คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 79 ตาแพนด้า
ตอนที่ 79 ตาแพนด้า
หวางหงปิงและหม่าหงทำสีหน้าไม่ถูก เดิมทีพวกเขาคิดอยากจะสั่งสอนบทเรียนให้ชายหนุ่มคนนี้และทำให้เขารู้ว่าตระกูลหวางมีอำนาจแค่ไหน แต่ไม่คาดคิดเลยว่าบอดี้การ์ดของพวกเขากลับมาโดนสั่งสอนแทน
ฉินห้าวตงอุ้มแม่หนูน้อยเดินไปที่พวกเขาสองคน แล้วพูดเคล้าเสียงหัวเราะ “ ถ้าพวกแกต้องการเอาอำนาจของตระกูลมารังแกคนอื่น เกรงว่าแกต้องไปเอาตระกูลที่ใหญ่กว่าตระกูลหวางมาขู่แล้วแหละ ”
หลังพูดจบ เขาก็ยื่นมือขวาออกไปอย่างรวดเร็วราวแสงแฟลช หลังจากเกิดเสียงดัง ‘พลั่กๆ’อยู่หลายครั้ง ตาหมีแพนด้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวางหงปิงและหม่าหง
เมื่อทั้งสองถูกสั่งสอนบทเรียนแล้ว ฉินห้าวตงก็มองไปที่หวางกวนที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขาตบหน้าหวางกวนเบาๆ แล้วพูดขึ้น “ เด็กน้อย ต่อไปก็พยายามใช้ความสามารถของตัวเอง อย่าเอาแต่มาแข่งกับคนอื่นว่าพ่อฉันใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นพ่อของเธอมีคุณสมบัติไม่มากพอที่จะแข่งกับใคร”
หลังจากพูดจบ เขาก็เดินออกไปพร้อมกับแม่หนูน้อยและหวางเจียหนี
หวางหงปิงเจ็บใจมาก เขาโกรธจนเลือดขึ้นตา เมื่อก่อนมีแต่ตระกูลหวางรังแกคนอื่น แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าต้องมาถูกรังแกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
เขายิ่งโกรธมากกว่าเดิมเมื่อเห็นบอดี้การ์ดของตัวเองกำลังนอนโอดโอยอยู่กับพื้น เขาพุ่งไปเตะพวกบอดี้การ์ดอย่างแรง “ ไอ้พวกเศษสวะ ! ทำไมฉันต้องจ่ายค่าจ้างให้พวกแกด้วย ? ไสหัวออกไปซะ เดี๋ยวนี้ ! ”
ในความเห็นของเขา การที่เขาถูกชายหนุ่มคนนี้หยามหน้า เป็นเพราะบอดี้การ์ดของเขามันไร้น้ำยา ดังนั้นหลังจากด่าเสร็จ เขาก็ไล่พวกบอดี้การ์ดออกไปจนหมด
หม่าหงพูดด้วยดวงตาบวมช้ำราวหมีแพนด้า “ ที่รัก ฉันปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้ ”
หวางหงปิงกัดฟันพูด “ ผมก็ไม่ต่างกัน ไอ้เด็กนั่นมันคิดว่ามันสู้เก่งจนสามารถทำอะไรก็ได้ ฉันต้องการทำให้มันรู้อำนาจของตระกูลหวาง ”
“ เราควรทำไงดี ? โทรหาตำรวจดีไหม ? ” หม่าหงถาม
“ โทรหาตำรวจเหรอ ? คุณเสียสติไปแล้วหรือไง ? เรารับความอับอายนั่นไม่ได้หรอก ! ” เขามองไปที่หม่าหงด้วยดวงตาแดงก่ำ ตระกูลหวางถูกสั่งสอนโดยไอ้หนุ่มยาจกคนหนึ่ง แถมพวกเขากำลังจะโทรหาตำรวจ ? พวกเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนหากเรื่องนี้กระจายไปทั่วเมืองเจียงหนาน ? ”
“ แต่เด็กนั่นมันเก่งขนาดนั้น ขนาดบอดี้การ์ดของเราก็ไม่สามารถต่อกรกับมันได้ ”
“ แค่กังฟูไม่กี่ท่าไม่น่ากลัวเท่าไรหรอก เป็นเพราะบอดี้การ์ดของเราเปล่าประโยชน์ต่างหาก แต่ตระกูลหวางร่ำรวยมากและเราจะหาบอดี้การ์ดที่ดีกว่านี้ ! ” หวางหงปิงพูด
“ ตอนนี้ฉันได้ยินหลายคนเล่าว่าบอดี้การ์ดของบริษัทรักษาความปลอดภัยป่าป๊าค่อนข้างมีความสามารถ ฉันจะไปที่นั่นและหาบอดี้การ์ดที่ดีที่สุดเพื่อสั่งสอนบทเรียนกับไอ้เด็กหนุ่มคนนั้น ”
ฉินห้าวตงกลับไม่รู้เรื่องพวกนี้ เขาขับออกจากศูนย์ศิลปะพร้อมกับหวางเจียหนี
“ ครูหวาง คุณจะไปที่ไหน ? ผมไปส่งคุณได้นะ ” ฉินห้าวตงถาม
“ งั้นต้องรบกวนคุณแล้วค่ะ ส่งฉันที่บ้านแล้วกัน ” หวางเจียหนีตอบ
“ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ทำไมไม่ไปเที่ยวกับแฟนของคุณล่ะ ? ”ฉินห้าวตงถามไปเรื่อย
สีหน้าของหวางเจียหนีดูอ้ำอึ้งไป เธอไม่ได้พูดอะไร ฉินห้าวตงเองก็สังเกตได้ถึงท่าทีที่แปลกไปของเธอ เขาจึงหยุดถามเพราะว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ ไม่นานเขาก็ขับมาถึงสถานที่ที่หวางเจียหนีบอกเขา
“ แล้วเจอกันค่ะ ครูหวาง ! ” แม่หนูน้อยโบกมือให้กับหวางเจียหนี
หลังจากบอกลาสองคนพ่อลูกแล้ว หวางเจียหนีก็เปิดประตูลงจากรถ แต่พึ่งก้าวไปได้แค่ไม่กี่ก้าว อยู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งโดดมาขวางทางเธอและคว้าแขนของเธอไว้
“ นังสารเลว ในที่สุดฉันก็หาเธอเจอ ! ”
คนที่พูดคือชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบปี เขาสวมเสื้อสูทแบรนด์เนมและหน้าตาดูดีเลยทีเดียว เพียงแต่ใบหน้าที่ดูหื่นกระหายของเขาทำให้คนมองรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่
“ ต่งเชา ทำไมนายอยู่ที่นี่ ? ” หวางเจียหนีดูตื่นตระหนกเมื่อเธอเจอชายคนนี้
“ ทำไมฉันอยู่ที่นี่น่ะเหรอ ? เธอยังจะมีหน้ามาถามฉันอีก ! เธอมันเป็นเมียฉัน เธอก็ควรอยู่กับฉันที่บ้าน ไม่ใช่เที่ยววิ่งแจ้นไปทั่ว ”
ต่งเชามองหวางเจียหนีด้วยสายตาหื่นกระหายก่อนจะพูดขึ้น “ สองสามวันมานี้อยู่ข้างนอกคงไม่ได้เที่ยวไปจีบผู้ชายที่ไหนใช่ไหม เธอนี่มันเร้าอารมณ์ฉันได้ดีมากกว่าเก่าอีก หน้าอกของเธอดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นกว่าเก่าเยอะเลย เอาล่ะตอนนี้เข้าไปได้แล้ว ฉันอยากจะจัดสักดอก! ”
หลังพูดจบ เขาก็ลากเธอเข้าไปในอพาร์ทเม้น
“ ต่งเชา ไอ้สารเลว ปล่อยฉันไปนะ ! ”
หวางเจียหนีตะเกียกตะกายอย่างสุดชีวิต แต่เธอก็ไม่อาจสู้แรงของต่งเชาได้เลย เธอโดนลากไปข้างหน้าหลายเมตร จนกระทั่งเธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องกัดแขนของต่งเชา
“ โอ้ย ! นังสารเลว ! เธอกล้ากัดฉันได้ไง ! ” ต่งเชามองแขนของเขาที่เต็มไปด้วยเลือด เขาโกรธจัด จึงง้างมือเตรียมตบหน้าหวางเจียหนี
แต่ก่อนที่มือเขาจะสัมผัสเข้ากับใบหน้าของเธอ กลับถูกจับโดยมือที่แข็งแกร่งดังเหล็ก เขาไม่สามารถขยับได้แม้แต่นิดเดียว
ต่งเชาหันไปมอง เป็นชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบปีที่คว้าข้อมือเขาเอาไว้ ในอ้อมแขนอีกข้างของชายหนุ่มคนนั้นอุ้มเด็กผู้หญิงอายุประมาณสี่ห้าปีไว้ด้วย
“ คนไม่ดี ! อย่ารังแกครูหวางนะ ”
แม่หนูน้อยตะโกนใส่ต่งเชา
ฉินห้าวตงพูดออกไปอย่างเยือกเย็นเช่นกัน “ แกเป็นผู้ชายประเภทไหนกันที่ทำร้ายผู้หญิง ? ”
“ แกเป็นใคร ? ฉันกำลังสั่งสอนเมียฉัน ! แกมายุ่งทำไม ? รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ ! ”
ต่งเชาพยายามสะบัดมือของเขาออก แต่ก็ไม่สามารถสลัดมือของฉินห้าวตงออกได้ เขาปล่อย หวางเจียหนีด้วยความโกรธแล้วตบไปที่หน้าของฉินห้าวตงด้วยมืออีกข้างหนึ่ง
“ ไปลงนรกซะ ! ”
ฉินห้าวตงตะโกนขึ้นอย่างเยือกเย็นพร้อมกับง้างแขนของเขาตบไปที่หน้าของต่งเชาอย่างแรง จนทำให้ต่งเชาถลาไปไกลราวสามสี่เมตร ก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างดัง
“ สุดยอด ! สุดยอด ! คนไม่ดี ป่าป๊าจะตีคุณ ถ้าคุณรังแกครูหวาง ! ”
เขายันตัวเองขึ้นจากพื้นและไอพ่นเลือดออกมา เขาไม่กล้าหาเรื่องฉินห้าวตงอีก ดังนั้นเขาจึงชี้หน้าด่าหวางเจียหนีแทน “ นังสารเลว ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงหนีฉันมาที่เจียงหนาน ที่แท้เธอมีผู้ชายซุกอยู่ที่นี่ แถมยังมีลูกโตขนาดนี้อีก ”
“ ระวังคำพูดหน่อย ! ไม่งั้นฉันจะหักฟันของแกซะ ”
แม้ว่าฉินห้าวตงจะยิ้มขณะที่พูด แต่ต่งเชารู้สึกได้ว่ามันปกคลุมไปด้วยความน่ากลัว เขากลัวจนตัวสั่นอย่างอดไม่ได้ และเสียใจที่เขารีบมาที่นี่เกินไปจนลืมพาบอดี้การ์ดของตัวเองมาด้วย
“ ไอ้หนุ่ม ฉันจะบอกอะไรแกให้ ฉันคือคนจากตระกูลต่งในเซี่ยงไฮ้เชียวนะเว้ย แกทำให้ฉันขุ่นเคืองไม่ได้หรอก ”
ฉินห้าวตงยิ้มบาง “ จริงเหรอ ? ถ้าฉันกล้าล่ะ ? ”
“ ไอ้หนุ่ม อย่าคิดว่าแกอยู่เจียงหนานแล้วฉันจะทำอะไรแกไม่ได้นะ ลูกพี่ลูกน้องของฉันค่อนข้างมีอิทธิพลในโลกใต้ดินของเจียงหนาน ถ้าเขามามีหวังแกไม่รอดแน่ ถ้าไม่อยากทนทุกข์ทรมานก็รีบไสหัวออกไปซะ ! ”
“ จริงเหรอ ? งั้นก็เรียกเขามาสิ แล้วแสดงให้เห็นว่าฉันจะทนทุกข์สักเท่าไหร่ “
ฉินห้าวตงประทับใจในตัวหวางเจียหนีมาก ไหนๆ ก็เห็นแก่แม่หนูน้อยแล้ว งั้นเขาจะช่วยเธอแก้ไขปัญหานี้สักครั้ง
“ รอฉันก่อนเถอะ ไอ้หนุ่ม ! ถ้าแกคนจริงก็อย่าเพิ่งหนีไปไหนแล้วกัน ! ” ต่งเชายันตัวเองขึ้นจากพื้นและหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาลูกพี่ลูกน้อง “ พี่ใช่ไหม ? ไอ้เด็กแมงดามันรังแกฉันในเจียงหนาน รีบมาที่นี่หน่อย…… ”
ใบหน้าของหวางเจียหนีซีดลงด้วยความตื่นตระหนก เธอดึงแขนของฉินห้าวตงแล้วพูด “ คุณฉิน คุณควรรีบไปซ่อนตัวนะ ตระกูลต่งมีอิทธิพลมาก แม้ว่าที่นี่คือเจียงหนานแต่ฉันได้ยินมาว่าลูกพี่ลูกน้องของเขามีอิทธิพลในโลกใต้ดินจริงๆ เป็นหัวหน้าแก๊งนักเลงที่มีชื่อเสียงด้วย ! ”
ฉินห้าวตงพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ ไม่ต้องกังวล ก็แค่นักเลงคนหนึ่ง ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ”
แม่หนูน้อยพูดเสริมอีกว่า “ ใช่แล้วครูหวาง ป่าป๊าเก่งมาก มีป่าป๊าของหนูอยู่ ครูหวางไม่ต้องกลัวอะไรเลย หนูก็ไม่กลัว ! ”
เมื่อมองไปที่ลูกสาวสุดน่ารักของเขา ฉินห้าวตงก็ยิ้มขึ้นมาทันที ในตอนนี้เองโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าของเขาก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาดู พบว่าเป็นสายของหลงไห่เซิง
ตอนนี้เขาถึงจะนึกได้ว่า เวลาผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว และวันนี้เป็นวันที่เขาควรไปรักษาหลงเสี่ยวเป่า ลูกชายของหลงไห่เซิง
เขากดปุ่มรับสาย ปลายสายมีเสียงสุภาพของหลงไห่เซิงดังเข้ามา “ คุณหมอฉิน ตอนนี้คุณยุ่งอยู่ไหม ? มีเวลามารักษาเสี่ยวเป่าหรือเปล่า ? ”
ฉินห้าวตงชำเลืองมองไปที่ต่งเชาที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ จึงรู้ว่าในเวลานี้ตัวเองยังไปไหนไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้น “ รอสักครู่นะครับ ผมกำลังเจอปัญหานิดหน่อย ถ้าจัดดการเสร็จผมจะรีบไปทันที ”
หลงไห่เซิงถามทันทีเมื่อได้ยินว่าฉินห้าวตงกำลังมีปัญหา “ ตอนนี้คุณมีปัญหาอยู่เหรอ ? บอกฉันได้ไหมว่ามันเกี่ยวกับอะไร ? ”
ในตอนนี้ฉินห้าวตงเป็นคนเดียวที่เขาใส่ใจมากที่สุด เพราะว่าหลงเสี่ยวเป่า ลูกชายของเขาอาการดีขึ้นทุกวันหลังจากการรักษาครั้งก่อน ตอนนี้เขาหยุดการฟอกเลือดและการทำเคมีบำบัดไปแล้ว
เมื่อคืนก่อนพวกเขาต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าผมของเสี่ยวเป่างอกมาใหม่แล้ว ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาเป็นกังวลมากที่สุดคือกลัวว่าฉินห้าวตงจะมีปัญหาและกระทบกับการรักษาหลงเสี่ยวเป่า
ฉินห้าวตงคิดไปครู่หนึ่ง เขาพบว่ามันจะดีกว่าถ้าเขาให้หลงไห่เซิงเป็นคนจัดการเรื่องนี้แทนที่จะเป็นเขา ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้น “ มีคนจะก่อปัญหาให้เพื่อนของผม ตอนนี้ผมอยู่กับเธอ ! ”
สีหน้าของหลงไห่เซิงดูเยือกเย็นขึ้น “ มีคนกล้ามาสร้างปัญหาให้เพื่อนของคุณหมอฉินได้ยังไง ! คุณรีบบอกที่อยู่ฉันมา ฉันจะส่งต้าเฟยไปที่นั่นทันที ”
“ ได้ครับ ” ฉินห้าวตงมองป้ายถนนที่อยู่ด้านข้างและบอกที่อยู่กับหลงไห่เซิง
เขากดวางสายเช่นเดียวกับต่งเชาที่กดวางสายพอดี เขาชี้หน้าฉินห้าวตงและหวางเจียหนีแล้วตะโกนอย่างเย่อหยิ่ง “ ไอ้แมงดา ! ถ้าแกเป็นคนจริงและอย่าหนีไปไหนล่ะ ! ลูกพี่ลูกน้องของฉันมาแกได้เห็นดีแน่ ”
“ บอกเขาให้รีบมาหน่อย เวลาของฉันมีค่า ! ”
เขาพูดจบก็ไม่ได้สนใจต่งเชาอีก เขาหันพูดกับหวางเจียหนี “ ครูหวาง สรุปมันเกิดอะไรขึ้น ? คุณพอจะเล่าให้ผมฟังได้ไหม ? ”
หวางเจียหนีดูเหมือนจะลังเล แต่ต่อมาเธอก็พยักหน้าแล้วเริ่มเล่าเรื่องราว “ ที่จริงฉันแต่งงานแล้วและสามีของฉันก็คือไอ้สารเลวที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้…… ”
ห้านาทีต่อมา ฉินห้าวตงก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด หวางเจียหนีพบต่งเชาในงานเลี้ยงโดยบังเอิญหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย
ในตอนนั้นต่งเชาเสแสร้งทำตัวเป็นคนดี เขาเป็นคนพูดเก่ง เป็นนักเต้นที่ดีและร้องเพลงเพราะ ความปากหวานของเขาทำให้หวางเจียหนีหลงใหล ด้วยความไร้เดียงสา เธอจึงแทบจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความรัก ไม่นานพวกเขาทั้งคู่ก็แต่งงานกัน
แต่หลังจากแต่งงานแล้ว เธอก็พบว่าต่งเชากำลังโกหกทุกอย่าง ที่จริงแล้วเขาเป็นคนเลว เขาไม่เพียงแต่คั่วผู้หญิงไปทั่ว แต่เขามักจะรวมกลุ่มเสพยากับพวกเพื่อนและสำส่อนไปทั่ว
หวางเจียหนีต้องการหย่ากับเขาทันทีที่เธอรู้เรื่อง แต่ต่งเชายืนกรานว่าจะไม่หย่า เธอไม่สามารถกำจัดเขาให้ออกไปจากชีวิตเธอได้เลยเพราะว่าตระกูลต่งมีอิทธิพลในเซี่ยงไฮ้มาก
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงถูกกระทำชำเราโดยต่งเชามาโดยตลอด หลายเดือนต่อมาเธอติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อย่างรุนแรง เธอจึงออกมาจากเซี่ยงไฮ้โดยอ้างว่ามารักษาโรคนี้ จากนั้นเธอก็ซ่อนตัวอยู่ที่เจียงหนานและทำงานเป็นคุณครูโรงเรียนอนุบาล
เวลาผ่านมาปีกว่าแล้วและเธอคิดว่าเธอหนีต่งเชาพ้นแล้ว
แต่ไม่รู้ว่าไอ้คนเลวนี่รู้ข่าวของเธอมาจากไหน ตอนแรกเขาโทรหาหวางเจียหนีและขอให้เธอกลับเซี่ยงไฮ้
ที่เธออารมณ์ไม่มั่นคงในตอนเช้าเป็นเพราะว่าต่งเชาโทรมาหาเธอ เธอคิดไม่ถึงเลยว่าพึ่งผ่านไปแค่สองสามชั่วโมง คนสารเลวนี่ก็มาถึงเมืองเจียงหนานและพบบ้านของเธอแล้ว
ฉินห้าวตงถอนหายใจ หญิงสาวคนนี้ไร้เดียงสาจริงๆ ตระกูลต่งมีอำนาจมาก พวกเขาต้องระบุตำแหน่งของเธอได้เมื่อพวกเขาโทรมาหาเธออยู่แล้ว และนั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงหาที่นี่เจอ
ฉินห้าวตงคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าสงสารเหลือเกิน ดังนั้นเขาจึงถามเธอ “ แล้วคุณจะทำยังไง ? ”
หวางเจียหนีน้ำตาคลอ สายตาของเธอดูสิ้นหวัง “ ฉันจะทำอะไรได้ ? ฉันอยากหย่ากับเขาแต่เขาไม่ยอม ฉันคงทำได้แค่ต้องกลับไปกับเขาถ้าไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ”
“ ถ้าคุณอยากจะสลัดเขาให้พ้นจากชีวิตคุณ ผมช่วยคุณได้นะ ! ” ฉินห้าวตงพูด
“ ไม่ต้องหรอก ตระกูลต่งทรงอำนาจเกินไป คุณไม่จำเป็นต้องมีปัญหาเพราะฉันหรอก ” หวางเจียหนีพูด
จบตอน