หน้าแรก Amnovel
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
ค้นหา
ค้นหาขั้นสูง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
  • หน้าแรก
  • นิยายทั้งหมด
  • เติมเงิน
  • ติดต่อเรา
  • เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Prev
Next

เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย - Chapter 6 – บังคับให้มอบเควส

  1. หน้าแรก
  2. เกิดใหม่กับระบบไร้พ่าย
  3. Chapter 6 – บังคับให้มอบเควส
Prev
Next

 

Chapter 6 – บังคับให้มอบเควส

“ผลัก~!”

“สัสเอ้ย วันนี้มีงานอะไรให้ทำมั่ง?”

“ไม่ ไม่…”

“ผัวะ~!”

“จะไม่มีได้ไง? พาม้าไปเดิน ทำความสะอาดคอกม้า ตัดหญ้า มีหลายอย่างที่ต้องทำ แกให้งานพวกนั้นกับข้าไม่ได้?”

“ผู้ดูแลชราคนนี้จะดูแลพวกมันเอง ข้าจะให้ท่านมาทำได้อย่างไร?”

“ผัวะ~!”

“เอามันมาให้ข้าให้หมด.”

“ข้า… ข้า… อย่าเลย แค่ปล่อยให้ตาเฒ่าคนนี้เป็นคนทำ”

“ผัวะ~!”

“บิดาบอกว่ามอบมันมาให้ข้าก็คือให้ข้า หรือว่าจะให้ข้าตัดมันออก.”

แก้มของหม่าทงบวดปูดและดวงตาทั้งสองข้างก็ดำช้ำราวกับหมีแพนด้า เขาสูญเสียฟันและผมที่ไม่เป็นระเบียบ เขาถูกทรมาณโดยลั่วเทียนจนถึงขั้นไม่อาจมองเป็นมนุษย์ได้ เขามองไปที่ลั่วเทียนด้วยความกลัวก่อนที่จะพูดว่า“งั้น… งั้น… งั้นข้าจะ, ข้าจะ, ให้เจ้าเป็นคนดูแล.”

“ติ้ง!”

“ทำความสะอาดคอกม้า คุณจะได้รับค่าประสบการณ์ 30 หากทำสำเร็จ.”

“จูงม้าเดิน คุณจะได้รับค่าประสบการณ์ 20 หากทำสำเร็จ.”

“ให้อาหารม้า คุณจะได้รับค่าประสบการณ์ 10 หากทำสำเร็จ.”

ลั่วเทียนยิ้มอย่างพอใจและมองไปที่หม่าทงและตบหน้าอีกครั้ง พร้อมกับหัวเราะพูดว่า“เจ้าสถุนนี่ต้องถูกทุบตีเจียนตายก่อนที่จะมอบงานให้กับข้า.”

เขารู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่ไม่ได้ฆ่าหม่าทงเมื่อวานนี้ ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ได้รับเควสเหล่านี้.

ถึงแม้ว่าค่าExpจะได้ไม่มากเท่าไหร่แต่ทุกแต้มเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลั่วเทียน อย่างแรกเขาต้องการมันเพื่อเพิ่มเลเวล.

“นายน้อยๆ…”

ฟางเล่ยกำลังแบกถุงผ้าและวิ่งมาหาลั่วเทียนอย่างเหนื่อยหอบ พร้อมกับรอยยิ้มที่หยาดเยิ้ม“นายน้อย ข้ามองไปรอบๆห้องส้วมและนี่คือสิ่งที่ข้าหามาได้.”

หลังจากที่พูดอย่างนั้น ฟางเล่ยก็เปิดถุงผ้าพร้อมกับมีกลิ่นเหม็นโชยออกมา ภายในมีด้วงมูลมากกว่า 10 ตัว.

ลั่วเทียนตบไปที่ไหล่ของฟางเล่ยและกล่าวว่า“อ้วนเล่ย เจ้าทำได้ดีมาก เมื่อนายน้อยคนนี้มีเงินข้าจะพาเจ้าไปกินเนื้อ”

ฟางเล่ยเกาหัวและมีรอยยิ้มโง่ๆอีกครั้ง หลังจากที่เขาคิดว่าจะได้กินเนื้อ น้ำลายาของเขาเกือบจะไหลออกมาจากปาก.

กินเนื้อ เป็นฝันของเขาเสมอ.

ตลอดระยะเวลา 3 ปี เขาลืมไปแล้วว่าเนื้อนั้นมีรสชาติอย่างไร.

ลั่วเทียนมัดถุงผ้าและโยนมันลงกับพื้น จากนั้นเขาก็กระทืบลงบนนั้น.

ฟางเล่ยดูท่าทางที่แปลกประหลาดของลั่วเทียนและไม่อาจถามออกมา เขายินเหมือนเป็นคนโง่และกำลังฝันถึงเวลาที่ลั่วเทียนพาเขาไปกินเนื้อ…

เสียงแจ้งเตือนอย่างบ้าคลั่งดังภายในใจของลั่วเทียน.

“ติ้ง!”

“ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น ลั่วเทียน ที่ได้สังหารดวงมูล คุณจะได้ Exp 1 แต้มและพลังปราณ 0…”

“ติ้ง!”

“ขอแสดงความยินดี…”

มันใช้เวลาไม่กี่นาทีก่อนที่ด้วงมูลหลายสิบตัวที่ตายอย่างน่าเศร้าเบื้องล่างเท้าของลั่วเทียน ตอนนี้เขาได้ Expมากมายจากถุงผ้า ลั่วเทียนมองไปที่แถบExpและยิ้มน้อยๆ“อ้วนเล่ยออกไปหาด้วงมูลให้มากกว่านี้มาให้ข้า เมื่อเจ้าหามันครบ 100 ตัว นายน้อยคนนี้จะพาเจ้าไปกินเนื้อ!”

ตาของฟางเล่ยเบิกกว้าง“กินเนื้อ? เรื่องจริง?”

“แน่นอน นายน้อยของเจ้าเคยโกหกเจ้าหรือไม่?”ลั่วเทียนตอบ.

ฟางเล่ยหยิบถุงผ้าด้วยรอยยิ้มและวิ่งออกไปราวกับสายลม.

ลั่วเทียนไม่ได้อยู่เฉินและทำเควสแต่ละอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว.

————

3 วันต่อมา.

รุ่งเช้า.

ลั่วเทียนทุบตีหม่าทงเพื่อให้เขามอบเควส น่าเสียดายที่เขาไม่อาจทำให้เควสออกมาได้อีก.

ไม่ใช่ว่าหม่าทงไม่ได้ให้งานใดๆกับลั่วเทียน แต่มันเพียงแค่เขาไม่อาจนับมันเป็นเควสได้อีก.

เหมือนเหมือนกับเควสทั่วๆไป.

นี่เป็นเหตุผลที่ลั่วเทียนทุบตีหม่าทงอย่างโหดร้าย!

“จะมีเควสมากกว่านี้อีกไหม?”

เขายังไม่ทันได้เลเวลอัพไปยังปราณพื้นฐานขั้น 4 และมันไม่มีเควสอีกต่อไป มันจะไม่ทำให้ลั่วเทียนโกรธได้อย่างไร? ทำไมเขาไม่สามารถเอามันออกมาได้?

ไม่ต้องกล่าวถึงหม่าทง เขาได้ทุบตีมันอย่างโหดร้าย แต่มันก็ไม่อาจมีเควสออกมา ราวกับว่าเขาไม่ใช่ลั่วเทียน.

หากไม่มีเควสรายวัน เท่ากัยสูญเสียExpเป็นอย่างมากและทำให้การอัพเลเวลของเขาช้าลง.

หลังจากที่ถูกทุบตีอย่างโหดร้ายหม่าทงลุกขึ้นยืนที่มุมคอกม้า และเขาพึมพำกับตัวเอง“เนื่องจากข้าไม่อาจได้รับเควสใดๆในตอนนี้ ข้าต้องหาอย่างอื่นเพื่อให้ได้รับExp ข้าไม่อาจรอและทำอะไรได้.”

“ฟางเล่ยมีสถานที่ใดที่อยู่ใกล้ๆเมืองภูเขาหยกและมีสัตว์ร้ายเป็นจำนวนมากบ้าง?”

“มันเป็นแค่สัตว์ป่าตามปกติและไม่ใช่สัตว์ปีศาจ.”ลั่วเทียนกำชับเขา.

สัตว์ป่าและสัตว์ปีศาจอยู่ในระดับที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การฆ่าสัตว์ป่าเป็นไปได้ แต่เขาไม่กล้าคิดถึงขนาดฆ่าสัตว์ปีศาจ.

ฟางเล่ยนั่งอยู่ที่พื้นและเกาหัวไปพักหนึ่ง จากนั้นเขาก็ส่ายหัวและพูดว่า“ข้าไม่รู้จริงๆ นายน้อยคิดจะฆ่าสัตว์ป่าและเอาเนื้อมากิน?”

เมื่อวานฟางเล่ยได้เสร็จสิ้นภารกิจของเขาในการหาด้วงมูล 100 ตัวดังนั้นที่เขาคิดได้คือการกินเนื้อสัตว์.

“กิน กิน กิน เจ้ารู้จะแค่คำว่ากิน?.”ลั่วเทียนไม่ได้โกรธและพูดต่อ“นั่นไม่ใช่อาหารที่เรียกว่าเนื้อ?แน่นอนว่าข้าจะให้เจ้ากินมัน.”

เขาไม่อาจหาได้แม้แต่เซนเดียวเพื่อให้เขา ไม่ต้องพูดถึงการกินเนื้อเป็นอาหารทั้งสามมื้อ.

ในเวลานี้สาวกตระกูลลั่ว 4 คนได้มาที่คอกม้า.

“การแข่งขันล่าสัตว์กำลังเริ่มขึ้น ตอนนี้ข้ามั่นใจว่าจะได้เป็นสาวกหลัก.”

“ตราบเท่าที่พี่น้องของเราฆ่ากัน ข้ามั่นใจว่าเราจะมีโอกาศเป็นสาวกหลัก.

“พวกเจ้าได้ยินไหม? รางวัลสำหรับการแข่งขันล่าสัตว์ตอนนี้มีมูลค่าอย่างมาก นอกจากเหมือนกับปีที่แล้วยังมีหินหยวน.”

“หินหยวน? ใช่หินหยวนที่เต็มไปด้วยพลังปราณหรือไม่? นี่เป็นสมบัติที่ดีที่สุดใจการบ่มเพาะ! หินหยวนเพียงก้อนเดียวก็ทำให้ใครบางคนทะลวงไปยังปราณเชียวชาญได้!”

“ถ้าข้าเป็นที่หนึ่งและได้รับมันมา แน่นอนว่าข้าทะลวงเป็นปราณเชี่ยวชาญได้.”

“หยุดฝันเฟื่องได้แล้ว ผู้นำของเราจะใจดีพอที่จะให้รางวัลมากขนาดนั้นเลย?ลั่วหลินอยู่ในขั้นปราณพื้นฐานระดับ 8 แล้วใครจะท้าทายเขาได้? เห็นได้ชัดว่าภายใต้หน้าตาของเขา เขาต้องการที่จะมอบให้กับลูกของเขา พวกเจ้าไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นงั้นรึ?”

“เมื่อได้ยินเจ้าว่าอย่างนี้ มันก็มีโอกาสเป็นไปได้อย่างมาก.”

“ในบรรดาสาวกที่อายุน้อยในตระกูลลั่ว มีเพียงนายน้อยลั่วหลินที่มีคุณสมบัติที่จะได้รับหินหยวน ถ้าเป็นคนอื่นมันอาจจะไม่ได้รับการยอมรับ”

“ถูกต้อง ไม่มีใครในตระกูลลั่วที่สามารถแข่งกับลั่วหลินได้”

“ถ้าเป็นลั่วเทียนที่ก่อนจะกลายเป็นพิการ…”

“เศษขยะที่ทำให้ตระกูลขายหน้า เขามีคุณสมบัติใดที่จะมาแข่งกับนายน้อยลั่วหลินของเราได้? ข้าโกรธมากเมื่อคิดถึงเขา ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ตระกูลของเราจะมาจบแบบนี้อย่างไร?”

“พอ พอ ไม่ต้องเอ่ยถึงขยะนั้นอีก เรามาที่นี่เพื่อที่จะเลือกม้าและไปฝึกในภูเขา การฝึกครั้งนี้มีความสำคัญกับพวกเรามาก ดังนั้นเราต้องเลือกให้ดี…”

ทั้งสี่เข้ามาที่คอกและมีคนหนึ่งที่เดินนำเข้ามาพร้อมกับพูดเสียงดัง“ผู้ดูแลหม่า ผู้ดูแลหม่า เลือกม้าที่ดีที่สุดมาให้เราสี่ตัว เราจะมุ่งหน้าไปยังภูเขาเพื่อฝึก.”

หม่าทงจับไปที่ใบหน้าของเขาและออกจากห้องของเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ยินดี“คอกม้านี้เป็นม้าที่ดีที่สุด พวกเจ้าสามารถเลือกไปได้เลย.”

“ผู้ดูแลหม่า หน้าเจ้า…”

“5555…”

“5555…”

จมูกของเขาเขียว,แก้มที่ปวม,ตาของเขาที่คล้ายกับหมีแพนด้าและฟันหน้าสองซี่ได้หายไป เพิ่มด้วยท่าทางอ่อนล้าของเขา ทำให้ทั้งสี่หัวเราะออกมา.

น้ำตาไหลอาบแก้มของเขารวมกับความเกลียดชังที่อยู่ภายใน.

เมื่อเขากำลังพูดอะไรบางอย่าง ลั่วเทียนก็มาหาพวกเขา มือข้างหนึ่งได้มาจับที่ไหล่ของหม่าทง ก่อนที่เขาจะยิ้ม “นายน้อย มีอะไรที่ข้าช่วยท่านได้บ้าง?”

หม่าทงรู้สึกเจ็บปวดที่หัวไหล่และร่างกายของเขาก็เริ่มสั่น คำพูดที่มาถึงลำคอของเขาถูกกลืนกับไป.

เมื่อลั่วเทียนเห็นการแสดงออกของทั้งสี่ก็กลายเป็นความเกลียดชัง.

หนึ่งในพวกเขาพูดอย่างเย็นชา“หืม เจ้าเศษขยะเจ้ายังไม่ตาย?เราได้ยินว่านายน้อยลั่วหยู่ทุบตีเจ้าจนตายไปแล้ว?”

“ชีวิตสุนัขของเจ้าช่างทรหดจริงๆ.”

“เจ้าทไห้ข้าวสุกของตระกูลลั่วช่วงเสียเปล่าโดยแท้ขณะที่เจ้ามีชีวิตอยู่และทำให้ตระกูลเสียหน้าอย่างมาก ลั่วเทียนทำไมเจ้าไม่ตายเร็วขึ้นสักวันหล่ะ?”

ความโกรธปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟางเล่ยขณะที่เขากำหมัดแน่นและเดินออกมาจากด้านข้าง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าลั่วเทียนได้ขวางเขาไว้ เขาจะออกไปทุบตีแล้ว.

มีเพียงผลลัพธ์เดียวถ้าฟางเล่ยออกไป-เขาจะถูกทุบตีอย่างสยดสยอง.

สาวกหลักมีการบ่มเพาะอยู่ที่ปราณพื้นฐานขั้น 3 ขึ้นไป สองในสี่คนอยู่ในขั้นที่ 4 ของปราณพื้นฐาน ดังนั้นหากเกิดการต่อสู้จริงๆ ลั่วเทียนก็ไม่อาจจัดการทั้งสองได้.

ริมฝีปากของลั่วเทียนโค้งเป็นรอยยิ้มและโค้งคำนับ“นายท่านทั้งสี่ควรจะมาเลือกม้า.”

เมื่อเห็นลั่วเทียนทำหน้าอย่างยิ้มแย้มบนใบหน้าของเขา หนึ่งในพวกนั้นก็หัวเราะและพูด“ขยะก็เป็นขยะอยู่วันยังค่ำ.”

ทั้งสี่เดินตรงไปที่คอกม้าและเลือกม้าสี่ตัว.

ลั่วเทียนและฟางเล่ยนำม้าออกจากคอกและส่งบังเหียนให้ทั้งสี่ เดิมทีคิดว่าเรื่องนี้จะจบลง แต่แล้ว…

มีคนหนึ่งในกลุ่มมองไปที่ลั่วเทียนอย่างเย็นชา“มันอาจจะใช้เวลาหลายวันในการฝึกของพวกเราบนภูเขา พวกเจ้าทั้งสองช่วยตามม้าพวกเรามาได้หรือไม่.”

“ห๊ะ?”

“เรารับผิดชอบเฉพาะคอกม้า นอกคอกม้าไม่ใช่เรื่องของเรา ถ้าเจ้าต้องการให้คนอื่นดูแลม้า เจ้าก็ไปหาคนอื่น”ฟางเล่ยกล่าวอย่างไม่มีความสุข.

“บัดซบ!”

“มีขยะอย่างพวกเจ้าทั้งสองได้คอยดูแลม้าของพวกเรามันก็เป็นโชคของเจ้าแล้ว มันยังถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของพวกเจ้าแล้วทำไมยังไม่ขอบคุณข้าอีก เมื่อมันเกี่ยวกับขยะอย่างเจ้า ข้าสามารถทุบตีเจ้าจนตายได้และไม่มีใครสนใจเรื่องนี้.”

“เจ้าล้ำเส้นมากเกินไปแล้ว!”ฟางเล่ยเดิมทีก็อารมณ์ไม่ดี เขาเริ่มถกแขนเสื้อและกำลังจะรีบไป…

ลั่วเทียนยิ้มและยับยั้งความโกรธของฟางเล่ยและพูด“สามารถดูแลม้าพวกท่านทั้งสี่ได้ถือได้ว่าเป็นโชคของพวกเราแล้ว เราจะไปแน่นอน.”

เมื่อเหล่าสาวกกล่าวถึงการดูแลม้าเสียงแจ้งเตือนในใจของลั่วเทียนก็ดังขึ้น.

“ติ๊ง!”

“ได้รับภารกิจ ดูแลม้า คุณจะได้รับรางวัล 80 Exp เมื่อทำภารกิจเสร็จ.”

แน่นอนเขาจะทำหากว่ามันเป็นเรื่องของภารกิจ!

นอกจากนี้บทสนทนาระหว่างทั้งสี่คน ลั่วเทียนตังข้อสังเกตกว่าพวกเขาจะขึ้นไปบนเขาเพื่อฝึก พวกเขาไม่กล้าที่จะไปเทือกเขาวิญญาณ ดังนั้นพวกเขาต้องไปอีกเทือกหนึ่งอย่างแน่นอน สถานที่นั้นจะมีอะไรให้ล่าได้มั่ง?

“นายน้อย…”

“ทั้งสี่คนมาจากตระกูลสาขาของตระกูลลั่ว พวกเขามีคุณสมบัติใดที่จะแสดงความเย่อหยิ่งต่อหน้าท่าน? ย้อนกลับไปเมื่อก่อนนี้พวกมันก็ไม่ต่างอะไรจากสุนัขเบื้องหน้าท่าน…”ฟางเล่ยกล่าวอย่างไม่พอใจ.

“ไอ้อ้วน เจ้าลองพูดใหม่สิ?”

“มารดาเจ้าเถอะ ข้าคิดว่าเจ้าต้องเหนื่อยกับชีวิตของเจ้าแน่ๆ.”

“นายน้อยอะไร? สุนัขมันควรจะเหมาะกว่านายน้อยตั้งเยอะ! พวกเจ้าคิดว่าไง? เจ้าควรจะตื่นได้แล้ว!”

ลั่วเทียนให้สัญญาณกับฟางเล่ยทางสายตา แต่เจ้าหัวล้านกับไม่สนใจมันเลย ลั่วเทียนได้แต่ก้าวไปเบื้อหน้าและขอโทษด้วยรอยยิ้ม“ได้โปรดอย่าโกรธเลยนายท่านทั้งสี่ พี่ชายของข้าสมองไม่ค่อยดีดังนั้นโปรดอย่าลงโทษเรา เราตกลงจะดูแลม้าของพวกท่านและแน่นอนเราจะทำมัน.”

“อืม มันดีมากที่เจ้ารู้ว่าต้องทำตัวอย่างไร!”

ลั่วเทียนหัวเราะแห้งๆและเดินเข้าไปในคอกม้าและตั้งใจที่จะเอาม้าอีกสองตัว…

“เจ้าทำอะไร?”

“เจ้าคงไม่ใช่มือขี่ม้าไปพร้อมกับพวกเรา?เจ้าควรจะมองดูสถานะของตัวเอง”

ลั่วเทียนหันกลับไปมองรอบๆและถามอย่างไร้ประโยชน์“ถ้าข้าไม่ขี่แล้วข้าจะจับทุกตัวได้อย่างไร?”

“ใช่ขาของเจ้าวิ่ง มันคงไม่ได้ใช่เครื่องประดับ?”

“เศษขยะที่แพ้ขอทานต้องการจะขี่ม้า?เจ้าไม่กลัวว่าเมื่อเจ้าขี่ม้าไปรอบๆจะทำให้ผู้คนหัวเราะจนฟันร่วงงั้นรึ?”

การแสดงออกของสายตาลั่วเทียนเปลี่ยนไป เมื่อเขาเดินออกจากคอกม้า พร้อมกับยิ้มอย่างชาญฉลาด, “นายท่านต้องการคนนำทาง.”

“5555…”

“เชื่อฟังดี อัจฉริยะที่ดีที่สุดในตระกูลลั่วได้กลายเป็นอย่างนี้แล้ว 5555…”

ทั้งสี่คนได้ขึ้นไปบนม้าของเขาและลงแส้ให้ม้าวิ่งไป.

“เศษขยะชิ้นใหญ่ตามพวกเราให้ทัน ถ้าเจ้าไม่สามารถจับม้าของพวกเราได้ อย่าตำหนิบิดาคนนี้.”

ฟางเล่ยกัดฟันด้วยความโกรธและพูดอย่างอยากลำบาก“นายน้อย…”

ลั่วเทียนนัยย์ตาหดแน่น เจตนาฆ่ากระพริบอยู่ขณะที่จ้องมองทั้งสี่ จากนั้นเขาก็พูดกับตัวเอง“รอจนกว่าบิดาจะเสร็จภารกิจเสียก่อน จากนั้นมันจะถึงทีของเจ้า…”

Prev
Next

ความคิดเห็นสำหรับ "Chapter 6 – บังคับให้มอบเควส"

0 0 โหวต
คุณชอบเรื่องนี้ไหม?
ติดตาม
เข้าสู่ระบบ
แจ้งเตือนของ
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เรื่องอื่นๆ ที่คุณอาจชอบ

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) ปลดล๊อคตอนฟรี 3 วัน 1 ตอน
เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน
กรกฎาคม 6, 2023
Godly Empress Doctor
Godly Empress Doctor
มีนาคม 12, 2022
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
อัจฉริยะข้ามยุทธภพออนไลน์ (Cultivation Online)
เมษายน 24, 2023
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
ตำนานเทพปีศาจอมตะ (Immortal Devil Transformation)
มีนาคม 12, 2022
จอมดาบพิฆาตสวรรค์
จอมดาบพิฆาตสวรรค์
มีนาคม 12, 2022
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ!
มีนาคม 12, 2022
Tags:
กำลังภายใน
ประวัติการเข้าชม
You don't have anything in histories
หมวดหมู่นิยาย
  • sci-fi (24)
  • Video Games (11)
  • กำลังภายใน (36)
  • จีนกำลังภายใน (1)
  • ดราม่า (3)
  • ตลก (3)
  • นิยายลิขสิทธิ์ (18)
  • นิยายแต่ง (3)
  • ย้อนยุค อนาคต (7)
  • สยองขวัญ (2)
  • เกมส์ออนไลน์ (4)
  • แฟนตาซี (162)

© 2026 Madara Inc. All rights reserved

Premium Chapter

คุณจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบก่อน

wpDiscuz