คุณพ่อยอดหมอเทวดา (重生之奶爸医圣) - ตอนที่ 71 ไม่เคยเห็นพ่อที่รักลูกขนาดนี้มาก่อน
ตอนที่ 71 ไม่เคยเห็นพ่อที่รักลูกขนาดนี้มาก่อน
กู่เทียนเฟิงยอมแพ้แล้ว ดังนั้นแร่หินหยกที่เขาเลือกมาจึงไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไป จากนั้นเฉียนตัวตัวก็ประกาศให้ฉินห้าวตงเป็นผู้ชนะการพนันครั้งนี้
ซึ่งนี่หมายความว่านอกจากเฝิงเทียนต๋าจะไม่ได้ต้าเหมาและเอ้อร์เหมาแล้ว เขายังต้องเสียเงินไปอีกสามสิบล้านหยวน
แต่สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็คือ ในครั้งนี้โจวซุยซุยไม่ได้โวยวายอะไร เธอเพียงหันไปมองฉินห้าวตงด้วยแววตาคาดแค้นแล้วเดินจากไป เฝิงเทียนต๋าเดินตามเธอออกไปโดยไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
ในตอนนี้เอง มีชายวัยกลางคนสวมสูทแบรนด์เนมชื่อดังคนหนึ่งเดินเข้ามาหาฉินห้าวตง “ หนุ่มน้อย ฉันเป็นผู้จัดการของสมาคมอัญมณีแห่งต้าเฉิง ไม่ทราบว่านายจะขายหยกเขียวจักรพรรดิก้อนนี้หรือไม่? ฉันยินดีจะจ่ายให้นายในราคาหนึ่งร้อยล้านหยวน ”
ฝูงชนแตกฮืออีกครั้ง เฉียนตัวตัวพึ่งบอกมูลค่าของหยกเขียวจักรพรรดิไปว่ามีมูลค่าหนี่งร้อยล้านหยวน ตอนนี้มีคนยินดีจะจ่ายเพื่อซื้อมัน สิ่งนี้จึงทำให้ในใจของผู้คนเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งอิจฉา ทั้งริษยา ทั้งเกลียดชัง
มีบางคนพูดขึ้นมาว่า “ หนุ่มน้อย ขายมันไปเถอะ เงินหนึ่งร้อยล้านหยวนไม่ใช่เงินน้อยๆ เลยนะ ”
“ ใช่แล้ว ของราคาไม่กี่พันหยวนเปลี่ยนเป็นเงินได้ถึงร้อยล้านหยวนแบบนี้ ต่อให้ปล้นมาก็ไม่เร็วขนาดนี้หรอก! ”
แม่หนูน้อยที่กำลังสนุกกับการเล่นหยกเขียวจักรพรรดิอยู่ เมื่อเธอได้ยินว่ามีบางคนต้องการซื้อมัน เธอจึงรีบโวยวายขึ้นมาทันที “ ไม่ขาย ! ไม่ขาย ! นี่มันลูกบอลแก้วของถังถัง ! ”
ฉินห้าวตงหันไปยิ้มให้ชายวัยกลางคน “ โทษที ลูกสาวของผมชอบก็ปล่อยให้เธอเล่นมันไปเถอะ ตอนนี้ผมยังไม่คิดที่จะขายมัน ! ”
หลังจากที่เขาพูดจบ ทุกคนแทบจะอกแตกตาย พวกเขาเคยเห็นพ่อแม่หลายคนที่รักลูกของตัวเองมาก แต่ไม่เคยเห็นพ่อแม่คนไหนรักและตามใจลูกของพวกเขาจนเสียคนได้มากขนาดนี้มาก่อน ต่อให้เป็นพวกมหาเศรษฐีติดอันดับโลก ก็ยังไม่ยอมเอาหยกเขียวจักรพรรดิมูลค่าร้อยล้านหยวนมาให้ลูกเล่นเป็นลูกบอล
“ เอ่อ……” ชายวันกลางคนรู้สึกสับสนเช่นกัน เขาทำใจให้เย็นลงก่อนจะถาม “ พ่อหนุ่ม นายคิดทบทวนมันอีกครั้งได้ไหม ? ถ้าราคาไม่เหมาะสม เราสามารถพูดคุยเจรจากันได้นะ ”
“ ไม่ล่ะ ไม่ว่าจะมีเงินมากมายแค่ไหนก็ซื้อความสุขของลูกสาวผมไม่ได้ เธอชอบเล่นพวกลูกบอลแก้วก็ให้เธอเล่นไปเถอะ! ”
ชายวัยกลางคนรู้สึกเศร้าใจ ‘ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? นี่คือบอลแก้วงั้นเหรอ ? นี่มันคือหยกเขียวจักรพรรดิที่มีมูลค่ามากกว่าหนึ่งร้อยล้านหยวนเชียวนะ ‘
แม้ว่าหลายคนจะไม่เห็นด้วยกับฉินห้าวตง แต่หยกเขียวจักรพรรดิเป็นของเขา เขาจะทำอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ ต่อให้เขาทำให้มันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขา
ขณะที่ทุกคนกำลังขุ่นเคืองใจนั้น มือของแม่หนูน้อยก็ลื่นจนหยกเขียวจักรพรรดิร่วงลงมา เรื่องราวมันเกิดขึ้นเร็วมาก แม้แต่ฉินห้าวตงก็ยังคว้าไว้ไม่ทัน
เกิดเสียงตกใจท่ามกลางผู้คน ‘นี่เงินหนึ่งร้อยล้านหยวนเชียวนะ หายไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ สิ้นเปลืองมาก ! สิ้นเปลืองอย่างที่สุด !’
ทันใดนั้นเกิดแสงสีขาวพุ่งผ่าน ต้าเหมาโดดเข้ามาและอ้าปากรับหยกเขียวจักรพรรดิที่ไหลลงมา จากนั้นมันก็หมอบที่ขาของฉินห้าวตงด้วยท่าทางที่โอ้อวด
แม่หนูน้อยหัวเราะคิกคักออกมา “ สนุกจัง! ต้าเหมา นายเยี่ยมมาก ! ”
“ เก่งมาก กลับบ้านไป ฉันจะเอากระดูกให้แกเป็นรางวัล ”
ฉินห้าวตงตบที่หัวของต้าเหมาเบาๆ และรับหยกเขียวจักรพรรดิที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของมัน เขาเช็ดจนสะอาดแล้วส่งคืนให้กับแม่หนูน้อย
โอ้พระเจ้า เขายังจะให้ลูกเล่นอีกเหรอ เขาไม่กลัวมันแตกหรือไง ? หรือว่าเขาจะไม่สนใจเงินหนึ่งร้อยล้านหยวนจริงๆ ?
มองดูท่าทีไม่สนใจของฉินห้าวตง ถ้าผู้คนไม่ได้เห็นกระบวนการทั้งหมดในการได้มาของหยกชิ้นนี่ พวกเขาคงจะคิดว่ามันเป็นแค่บอลแก้วจริงๆ
ในตอนนี้ชายวัยกลางคนพอเห็นต้าเหมาและเอ้อร์เหมาก็เกิดความคิดขึ้น
‘ สาแหตุที่ฉินห้าวตงสามารถเอาชนะพนันได้สามเกมรวดและในที่สุดก็ได้หยกเขียวจักรพรรดิมาครอบครอง เป็นเพราะเขาพึ่งสุนัขสองตัวนี้ ในเมื่อซื้อหยกไม่ได้ งั้นก็ซื้อสุนัขสองตัวนี้แทนแล้วกัน ’
‘ ตราบใดที่ฉันมีสุนัขสองตัวนี้ ฉันก็สามารถเลือกหินหยกได้ ไม่ว่าจะเป็นหยกชนิดนั้นฉันก็จะหามาครอบครองได้ พวกมันไม่ใช่แค่สุนัข แต่พวกมันเป็นต้นไม้เงินต้นไม้ทอง เป็นชามสมบัติ และแมวนำโชคชัดๆ ’
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาจึงพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า “ น้องชาย นายจะขายสุนัขสองตัวนี้ไหม ? ขอแค่นายเอ่ยปาก ฉันจะไม่ต่อราคาเลย ”
คำพูดของเขาเหมือนย้ำเตือนแก่คนอื่น ในเวลานี้เริ่มมีหลายคนคิดอยากจะซื้อสุนัขของเขา “ใช่แล้ว น้องชาย นายขายให้ฉันหนึ่งตัวก็ได้ ฉันจ่ายให้ห้าสิบล้านหยวนเลย ”
“ น้องชาย ฉันยินดีจ่ายหกสิบล้านหยวน……”
“ ฉันยินดีจ่ายเจ็ดสิบล้าน…… ”
สีหน้าของฉินห้าวตงดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เดิมทีเขาแค่ต้องการใช้ต้าเหมากับอ๋อเหมามาตบตาคนอื่นเพื่อปกปิดความสามารถในการมองทะลุหินหยกของเขา แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามูลค่าของสุนัขสองตัวนี้จะทะยานขึ้นสูงเร็วขนาดนี้ ราคาของพวกมันเกินกว่าหนึ่งร้อยล้านในพริบตาเดียว
“ ต้าเหมาและเอ้อร์เหมาเป็นเพื่อนของหนู ไม่ได้มีไว้ขาย ! ไม่ขาย ! ”
แม่หนูน้อยพยายามประท้วง
ฉินห้าวตงพูดอย่างดัง “ พวกคุณได้ยินแล้วใช่ไหม ลูกสาวของผมบอกว่าพวกมันไม่ได้มีไว้ขาย ไม่ว่าพวกคุณจะให้เงินมาเท่าไหร่ก็ตาม ”
ฝูงชนต่างพากันรู้สึกเสียดาย หลายคนส่ายหัวครั้งแล้วครั้งเล่า ‘ ชายคนนี้เลี้ยงลูกตามใจเกินไป เขาเอาหยกเขียวจักรพรรดิให้เด็กเล่นเป็นลูกบอลแก้วแล้วยังจะหวงสุนัขสองตัวมูลค่ากว่าร้อยล้านเอาไว้อีก นี่มันดีแล้วจริงๆเหรอ ’
เมื่อเรื่องทั้งหมดจบลง ฉินห้าวตงจึงหันไปกล่าวลาเฉียนตัวตัว แล้วเดินออกไปพร้อมกับน่าหลันอู๋ชวงและแม่หนูน้อย
เป้าหมายในวันนี้ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้กว้านซื้อหินหยกบางส่วนในโซนเกรด D แต่เขาได้หินหยกที่มีคุณภาพดีที่สุดมาจากการเล่นพนันหินถึงสามก้อน ของที่เหลืออยู่ไม่ใช่ของที่มีคุณภาพดีเท่าไร
จนกระทั่งตอนนี้หินคุณภาพสูงจากนิทรรศการของตระกูลเฝิงได้เข้ามาอยู่ในโกดังเก็บของของ ฉินห้าวตงแล้ว และมันคงเป็นการยากที่จะหาหินที่มีคุณภาพสูงกว่านี้ถึงสามเท่า
หลังจากขึ้นรถ น่าหลันอู๋ชวงจึงพูดขึ้น “ ห้าวตง หญิงขี้เหล่คนนั้นจะเดินออกไปอย่างเงียบๆ แบบนี้น่ะเหรอ ฉันรู้สึกว่ามันผิดปกตินะ นายคิดว่าเธอจะเล่นตุกติกทีหลังไหม ? ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม “ มันแน่นอนอยู่แล้ว เธอไม่เห็นเหรอว่าตอนนี้พวกเราเป็นใคร ตอนนี้เรามีเงินสดหนึ่งร้อยสามสิบล้านหยวนเชียวนะ แถมยังมีหยกเขียวจักรพรรดิมูลค่าเกินร้อยล้านหยวน บวกสุนัขที่สามารถล่าสมบัติได้อีกสองตัว เฝิงเทียนต๋าอาจไม่กล้าทำให้ตระกูลน่าหลันของพวกเธอขุ่นเคือง แต่แก๊งขายหยกมันทำอยู่แล้ว ฉันเดาว่าอีกไม่นานพวกมันคงมาหาเรา ”
“ แล้วเราควรทำไงดี ? นายอยากให้ฉันหาคนมาช่วยไหม ? ” น่าหลันอู๋ชวงพูดด้วยความวิตก
“ ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการไว้แล้ว ตราบใดที่พวกเขากล้ามา ฉันก็จะจัดเซอร์ไพรส์ให้พวกเขา ”
จากนั้นฉินห้าวตงก็สตาร์ทรถและขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ที่ห้องลับแห่งหนึ่งของตระกูลเฝิง โจวซุยซุยกำลังพูดกับเมิ๋งกางอย่างโกรธเกรี้ยว “ นายรีบพาคนไปจับชายคนนั้นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย แล้วนายต้องชิงเอาสุนัขสองตัวนั้นมาให้ฉันด้วย หยกเขียวจักรพรรดิก็เช่นกัน ไปชิงเอามาให้หมด! ”
เฝิงเทียนต๋ารีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ ที่รัก อย่าเพิ่งทำอะไรวู่วามสิ ชายคนนั้นยังพอได้ แต่ผู้หญิงที่อยู่ข้างเขาเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลน่าหลัน เราไม่สามารถต่อต้านตระกูลน่าหลันได้นะ ”
“ คุณนี่มันไม่ได้เรื่องเลย ! ” โจวซุยซุยจ้องไปที่เขา
“ มีอะไรต้องกลัว ? ถ้าเรื่องมันแย่ถึงที่สุด คุณก็ไปพม่ากับฉันก็ได้ ไม่ว่าตระกูลน่าหลันจะทรงอำนาจแค่ไหน พวกมันจะเก่งไปกว่าแก๊งขายหยกได้อย่างไร ? ”
เฝิงเทียนต๋าพูดไม่ออกไปชั่วครู่ ผู้หญิงคนนี้หยิ่งผยองจริงๆ ตระกูลน่าหลันหยั่งรากลึก มีเครือข่ายมากมาย แก๊งขายหินจะเอาอะไรไปเทียบพวกเขาได้
แต่เนื่องจากตอนนี้ตระกูลเฝิงยังจำเป็นต้องพึ่งพาแก๊งขายหยก ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก
โจวซุยซุยหันไปพูดกับเมิ๋งกาง “ ไปซะ อย่าให้ชายคนนั้นหนีไปได้และจำไว้ว่าห้ามทำร้ายสุนัขสองตัวนั้น ”
“ ไม่ต้องห่วง คุณหนูโจว แก๊งของเรามีคนมากมาย แค่จัดการไอ้หนุ่มกระจอกนั่นคนเดียวเป็นอะไรที่ง่ายมาก ”
หลังจากเมิ๋งกางพูดจบ เขารีบนำพวกลูกน้องเดินออกไปอย่างรวดเร็ว เฝิงเทียนต๋าถอนหายใจ แต่เขาหมดหนทาง จึงทำได้พียงทำตามที่โจวซุยซุยต้องการ
ฉินห้าวตงขับออกจากศูนย์ประชุม แม่หนูน้อยน้อยเหนื่อยหลังจากตามฉินห้าวตงไปทำนู่นนี่มาทั้งวัน หลังจากขึ้นรถเธอก็หลับอยู่ในอ้อมแขนของน่าหลันอู๋ชวง แม้แต่ต้าเหมาและเอ้อร์เหมาต่างก็พากันงีบอยู่ที่เบาะหลังรถ
ที่จริงนี่ก็ไม่แปลกอะไรหรอก แต่หลังจากที่แม่หนูน้อยหลับไปแล้ว เธอก็เอามืออวบอ้วนของเธอจับหน้าอกของน่าหลันอู๋ชวงไว้ตามความเคยชิน
มันไม่ใช่เรื่องแปลก ตอนที่เธอหลับ เธอมักจะจับหน้าอกของหลินโม่โม่เป็นประจำจนเป็นนิสัย แต่ครั้งนี้เธอเปลี่ยนเป็นน่าหลันอู๋ชวงแทน
แต่เนื่องจากของน่าหลันอู๋ชวงแตกต่างจากของหลินโม่โม่ เธอยังไม่ได้แต่งงานและยังไม่มีลูก หน้าอกของเธอยังไม่เคยถูกใครสัมผัสนอกจากตัวของเธอเอง ขณะที่แม่หนูน้อยแตะมัน แก้มของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที
เธอมองไปที่ฉินห้าวตงด้วยความเขินอายและพบว่าเขากำลังตั้งใจขับรถและไม่ได้สังเกตสถานการณ์ของเธอ จากนั้นเธอก็คว้าแขนของแม่หนูน้อยออกอย่างเงียบๆ และวางมันลง
แม้ว่าแม่หนูน้อยจะหลับไปแล้ว แต่เธอก็ยังคงดื้อดึง เธอพยายามดึงแขนกลับมาเพื่อวางลงที่หน้าอกของน่าหลันอู๋ชวงอีกครั้ง เธอจับมันครั้งแล้วครั้งเล่า
น่าหลันอู๋ชวงพยายามหยุดเธออยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเธอทำได้แค่ปล่อยให้แม่หนูน้อยจับมัน
ฉินห้าวตงดูเหมือนไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาเห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจน มุมปากของเขากระตุกรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว และในเวลาเดียวกันเขาก็อิจฉาแม่หนูน้อยมาก ไม่รู้ว่าเมื่อไรตัวเขาเองถึงจะได้รับการปรนนิบัติเช่นนี้
รถขับมาอย่างราบลื่นตลอดเส้นทาง จนกระทั่งเลี้ยวเข้าไปยังถนนที่อยู่ห่างไกล ทันใดนั้นก็มีแสงไฟสาดสวนเข้ามา รถสีดำคันหนึ่งขับเข้ามาขวางทางไว้ จากนั้นมีรถตู้หนึ่งคันขับตามมาปิดทางพวกเขา
หลังจากรถทั้งสองคันจอดนิ่งแล้ว ก็มีชายพร้อมอาวุธครบมือกระโดดลงมาจากรถราวสิบกว่าคน วิ่งเข้ามาล้อมรถของฉินห้าวตงเอาไว้ คนที่เดินนำมาคือเมิ๋งกาง ลูกน้องคนนั้นของโจวซุยซุย
“ มาเร็วจริง ! ” ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ เราจะทำยังไงดี ? ” น่าหลันอู๋ชวงเริ่มวิตก
“ เธออยู่พักผ่อนกับถังถังในรถไปก่อน ฉันจะลงไปแก้ปัญหานี้เอง ” จากนั้นฉินห้าวตงก็เปิดประตูและเดินออกมาจากรถอย่างใจเย็น
ชายตาเดียวถือดาบยาวประมาณหนึ่งเมตร มองดูฉินห้าวตงและยิ้มอย่างเยือกเย็น “ เด็กน้อย แกคาดไม่ถึงใช่ไหมล่ะ ? ว่าพวกเราจะกลับมาเจอกันเร็วขนาดนี้ ”
“ บอกฉันมาว่าแกต้องการอะไร ? ” ฉินห้าวตงซ่อนมือสองข้างไว้ด้านหลังแล้วเอ่ยถาม
“ ส่งหยกเขียวจักรพรรดิและสุนัขสองตัวนั้นมา บางที่ฉันอาจจะไว้ชีวิตแกก็ได้ ” ตาของเมิ๋งกางเปล่งประกายแล้วพูดขึ้น “ เอาผู้หญิงที่อยู่ในรถนั่นให้ฉันด้วย ฉันจะเอาไปสนองความใคร่ของฉันสักหน่อย ”
ชายคนนี้เป็นคนหื่นกามมาแต่ไหนแต่ไร แถมยังอาจหาญที่จะฉุดน่าหลันอู๋ชวงไปอีก
“ ทำไมฉันต้องทำตามละ ? ” ฉินห้าวตงถาม
“ ก็เพราะว่าดาบในมือฉันและลูกน้องข้างหลังฉันไง ถ้าแกรู้สถานการณ์และทำตามที่ฉันบอก บางที่ฉันอาจจะไว้ชีวิตแก ถ้าแกไม่รู้ ฉันก็จะส่งแกไปนรกทันทีเลย ”
ฉินห้าวตงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม “ ฉันต้องเตือนแกไว้ก่อนว่าที่นี่คือประเทศจีน แกทำแบบนี้มันผิดกฎหมายนะ ”
“ ผิดกฎหมายงั้นเหรอ ? ” เมิ๋งกางหัวเราะดังลั่น “ พี่น้องที่อยู่ข้างหลังฉันแต่ละคนฆ่าคนมานับไม่ถ้วนแล้ว กฎหมายไร้ประโยชน์สำหรับพวกเรา ”
“ ไร้สาระสิ้นดี ถ้าแกยังไม่ส่งของพวกนั้นมา ฉันก็จะสับแกเป็นชิ้นเนื้อทันที อย่าคิดว่าเราไม่กล้าฆ่าคนในประเทศจีนนะ อย่างมากเราก็แค่กลับไปพม่า ”
“ คนอย่างพวกแกเนี่ยนะ เก่งก็ไม่เก่ง แถมยังมีพวกอยู่น้อยนิด ฉันไม่รู้ว่าอะไรทำให้แกกล้ามาทำตัวหยิ่งที่ประเทศจีน ”
หลังจากพูดจบ ฉินห้าวตงผิวปากให้สัญญาณ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้น รถออฟโรดหกเจ็ดคันขับเข้ามา แสงไฟหน้ารถสาดส่องให้ความสว่างแกท้องฟ้าอันมืดมิด
มีคนทยอยลงจากบนรถออฟโรดมาประมาณยี่สิบสามสิบคน เข้าล้อมพวกของเมิ๋งกางไว้
คนพวกนี้สวมชุดเครื่องแบบบอดี้การ์ดดูสะอาดตา ในมือของพวกเขาถือกระบองอยู่ พวกเขารวดเร็วและทะมัดทะแมง ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขามีฝีมือไม่ธรรมดา
เมิ๋งกางหน้านิ่ว คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้หนุ่มหน้าขาวคนนี้จะเตรียมตัวไว้แล้ว แถมยังวางกับดักพวกเขาอีก
อย่างไรก็ตา เขาก็ไม่ได้วิตก ในพม่าพวกเขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะผู้ที่ไร้ความปราณี พวกเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้แม้ตอนที่พวกเขาถูกล้อมเอาไว้
จบตอน