คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 73 ห้ามทะเลาะกัน
ตอนที่ 73 ห้ามทะเลาะกัน
หลินโม่โม่รู้สึกแต่แรกแล้วว่าคืนนี้ต้องมีเรื่องมากมายเกิดขึ้น แต่หลังจากเห็นแม่หนูน้อยง่วงนอน เธอจึงตัดสินใจปล่อยให้ถังถังเข้านอนแล้วค่อยคุยทีหลัง
ไม่นานพวกเขาก็กล่อมแม่หนูน้อยจนหลับ หลินโม่โม่เห็นดังนั้นจึงดึงฉินห้าวตงออกมาแล้วกระซิบ “ มากับฉัน ”
ทั้งสองคนเดินมาที่โซนห้องหนังสือที่อยู่ด้านข้าง ฉินห้าวตงจึงพูดหยอกหลินโม่โม่ “ แม่ของลูก ดึกขนาดนี้แล้วคุณมาหาผมลับหลังถังถังทำไม มีเรื่องอะไรเหรอ? ”
พูดจบเขาก็มองไปที่เตียงใหญ่ที่อยู่ถัดจากเขาไปโดยไม่ตั้งใจ
“ คุณนี่มันปากเร็วจริงๆ ชอบล้อเล่นตลอด ฉันจริงจังอยู่นะ ” หลินโม่โม่มองค้อนเขา “ สรุปมันเกิดอะไรขึ้นที่งานนั่น ? เล่าให้ฉันฟังหน่อย ”
ฉินห้าวตงรู้ว่าหลินโม่โม่ต้องถามเรื่องนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเล่าเรื่องของงานนิทรรศการในวันนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ
หลินโม่โม่แปลกใจกับสิ่งที่เธอได้ยิน เมื่อฉินห้าวตงเล่าจบ เธอจึงถามขึ้น “ คุณบอกว่าคุณซื้อหินหยกไปหนึ่งร้อยล้านหยวนและยังชนะพนันหินกับเฝิงเทียนต๋าอย่างต่อเนื่องงั้นเหรอ ? ”
“ แน่นอน ผมใช้เงินหนึ่งร้อยล้านหยวนไปหมดแล้ว และหยกเขียวจักรพรรดิก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน ” ฉินห้าวตงตอบ
“ คุณทำอย่างนั้นได้อย่างไรกัน ? ”หลินโม่โม่ถาม
“ คุณพูดว่าอะไรนะ ? “
“ อย่ามาหลอกฉัน คุณจะชนะสามเกมในรวดเดียวได้อย่างไร ? แล้วทำไมมีหยกในหินทุกก้อนที่คุณเลือกมา ? และคุณยังเอาหยกเขียวจักรพรรดิมาได้อีกเนี่ยนะ ? ”
“ ผมก็บอกคุณไปแล้ว มันมาจากดวงของต้าเหมากับเอ้อร์เหมา พวกมันช่วยผมเลือกหิน ”
“ อย่ามาโกหกฉัน แล้วที่คุณเลือกเจอหินที่มีหยกจากในงานนิทรรศการของฉันล่ะ คุณจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร ? ”
“ นั่นมันน่าจะเป็นโชคของผมแล้วล่ะ ผมได้ยินมานานแล้วว่าคนมีคุณธรรมมักจะมีโชค ดูท่าว่าจะเป็นเรื่องจริงนะ ”
เมื่อเห็นสีหน้าทีเล่นทีจริงของฉินห้าวตง หลินโม่โม่โกรธจนกัดฟันกรอด แต่เธอไม่มีทางอื่นนอกจากเชื่อคำอธิบายนี้
จากนั้นฉินห้าวตงก็พูดอย่างจริงจัง “ ธุระของผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปผมมีเรื่องบางอย่างอยากให้คุณทำ ”
“ คุณอยากให้ฉันทำอะไร ? ” หลินโม่โม่ถามอย่างแปลกใจ
“ พรุ่งนี้ตอนคุณไปทำงาน บอกให้คนกระจายข้อความนี้ไป บอกว่าหินดิบของเฝิงชื่อกรุ๊ปไม่ใช่ของที่มาจากเหมืองเก่าพม่า แต่มันคือของปลอม…… ”
ก่อนที่ฉินห้าวตงจะพูดจบ หลินโม่โม่ก็แย้งขึ้น “ เป็นไปได้ไง ? ฉันส่งคนไปดูมันแล้ว หินของตระกูลเฝิงเป็นหินดิบที่มาจากเหมืองเก่าของพม่าจริง พวกมันเป็นของแท้ ไม่มีใครเชื่อข่าวลือนั่นหรอก ”
“ อย่าเพิ่งวิตกขนาดนั้น แน่นอนว่าผมมีเหตุผลสำหรับการพูดเช่นนั้น” ฉินห้าวตงพูด
“ ไม่มีใครเชื่อข่าวลือนี้อย่างเดียวหรอก แต่ถ้าในหินดิบทางฝั่งเฝิงชื่อกรุ๊ปไม่สามารถเจอหยกที่มีมูลค่าสูงกว่าสามเท่าอีก คุณคิดว่าคนอื่นเขาจะคิดอย่างไร? ”
“ เอ่อ……. ” หลินโม่โม่ลังเลไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูด “ แบบนั้นก็น่าจะพอเชื่อได้อยู่ แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ? ในเมื่อคุณพบหยกเขียวจักรพรรดิในงานของพวกเขา ทำไมคนอื่นจะหาหินที่มีราคาที่สูงมากๆ ไม่ได้ ? ”
ฉินห้าวตงมองไปที่หลินโม่โม่ด้วยท่าทีที่มีความหมาย “ เชื่อผม ตระกูลเฝิงจะไม่มีทางหาหินดีๆ ได้อีกแล้ว คุณจำเป็นต้องกระจายข่าวออกไป เมื่อแขกไม่สามารถซื้อหินคุณภาพดีกับตระกูลเฝิงได้ โดยธรรมชาติพวกเขาก็จะกลับมาที่งานนิทรรศการของหลินชื่อกรุ๊ป พอถึงตอนนั้นตระกูลเฝิงก็จะได้แค่จ้องมองเรา ”
หลินโม่โม่เป็นนักธุรกิจมายาวนาน และเธอฉลาดและมีไหวพริบดีเป็นอย่างมาก ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ได้เป็นประธานของหลินชื่อกรุ๊ปด้วยวัยเพียงยี่สิบกว่าปีหรอก
เธอเข้าใจในทันทีและอุทานด้วยความตกใจ “ คุณหมายความว่าคุณซื้อหินพวกนั้นมาหมดแล้วใช่ไหม ? ”
ฉินห้าวตงเปลี่ยนสีหน้าเป็นเหย้าแหย่ทันที “ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น คุณแค่ต้องเชื่อในสิ่งที่ผมพูด ผมสามารถรับประกันความสำเร็จของงานนิทรรศการครั้งนี้ได้แน่นอน เราจะเอาชนะตระกูลเฝิงได้อย่างสมบูรณ์ ”
หลินโม่โม่รู้ว่าฉินห้าวตงกำลังปกปิดบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่เซ้าซี้เขาอีก เพราะทุกคนก็มีความลับของตัวเองทั้งนั้น
“ แล้วหินที่คุณซื้อมาล่ะ ? คุณเอามันไปไว้ที่ไหน ? ”
“ ทั้งหมดอยู่ที่บริษัทรักษาความปลอดภัยป่าป๊า มันเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด ” ฉินห้าวตงตอบ
“ คุณต้องมีหินคุณภาพดีแน่นอน สู้พวกเขาเอามันออกมาขายไม่ดีกว่าเหรอ ตอนนี้หลินชื่อกรุ๊ปของเรากำลังขาดของดี ”
ฉินห้าวตงส่ายหัว“ ไม่ได้ ของพวกนั้นผมเอาไว้ให้เป็นค่าเทอมลูก ”
“ คุณนี่มัน….. ”
หลินโม่โม่พูดไม่ออก ตระกูลหลินจะไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอมให้ถังถังเชียวเหรอ?
“ หินพวกนั้นยังไม่เหมาะที่จะเอามาขายตอนนี้ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ตระกูลเฝิงสงสัยพวกเราเอาได้ ” ฉินห้าวตงกล่าว
หลินโม่โม่เข้าใจในทันที ถ้าเฝิงชื่อกรุ๊ปไม่มีหินรางวัลที่มีมูลค่าสูงกว่าสามเท่าปรากฏต่อหน้าทุกคนอีก แต่ทางฝั่งหลินชื่อกรุ๊ปกลับมีหินคุณภาพดีปรากฏขึ้นมากมายแทน จะต้องทำให้อีกฝ่ายสงสัยอย่างแน่นอน มันจะทำให้พวกเขาประติดประต่อเรื่องนี้กับฉินห้าวตงได้
ที่จริงแล้วเธอไม่รู้ว่าฉินห้าวตงยังมีเจตนาอื่น จากการประมาณราคาเบื้องต้นของหินหยกพวกนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งถึงสองพันล้านหยวน ถ้าหากเขาเอาให้หลินโม่โม่ ด้วยนิสัยของเธอ เธอจะต้องมอบมันให้หลินชื่อกรุ๊ปโดยไม่ลังเลอย่างแน่นอน
ในสายตาของฉินห้าวตงมีแค่ผู้หญิงของเขาและแม่หนูน้อยเท่านั้นที่สำคัญที่สุด เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลินชื่อกรุ๊ป และมันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมอบความมั่งคั่งขนาดนั้นให้คนอื่น
“ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะไม่พูดอะไรอีกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ” หลินโม่โม่พูด
ฉินห้าวตงเอาเช็คจากกระเป๋าของเขาออกมาและยื่นมันให้หลินโม่โม่ “ วันนี้ผมใช้เงินจากบัตรของคุณไปหนึ่งร้อยล้านหยวน นี่เป็นเช็คมูลค่าหนึ่งร้อยล้านหยวนพอดี คุณรับไปสิ ”
“ คุณช่วยบริษัทของเราไว้มากมาย ฉันไม่ต้องการเงินนั่นหรอก ” หลินโม่โม่พูดขึ้น
หลังจากเงียบไปสักพัก เธอก็พูดขึ้นมาอีกว่า “ ไม่ต้องกังวล หินพวกนั้นเป็นของคุณ ฉันไม่เอาหรอก ”
ฉินหาวตงแอบหัวเราะ ผู้หญิงคนนี้ทำอย่างกับเข้าใจเขาเป็นอย่างดี สาเหตุที่เขาคืนเงินหลินโม่โม่ เพราะไม่อยากให้เธอถูกคนในบริษัทนินทา
“ ผมบอกไปแล้วนี่ว่ายืม ยืมแล้วต้องคืน อีกอย่างผมช่วยคุณ ไม่เกี่ยวกับเงินของหลินชื่อกรุ๊ปสักนิด ผมแค่อยากช่วยคุณเท่านั้น ”
“ งั้นก็ได้ ” เมื่อเห็นความตั้งใจอันแน่วแน่ของฉินห้าวตง หลังจากลังเลไปพักหนึ่ง หลินโม่โม่จึงรับเช็คไป แต่เธอกลับพูดขึ้นว่า “ หยกเขียวจักรพรรดิก้อนนั้นมันมีมูลค่ามหาศาลเกินไป คุณรีบเอากลับไปเลย อย่าให้เธอเป็นของเล่นอีกเด็ดขาด ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม “ ในเมื่อถังถังชอบมัน ก็ให้เธอไปเถอะ ”
หลินโม่โม่โบกมือพัลวัน “ ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด มันแพงเกินไป เอามันกลับไปซะ ”
“ ผมจะเอามันไปทำไมล่ะ คุณก็รู้นี่ว่าผมเป็นผู้ชาย ผมเกลียดสีเขียวที่สุด ”
“ แต่…… ”
หลินโม่โม่ยังอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอถูกฉินห้าวตงพูดคำขาด
“ ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ต่อให้ของสิ่งนั้นมันมีค่ามากแค่ไหน แต่มันก็เป็นแค่หินก้อนหนึ่ง จะมาเทียบกับลูกสาวผมได้อย่างไร พอเวลาผ่านไปเธอเล่นมันจนเบื่อแล้ว พวกคุณก็เอามันไปทำเป็นเครื่องประดับได้ อยู่ที่ผมมันก็ไม่มีประโยชน์ ”
หลินโม่โม่ลังเลไปสักพัก ก่อนที่จะพูดขึ้น “ ไม่ได้อยู่ดี…… ”
“ ผมบอกว่าได้ก็คือได้ ” ฉินห้าวตงเดินไปหาหลินโม่โม่แล้วจ้องตาเธอ “ ผมเป็นแฟนของคุณ และคุณต้องฟังผม ”
แก้มของหลินโม่โม่เปลี่ยนเป็นสีแดง แต่เธอไม่กล้าที่จะสบตาฉินห้าวตงโดยตรง เธอจึงกระซิบเขาแทน “ ใครบอกว่าคุณเป็นแฟนของฉันกัน ? ”
“ ฉันพูดเช่นนั้น มันยังไม่พอเหรอ ? ดูเหมือนว่าคุณต้องการให้ผมยืนยันมันนะ ”
จากนั้นฉินห้าวตงดึงหลินโม่โม่เข้ามาไว้ในอ้อมกอดแล้วจูบเธออย่างลึกซึ้ง
ร่างของหลินโม่โม่แข็งทื่อ เธออยากจะผลักฉินห้าวตงออกไป แต่พอเธอนึกถึงฉากเมื่อสี่ปีก่อน จู่ๆ ร่างกายของเธอก็ร้อนวูบวาบโดยไม่รู้ตัว มือสองข้างของเธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แทนที่เธอจะผลักเขาออก กลับกายเป็นว่าเธอกอดแผ่นหลังอันแข็งแกร่งของฉินห้าวตงไว้แทน
หลังจากจูบกันอยู่นาน ฉินห้าวตงจึงอุ้มหลินโม่โม่ขึ้นแล้วเดินไปยังเตียงใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง
ขณะที่เขากำลังวางกดหลินโม่โม่ลงเตียงเพื่อพิสูจน์ว่าเขาคือผู้ชายของเธอ ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออก
“ ป่าป๊า หม่าม๊า หนูไม่อนุญาตให้ป่าป๊าหม่าม๊าทะเลาะกัน! ”
เสียงของแม่หนูน้อยราวกับความเย็นในฤดูหนาวที่ทำให้ไฟร้อนแรงในตัวของพวกเขาสองคนมอดไหม้ไปจนหมด
ฉินห้าวตงรีบลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว ส่วนหลินโม่โม่ก็จัดแจงเสื้อผ้าของเธออย่างรีบร้อน
“ ป่าป๊า หม่าม๊า อย่าทะเลาะกันกัน อย่าทิ้งหนูไป ! ”
แม่หนูน้อยพูดอยู่ก็ร้องไห้ออกมา ใบหน้าเล็กๆ ได้รูปของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าและเสียใจ
“ ถังถังอย่าร้องนะ ” ฉินห้าวตงรีบย่อตัวลงตรงหน้าแม่หนูน้อยแล้วพูดปลอบเธอ “ พ่อกับแม่ไม่ได้ทะเลาะกัน ”
“ ป่าป๊าหลอกหนู หนูเห็น ป่าป๊ากำลังทะเลาะกับหม่าม๊า ! ”
แม่หนูน้อยร้องไห้น้ำตาไหลพรากขณะที่เธอพูด
“ ถังถัง นั่นมันไม่ใช่การทะเลาะกัน เมื่อกี้แม่ของลูกรู้สึกไม่สบายและพ่อเป็นหมอ พ่อกำลังรักษาแม่ต่างหากล่ะ หนูถามแม่ก็ได้ ”
“ จริงไหมคะ ? หม่าม๊า ? ” แม่หนูน้อยถามหลินโม่โม่อย่างจริงจัง
หลังจากที่หลินโม่โม่จัดเสื้อผ้ายับยู่ยี่ของเธอจนเรียบร้อย เธอมองค้อนใส่ฉินห้าวตง พอนึกถึงว่าเขาบอกว่าเรื่องที่ทำทั้งหมดเมื่อกี้คือการรักษา แก้มที่หายแดงแล้วก็กลับมาแดงอีกครั้ง
“ ใช่แล้วถังถัง แม่รู้สึกไม่ค่อยสบายท้อง พ่อเลยมาช่วยรักษาแม่ ”
“ อ้อ ! ตอนนี้หม่าม๊าหายหรือยัง ป่าป๊าอยากช่วยรักษาหม่าม๊าต่อหรือเปล่า ? ” แม่หนูน้อยเชื่อคำโกหกของพวกเขาเสียสนิท
“ ไม่ล่ะ ตอนนี้แม่ดีขึ้นแล้ว ” หลินโม่โม่พูดอย่างงุ่มง่าม
เมื่อเห็นว่าคำถามของแม่หนูน้อยถูกแก้ไปแล้ว ฉินห้าวตงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาจับมือแม่หนุน้อยแล้วเอ่ยถาม “ ถังถัง ลูกหลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ ? ทำไมถึงตื่นขึ้นมาอีกแล้ว ? ”
“ หนูฝัน ฝันว่าป่าป๊ากับหม่าม๊ากำลังทะเลาะกัน จากนั้นก็ทิ้งหนูให้อยู่คนเดียว หนูกลายเป็นเด็กที่ไม่มีป่าป๊าและหม่าม๊า…… ”
พอพูดมาถึงตรงนี้ แม่หนูน้อยก็ร้องไห้อีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเธอเสียใจมาก
“ไม่ต้องร้อง ถังถังไม่ต้องร้องไห้นะ พ่อกับแม่จะไม่มีวันทิ้งหนูไปไหน ”
หลินโม่โม่และฉินห้าวตงช่วยกันปลอบแม่หนูน้อย จนทำให้เธอยิ้มออกมาได้
พวกเขากล่อมแม่หนูน้อยจนนอนหลับไปอีกครั้ง จากนั้นหลินโม่โม่จึงพูดขึ้น “ มันดึกมากแล้ว คุณกลับไปนอนเถอะ ”
“ คุณก็รู้ว่ามันดึกขนาดนี้แล้วยังจะรีบไล่ผมกลับไปอีก ไม่งั้นคืนนี้ก็ให้ผมนอนที่นี่สิ ” ฉินห้าวตงมองไปที่เรือนร่างชวนเย้ายวนของหลินโม่โม่ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่
“ ไม่ได้ ถ้าเกิดถังถังตื่นขึ้นมาอีกล่ะ ? เราโกหกเธอตลอดไปไม่ได้นะ ”
หลังจากที่หลินโม่โม่มีประสบการณ์จากเรื่องเมื่อครู่นี้ ตอนนี้เธอได้สร้างกำแพงในใจเรียบร้อยแล้ว
ฉินห้าวตงจึงทำได้เพียงลงจากเตียงอย่างหมดหนทาง ลูกสาวของเขาบางทีก็ดีอยู่หรอก แต่บางทีก็ชอบมาทำลายบรรยากาศและเรื่องดีๆ ของเขา
หลังจากที่เขาหอมแก้มแม่หนูน้อยและหลินโม่โม่ไปคนละหนึ่งฟอดแล้ว เขาก็หมุนตัวเดินจากไป
ขณะที่เขากำลังออกจากประตูคฤหาสน์ตระกูลหลิน ยังไม่ทันที่จะถึงบ้านเขา เขาก็เห็นเงามืดมาแต่ไกล
เงานั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งเสียงราวกับผีในยามค่ำคืน เห็นได้ชัดว่าเป็นคนมีฝีมือ
ฉินห้าวตงซ่อนตัวและอยากรู้ว่าคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ แต่เขากลับเห็นว่าเงานั้นมาใกล้บริเวณคฤหาสน์ตระกูลหลิน มันมองสำรวจรอบๆ สักพักแล้วกระโดดเข้าไป
ฉินห้าวตงตะลึงไปเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดเลยว่าคนนี้จะพุ่งเป้ามาที่ตระกูลหลิน ผู้หญิงของเขาและลูกสาวของเขายังอยู่ในคฤหาสน์ เขาไม่สามารถปล่อยเธอทั้งสองคนไว้ได้ ดังนั้นจึงรีบตามเข้าไป
จบตอน