกหรือ?” ยังไม่ทันที่หลงเฉินจะกล่าวอันใดออกมา เสียงของเจ้าลิงผอมก็ดังขึ้นมาเสียก่อน 

 

 

การเป็นผู้ติดตามของหลงเฉินย่อมสร้างความมั่นใจให้เหล่าพวกพ้องเป็นอย่างมาอยู่แล้ว เช่นนี้แล้วหากคิดกระทำที่บ้าบิ่นเสียหน่อยก็ย่อมไม่เป็นปัญหาอันใดขึ้นมาอยู่แล้ว 

 

 

เซี่ยปายฉือชักสีหน้าไปยังเจ้าลิงผอมที่อยู่ข้างกายของหลงเฉินในทันที คำพูดหยาบช้าเช่นนั้นคล้ายกับเอารองพระบาทตบเข้าไปยังใบหน้าของนางจนแทบจะทรุดลงกับพื้นไปเลยทีเดียว 

 

 

“เจ้าหาที่ตาย!!”

 

 

เซี่ยปายฉือที่กำลังจะวาดฝ่ามือออกไปก็ได้ถูกเซี่ยฉางเฟิงดึงกลับมาได้ทันท่วงที สถานที่แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ในหมู่ตึกฮวาหวินจึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะลงมืออุกอาจเช่นนี้ 

 

 

“หลงเฉิน ฉู่เหยาได้ตอบรับที่จะมาเป็นผู้หญิงของข้าแล้ว อย่าได้ละเมอเพ้อพกไปหน่อยเลย ข้าเป็นถึงองค์ชายแห่งต้าเซี่ย ทว่าเจ้าเป็นเพียงซื่อจื่อเท่านั้น สถานะมันช่างต่างกันจนเกินไป” เซี่ยฉางเฟิงกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน 

 

 

หลงเฉินไม่ได้มีปฏิกิริยาโต้กลับไปแต่อย่างใด เขาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของเซี่ยฉางเฟิงที่กล่าวออกมาเพื่อหวังจะกระตุ้นโทสะของเขาก็เท่านั้น 

 

 

ช่างรำคาญใจที่จะสนทนากับผู้คนเหล่านี้เสียจริง ขณะที่เขากำลังจะปรายสายตาหันมองไปทางอื่นก็สบเข้ากับสายตาขององครักษ์ผู้หนึ่งที่ยืนอยู่หลังองค์ชายใหญ่ “ข้าคิดว่าข้าเคยพบเจ้ามาก่อนนะ?”

 

 

องครักษ์ผู้นั้นยิ้มแล้วตอบกลับมาว่า“ข้าเป็นถึงองครักษ์ขององค์ชายใหญ่ จะเคยพบกันมาก่อนก็ย่อมไม่แปลกอันใด”

 

 

“ข้าหมายถึงสถานที่ที่พิเศษหน่อย อย่างเช่น——บริเวณใกล้เคียงกับลานประลองเป็นตาย” หลงเฉินขมวดคิ้วเข้มแล้วจ้องนัยตาไปที่ชายผู้นั้น 

 

 

องครักษ์ผู้นั้นไม่ได้ตอบกลับมา อีกทั้งยังหลบเลี่ยงสายตาไปจากหลงเฉินอีกด้วย 

 

 

หลงเฉินแสยะยิ้มขึ้นมาแล้วกล่าวกับเซี่ยฉางเฟิงว่า “ใบหน้าของเจ้าช่างดำคล้ำเสียจริง คงจะได้พบเจอกับเรื่องที่ต้องลำบากจนไม่อาจรอดพ้นไปได้ อย่างไรเสียก็ระวังตัวเอาไว้หน่อยล่ะ”

 

 

เมื่อกล่าวจบหลงเฉินก็นำพาพวกพ้องออกจากประตูใหญ่ในทันที ทิ้งให้กลุ่มคนที่ปะทะฝีปากกันเมื่อครู่ยืนตัวเกร็งด้วยความโกรธแค้น ทว่าขณะกำลังเยื้องย่างออกจากประตูใหญ่อยู่นั้น ฟู่กุ้ยก็วิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้าแตกตื่น 

 

 

“ใต้เท้าของข้าอยากจะพบกับหลงเฉินซื่อจื่อ”

.

.

.

 

 

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "ตอนที่ 62 ฉากจบของงานประมูล"

5 1 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

ระบบการ์ตูนในโลกนารูโตะ
ระบบการ์ตูนในโลกนารูโตะ
ตุลาคม 23, 2024
Omni genius
Omni genius
มีนาคม 12, 2022
e1d05327c9d1dc4
ไรเดอร์แหวกมิติ
กุมภาพันธ์ 22, 2023
เนตรเนรมิต – Tranxending Vision
เนตรเนรมิต – Tranxending Vision
มีนาคม 12, 2022
Storm in the Wilderness – ขุนศึกสยบสวรรค์
Storm in the Wilderness – ขุนศึกสยบสวรรค์
พฤษภาคม 27, 2022
Badge in Azure
Badge in Azure
มีนาคม 12, 2022
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz